กองทุนรวม
บลจ.อีสท์สปริง เสิร์ฟกองทุนพันธบัตรมุ่งรักษาเงินต้นรุ่นใหม่ อายุ 6 เดือน อีก 6,000 ล้านบาท เปิดขาย 5-8 มี.ค.นี้ โอกาสรับผลตอบแทน 2 % ต่อปี


นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บริษัทฯ เปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M13 (ES-GOVCP6M13) อายุ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนประเภทเทอมฟันด์ที่ผู้ลงทุนจะมีโอกาสได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุน ระหว่างวันที่ 5-8 มีนาคมนี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท

ทั้งนี้ กองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M13 มีนโยบายนำเงินไปลงทุนในตราสารที่มุ่งรักษาเงินต้น ได้แก่ ตั๋วเงินคลัง หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ในสัดส่วนประมาณ 100% ของ NAV โดยคาดหวังผลตอบแทนประมาณ 2.20% ต่อปีของ NAV หลังจากหักค่าใช้จ่ายประมาณ 0.20% ต่อปีของ NAV แล้ว จะได้รับประมาณการผลตอบแทนอยู่ที่ 2.00% ต่อปีของ NAV

กองทุน ES-GOVCP6M13 จะลงทุนครั้งเดียว และถือครองทรัพย์สินที่ลงทุนจนครบอายุโครงการ (Buy and Hold) โดยบลจ.อีสท์สปริง จะดำเนินการให้มีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ และทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนทั้งจำนวนของผู้ถือหน่วยทุกราย ไปยังกองทุนเปิดทหารไทยธนรัฐ หรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่บลจ.อีสท์สปริง เปิดให้บริการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ในวันทำการก่อนวันสิ้นสุดอายุโครงการ

อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่กำหนดไว้ โดยผู้ลงทุนจะไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้ หากผู้ออกตราสารหรือธนาคารที่กองทุนลงทุนไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคืนได้ และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน และกองทุนมีความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของตราสาร และความเสี่ยงจากการที่ผู้ออกตราสารหนี้ไม่สามารถชำระดอกเบี้ย และ/หรือ คืนเงินต้นได้

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eastspring.co.th หรือโทร 1725 ในวันและเวลาทำการ หรือผ่านช่องทางการขายของบริษัทฯ หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 มี.ค. 2567 เวลา : 12:14:52
11-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (10 มี.ค.69) บวก 22.79 จุด ดัชนี 1,405.76 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (10 มี.ค.69) บวก 21.20 จุด ดัชนี 1,404.17 จุด

3. MTS Gold คาด ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway กรอบกว้าง 5,020 - 5,180 เหรียญ

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.50-31.80 บาท/ดอลลาร์

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) บวก 239.25 จุด หลังทรัมป์ส่งสัญญาณสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (9 มี.ค.69) ร่วง 55 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-กังวลเงินเฟ้อพุ่งหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (10 มี.ค.69) แข็งค่าขึ้นมากที่ระดับ 31.77 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิด (10 มี.ค.69) บวก 24.06 จุดดัชนี 1,407.03 จุด

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (10 มี.ค.69) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 78,500 บาท

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 มี.ค.69) อากาศร้อนตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคเหนือ-ภาคใต้ 20% ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 10%

11. พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 50 สต. E20-E85 ลด 50 สต./ลิตร

12. ประกาศ กปน.: ด่วน!!! คืนวันพรุ่งนี้ 10 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบรมราชชนนี

13. ตลาดหุ้นไทยปิด (9 มี.ค.69) ลบ 27.40 จุดดัชนี 1,382.97 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำในวันนี้มีแนวโน้ม Sideway Down เพื่อรอการสร้างฐานราคาใหม่ หลังจากเกิดความผันผวนรุนแรงในช่วงก่อนหน้าแนวรับ 5,020-4,970 เหรียญ แนวต้าน 150-5,200 เหรียญ

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (9 มี.ค.69) ลบ 42.72 จุด ดัชนี 1,367.65 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 11, 2026, 2:40 am