แบงก์-นอนแบงก์
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งตัว จับตาการเลือกตั้งสหรัฐฯ พรุ่งนี้"


คาด SET แกว่งผันผวน โดยนักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. อาจทำให้ระมัดระวังการลงทุนในระยะสั้น ขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัวลงแต่ยังอยู่ในระดับสูงท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังมีการโจมตีเรือเพิ่มเติมบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และอิหร่านขู่ว่าจะขยายการตอบโต้หากสหรัฐฯ กลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง ด้วยปัจจัยแวดล้อมที่ยังออกมาในเชิงลบ ส่งผลกดดันภาพรวมตลาด ในทางเทคนิคดัชนีร่วงลงแรงทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน แม้อาจมีรีบาวด์ระยะสั้นบ้างแต่ภาพรวมยังเป็นขาลง  

ประเด็นสำคัญ

• บรรยากาศตลาดหุ้นโลกเข้าสู่โหมด Wait & See เพื่อรอความชัดเจนจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายภาษี การค้า และยุทธศาสตร์ตะวันออกกลางภายใต้รัฐบาล ปธน. ทรัมป์ ส่งผลให้คาดกระแสเงินทุนจะชะลอตัวและกดดันบรรยากาศตลาดสินทรัพย์เสี่ยงผันผวนในระยะสั้น 

• ราคาน้ำมันดิบ Brent  +2.4%DoD ปิดที่ $117.64/bbl แรงหนุนจากกังวลภาวะอุปทานชะงักงันรุนแรง หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ผสานกับ กลุ่มฮูตีโจมตีโรงกลั่นซาอุฯ (กระทบ 9.5 แสนบาร์เรล/วัน) และยอดผลิต OPEC+ ต่ำเป้า อีกทั้งกังวลสงครามอิหร่านจะรุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP PTT) 

• กระทรวงการค้าเกาหลีใต้เผยส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ ต.ค. ปรับขึ้น 259.4%YoY รับอานิสงส์การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI สอดรับกับที่ ZDT Group เข้าพบนายกรัฐมนตรีไทยเตรียมขอ BOI ลงทุนฐานผลิต PCB ขั้นสูงในไทย และดัชนี MPI ไทย ก.ย. ที่เติบโต 2.1%YoY แรงหนุนหลักจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มองบวกกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) 

• ธปท. เผยเศรษฐกิจไทย ก.ย. ดีขึ้นจากเดือนก่อน ได้แรงหนุนจากการส่งออกและการลงทุน Data Center แต่การบริโภคและการเบิกจ่ายภาครัฐชะลอตัว สะท้อนการฟื้นตัวแบบ K-Shaped ที่เม็ดเงินกระจุกตัวในกลุ่มรายได้ปานกลาง-สูง มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกฟุ่มเฟือยและวัสดุก่อสร้าง (CRC CPN HMPRO GLOBAL) 
 
• กยท. เผยราคายางพาราทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยราคายางแผ่นรมควันชั้นสามพุ่งแตะ 97.90 บาท/ก.ก. และคาดราคาจะทรงตัวสูงจากอุปทานโลกที่ตึงตัว ระยะสั้นแม้มองบวกต่อกลุ่มยาง (STA NER TEGH)  จากราคายางที่ปรับขึ้น แต่มีความเสี่ยงจากต้นทุนยางที่จะปรับขึ้นตามกดดันมาร์จิ้น และปริมาณการขายจริงที่อาจลดลงจากปัญหาขาดแคลนอุปทาน จึงแนะนำระมัดระวังในการเก็งกำไร

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยต้องจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (3 พ.ย.) อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ ตลาดทุนโลก และอาจมีนัยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบ 3Q26 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways จากปัจจัยความไม่แน่นอนจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่วนในประเทศคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY หรือ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE TU GULF KCE OR TIDLOR 

2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)

3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) การแพทย์ (BH BDMS)

4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไร 3Q26 จะเติบโตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ควบคู่กับราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT AP BCH BDMS CPN TRUE TU

Daily Top Picks

BDMS: คาดจะได้รับผลกระทบจำกัดจากปัจจัยภายนอกและความไม่แน่นอน คาดผลประกอบการจะกลับมาเติบโตใน 3Q26F และคาดกำไรสุทธิที่ 4.7 พันลบ. (+8%YoY และ +47%QoQ) จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้บริการคงค้างและปัจจัยฤดูกาล และ EBITDA Margin ที่คาดขยายตัวดีขึ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 19.80 บาท

HANA: คาดหวังราคาหุ้นฟื้นตัวระยะสั้นจากวันทำการก่อนหน้าที่ได้ปรับลงแรง มองการปรับลงเป็นไปตามโมเมนตัมหุ้นเทคฯ โลก ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานคงแข็งแกร่ง คาดผลประกอบการ 3Q26F จะฟื้นตัวโดดเด่น หลังผลิตสินค้า AI-related ซึ่งจะสนับสนุนกำไรใน 2-3 ปีข้างหน้า เป้าหมายระยะสั้นที่ 46.50 บาท สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูง



 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 02 พ.ย. 2569 เวลา : 12:47:58
02-11-2026
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 2, 2026, 10:47 pm