.png)
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "คนไทยกับการเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,183 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายน 2569 สรุปผลได้ ดังนี้
1. ท่านรู้สึกอย่างไรกับข่าวที่หลายประเทศแนะนำให้ประชาชนเตรียมเสบียงและกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง
อันดับ 1 เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว 56.97%
อันดับ 2 สนใจและอยากหาข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมรับมือเพิ่มเติม 53.42%
อันดับ 3 ทำให้ตื่นตัวและเตรียมความพร้อม 47.84%
2. ท่านคิดว่าประเทศไทยอาจมีความเสี่ยงต่อภัยหรือเหตุฉุกเฉินใดบ้าง
อันดับ 1 ภัยไซเบอร์ เช่น ระบบธนาคาร/สแกนจ่ายล่ม ข้อมูลรั่วไหล 62.55%
อันดับ 2 ระบบสาธารณูปโภคล่ม เช่น ไฟดับ น้ำไม่ไหล เน็ตล่ม 62.05%
อันดับ 3 น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม 60.10%
3. ภัยหรือเหตุฉุกเฉินใดที่ท่านกังวลมากที่สุด
อันดับ 1 ไฟดับ น้ำไม่ไหล 29.16%
อันดับ 2 โทรศัพท์ล่ม อินเทอร์เน็ตล่ม 20.95%
อันดับ 3 ภัยไซเบอร์ เช่น ระบบธนาคาร/สแกนจ่ายล่ม ข้อมูลรั่วไหล 19.47%
อันดับ 4 ความขัดแย้งตามแนวชายแดน/สงคราม 17.68%
อันดับ 5 น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม 12.74%
4. ท่านมั่นใจว่าตนเองและครอบครัวจะรับมือเหตุฉุกเฉินใน 72 ชั่วโมงแรกได้มากน้อยเพียงใด
อันดับ 1 ค่อนข้างมั่นใจ 57.14%
อันดับ 2 ไม่ค่อยมั่นใจ 27.64%
อันดับ 3 มั่นใจมาก 12.52%
อันดับ 4 ไม่มั่นใจเลย 2.70%
5. ท่านอยากให้ภาครัฐเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างไร
อันดับ 1 เตรียมแผนสำรองหากระบบสื่อสาร/อินเทอร์เน็ตล่ม 62.47%
อันดับ 2 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ลดข่าวลือ/ความตื่นตระหนก 60.19%
อันดับ 3 พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือให้รวดเร็ว แม่นยำ 59.43%
* หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
สรุปวิเคราะห์ผลโพล : คนไทยกับการเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉิน” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,183 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่า จากข่าวที่หลายประเทศแนะนำให้ประชาชนเตรียมเสบียงและกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ทำให้รู้สึก เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองและคนในครอบครัว ร้อยละ 56.97 โดยมองว่าประเทศไทยอาจมีความเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์ เช่น ระบบธนาคาร/สแกนจ่ายล่ม ข้อมูลรั่วไหล มากที่สุด ร้อยละ 62.55 รองลงมาคือระบบสาธารณูปโภคล่ม ร้อยละ 62.05 ขณะที่ภัยหรือเหตุฉุกเฉินที่กังวลมากที่สุดคือ ไฟดับ น้ำไม่ไหล ร้อยละ 29.16 ทั้งนี้ ค่อนข้างมั่นใจว่าตนเองและครอบครัว จะรับมือเหตุฉุกเฉินใน 72 ชั่วโมงแรกได้ ร้อยละ 57.14 และอยากให้ภาครัฐเตรียมแผนสำรองหากระบบสื่อสาร/อินเทอร์เน็ตล่ม ร้อยละ 62.47
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะย้ำให้ประชาชน “ตระหนักแต่ไม่ตระหนก” แต่เมื่อหลายประเทศแนะนำให้เตรียมรับมือเหตุฉุกเฉินในทิศทางเดียวกัน ย่อมสร้างความกังวล ซึ่งผลโพลสะท้อนว่าประชาชนต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและแนวทางรับมือที่ชัดเจน รัฐบาลจึงควรสื่อสารถึงความเสี่ยง สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมและมาตรการรองรับมากกว่าการยืนยันว่าสถานการณ์ไม่น่ากังวลเพียงอย่างเดียว
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ดร.มณฑล สุวรรณประภา ประธานหลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลสะท้อนว่า คนไทยรับรู้และกังวลต่อการเตรียมเสบียง 72 ชั่วโมง แต่การรับรู้ยังไม่แปรเป็นการเตรียมพร้อมเชิงปฏิบัติอย่างทั่วถึง ภาครัฐจึงควรส่งเสริมทักษะฉุกเฉิน การตรวจสอบข่าวสาร และการแยกแยะข้อมูลจริงกับข้อมูลเท็จ การมองภัยไซเบอร์เป็นความเสี่ยงสูงอาจได้รับอิทธิพลจากกระแสข่าวต่างประเทศ
ขณะที่ความกังวลต่อไฟดับ น้ำไม่ไหล และอินเทอร์เน็ตล่ม สะท้อนความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานใกล้ตัว แม้ประชาชน ส่วนใหญ่มั่นใจว่าจะรับมือได้ แต่ความพร้อมอาจแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนห่างไกลหรือเข้าถึงยาก ดังนั้น ประเทศไทยควรใช้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เป็นกรอบเชื่อมโยงข้อมูลความเสี่ยง เชิงพื้นที่ แผน 72 ชั่วโมง บทบาทหน่วยงาน ระบบสื่อสารสำรอง และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมจัดซ้อมแผน กำหนดตัวชี้วัดและทบทวนหลังเกิดเหตุ เพื่อให้การจัดการมีความรวดเร็ว เป็นเอกภาพ เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
ดร.มณฑล สุวรรณประภา ประธานหลักสูตรอนามัยสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ข่าวเด่น