กองทุนรวม
บลจ.เกียรตินาคินภัทร เปิดตัวกองทุน KKP GC-UI จับโอกาสรับผลตอบแทนกับ Global Credit เปิดเสนอขายครั้งแรก วันที่ 14 - 21 กุมภาพันธ์ นี้


 

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด (บลจ.เกียรตินาคินภัทร) เล็งโอกาสการลงทุนใน Global Credit เสนอขายกองทุนเปิดเคเคพี โกลบอล เครดิต ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (KKP GC-UI) เน้นลงทุนในกองทุนหลัก Oaktree (Lux.) III – Oaktree Global Credit Fund ที่มีกลยุทธ์ในการบริหารกองทุนแบบเชิงรุก (Active Management) โดยมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดจากการจัดสรรการลงทุนที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงจำกัดความผันผวนของกองทุนโดยรวมด้วยการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงในหลายสินทรัพย์ กองทุน KKP GC-UI จึงเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนใน Global Credit และสามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป กำหนดการเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 14 – 21 กุมภาพันธ์ 2567 ด้วยมูลค่าขั้นต่ำในการซื้อเพียง 1,000 บาท 

 
นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่าการที่ธนาคารกลางต่างๆทั่วโลกได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นและคงอยู่ในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนใน Global Credit โดยเฉลี่ยปรับสูงขึ้นมาที่ประมาณ 7-8% ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจลงทุน ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจโลกโดยรวมจะฟื้นตัวดีขึ้นแต่ระดับการฟื้นตัวยังคงไม่สม่ำเสมอ ดังนั้นการคัดเลือกการลงทุนในระดับประเภทหลักทรัพย์ และในระดับรายบริษัท (Bottom-up analysis) เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้ดี โดยเฉพาะประเด็นการผิดนัดชำระหนี้ ด้วยเหตุนี้ บลจ.เกียรตินาคินภัทร จึงได้นำเสนอกองทุน KKP GC-UI ซึ่งลงทุนในกองทุน Oaktree Global Credit ที่มีความเชี่ยวชาญในการคัดเลือกและกระจายการลงทุนใน Global Credit เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนไทย

สำหรับ กองทุน KKP GC-UI ระดับความเสี่ยง 8+ เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เปิดเสนอขายผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุนหลัก Oaktree (Lux.) III – Oaktree Global Credit Fund ที่เน้นลงทุนในตราสารทั่วโลก เช่น ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง (High Yield Bonds) เงินกู้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Loans) หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertibles) ตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Debt Securities Structured Credit) ตราสารหนี้ของประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets Debt) เป็นต้น โดยกองทุนหลักมีเป้าหมายจะสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจาก (1) จัดสรรการลงทุนในแต่ละกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งนักลงทุนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (2) คัดเลือกหลักทรัพย์รายตัวจากการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเชิงลึก (3) ปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกลยุทธ์จากการประเมินโดยผู้จัดการกองทุน 

KKP GC-UI เปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อได้ทุกวันทำการ สำหรับการขายคืนหน่วยลงทุน จะเปิดให้ทำการขายคืนทุกวันอังคาร (ในกรณีที่วันอังคารใด ๆ ตรงกับวันหยุดของกองทุน จะเลื่อนเป็นวันทำการถัดไป) โดยต้องส่งคำสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ โดยหน่วยลงทุนที่เปิดเสนอขายมีทั้งชนิดทั่วไป คือ KKP GC-UI และชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ (Auto Redemption) คือ KKP GC-UI-R และกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ

สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02 305 9559 หรือ https://am.kkpfg.com  

 ข้อมูลกองทุน KKP GC-UI :
• เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 14 – 21 กุมภาพันธ์ 2567
• มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรก 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1,000 บาท

คำเตือน
• กองทุนนี้เสนอขายให้ผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษตามคำนิยามของสำนักงาน ก.ล.ต. เท่านั้น
• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
• การลงทุนหรือใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน มีความแตกต่างจากการลงทุนหรือ ใช้บริการผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนทั่วไป ผู้ลงทุนควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุนหรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้งก่อนตัดสินใจลงทุน
• ในกรณีสถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุดที่อาจเกิดขึ้น (worst case scenario) กองทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดที่ลงทุนในกองทุนหลัก ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบต่อการลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนนี้ด้วย โดยผู้ถือหน่วยลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนลงทุนในกองทุนนี้
• กองทุนนี้มีสภาพคล่องจำกัด เนื่องจากข้อจำกัดในการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก โดยกองทุนหลักอนุญาตให้ผู้ลงทุนของกองทุนหลักสามารถสั่งขายคืนได้สัปดาห์ละครั้ง รวมถึงกองทุนหลักจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนไว้ไม่เกิน 5% ของ NAV ของกองทุนหลัก ซึ่งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิรับคำสั่งขายคืนเท่ากับจำนวนที่ได้รับการยอมรับจากกองทุนหลัก หลังหักค่าใช้จ่ายและ/หรือการกันสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน รวมถึงหนี้สินอื่น ๆ (ถ้ามี) 
• กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 
• โปรดศึกษาคำเตือนที่สำคัญอื่นและข้อมูลเพิ่มเติมได้ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม https://am.kkpfg.com หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง 
     
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 15 ก.พ. 2567 เวลา : 12:17:19
14-04-2024
เบรกกิ้งนิวส์
1. ดัชนีดาวโจนส์ ปิดเมื่อคืน (11 เม.ย.67) ลบเล็กน้อย 2.43 จุด

2. ทองนิวยอร์ก ปิดเมื่อคืน (11 เม.ย.67) พุ่งขึ้น 24.30 เหรียญ หลังดัชนี PPI ต่ำกว่าคาดหนุนเฟดลดดอกเบี้ยเร็วสุด ก.ค.67

3. MTS Gold คาดว่าราคาทองคำจะมีกรอบแนวรับที่ระดับ 2,365 เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ 2,410 เหรียญ

4. ทั่วไทยอากาศร้อนถึงร้อนจัด มีฝนฟ้าคะนอง 10%

5. ทองเปิดตลาด (12 เม.ย.67) พุ่งพรวด 700 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 41,650 บาท

6. ตลาดหุ้นปิด (11 เม.ย.67) ลบ 11.79 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,396.38 จุด

7. ประกาศ กปน.: 18 เม.ย. 67 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำสำโรง

8. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (11 เม.ย.67) ลบ 4.71 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,403.46 จุด

9. MTS Gold คาดว่าราคาทองคำจะมีกรอบแนวรับที่ระดับ 2,330 เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ 2,365 เหรียญ

10. ทองเปิดตลาด (11 เม.ย.) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 41,100 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยเปิด (11 เม.ย.67) ลบ 2.52 จุดดัชนีอยู่ที่ 1,405.65 จุด

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.60-36.80 บาท/ดอลลาร์

13. ดัชนีดาวโจนส์ ปิดเมื่อคืน (10 เม.ย.67) ร่วง 422.16 จุด เหตุดัชนี CPI สูงเกินคาด วิตกเฟดตรึงดอกเบี้ยสูงต่อ

14. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (11 เม.ย.67) อ่อนค่าลงหนัก ที่ระดับ 36.76 บาทต่อดอลลาร์

15. ภาคเหนือยังคงมีพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง 30% ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง / ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 20% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง 10%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 14, 2024, 9:00 am