เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
SCB EIC ปรับเพิ่มการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 68 โต 2.1% ได้แรงหนุนส่งออกและมาตรการรัฐ มองปี 69 โตต่ำ 1.5% ผลกระทบภาษีสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้นท่ามกลางความเปราะบางในปท.


 
• SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เป็น 2.1% จาก 1.8% ด้วยสองแรงหนุน
 
ส่งออกสินค้าขยายตัวสูง โดยเฉพาะทองคำและอิเล็กทรอนิกส์ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่รับมือภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ได้ดีกว่าคาด
 
ภาครัฐมีมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 งบลงทุนเร่งตัวสูงตั้งแต่เดือนตุลาคม และมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาทช่วยหนุนการบริโภคช่วงปลายปี
 
 
• คงมุมมองเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวต่ำ 1.5% เครื่องยนต์แผ่วลงเกือบหมดโดยเฉพาะส่งออก
 
ส่งออกจะกลับมาหดตัวจากหลายปัจจัย ทั้งผล Front-loading ที่หมดไป ความเสี่ยงภาษีนำเข้าเพิ่มเติมของสหรัฐฯ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการแข่งขันสินค้าจีนรุนแรงขึ้น 
 
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยเริ่มทยอยฟื้นตัว แต่ภาคการท่องเที่ยวยังต้องเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ค่อนข้างช้า
 
 
 
• แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายจะยังลดได้อีกอยู่ที่ 1% ภายในครึ่งแรกของปีหน้า
 
เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยที่จะชะลอตัวแรง โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเมืองหลังยุบสภา และเพื่อหนุนเงินเฟ้อที่ต่ำลงมากใกล้ 0% รวมถึงช่วยลดภาวะการเงินตึงตัว โดยเฉพาะในภาคครัวเรือน/SMEs ทั้งนี้การลดดอกเบี้ยจะช่วยเสริมประสิทธิผลมาตรการแก้หนี้เฉพาะจุดที่ออกมาเพิ่มเติม

• เศรษฐกิจโลกปีนี้เติบโตได้ดีกว่าคาด แต่จะชะลอลงปีหน้าจากผลกำแพงภาษีสหรัฐฯ 
 
มองเศรษฐกิจโลกปี 2568 จะขยายตัวดีขึ้นเป็น 2.7% (เดิม 2.5%) จากการค้าโลกเร่งตัวก่อนสหรัฐฯ บังคับใช้กำแพงภาษีใหม่ และกระแสการลงทุน AI 
 
ปี 2569 คาดเศรษฐกิจโลกจะชะลอเหลือ 2.5% หลังภาษีสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบชัดขึ้น 

 
• Fed มีแนวโน้มทยอยลดดอกเบี้ยอีก 25 bps ในเดือนธันวาคม และ 50 bps ในปี 2569 สวนทาง BOJ ที่จะทยอยขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1% ด้าน PBOC และ ECB อาจคงหรือลดดอกเบี้ยต่อเพื่อพยุงเศรษฐกิจท่ามกลางความเสี่ยงสูง

เศรษฐกิจไทยปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น ส่งออกขยายตัวสูงและมาตรการกระตุ้นภาครัฐช่วยหนุน
 
SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เป็น 2.1% (เดิม 1.8%) จากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวสูงกว่าคาดมาก โดยมีแรงหนุนส่งออกทองคำ วัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลก และเศรษฐกิจโลกที่รับมือภาษีสหรัฐฯ ได้ดี สอดคล้องกับตัวเลข เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2568 ที่ออกมาขยายตัวสูงกว่าคาดที่ 1.2%YOY โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชน มองไปในไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นใกล้ 1%YOY ปรับดีขึ้นจากมุมมองเดิม จากมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ทั้งนี้เริ่มเห็นอัตราเบิกจ่ายเดือน ต.ค. สูงกว่าปกติมาก โดยเฉพาะงบลงทุน ด้านการบริโภคเอกชนมีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งพลัส วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท 
 
 
อย่างไรก็ดี SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวต่ำลง ยังคงประมาณการเดิมไว้ที่ 1.5% เครื่องยนต์เศรษฐกิจจะแผ่วลงเกือบหมด โดยเฉพาะการส่งออกมีแนวโน้มหดตัวจากหลายปัจจัย ได้แก่ (1) ผลของ Front-loading ที่ทยอยหมดไปหลังสหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสูง (2) สหรัฐฯ อาจตั้งกำแพงภาษีเพิ่มเติม โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าสวมสิทธิ (3) เศรษฐกิจโลกชะลอลง จากความไม่แน่นอนการค้าโลกและภาษีทรัมป์ส่งผลกระทบชัดขึ้น และ (4) สินค้าจีนแข่งขันตลาดสหรัฐฯ ดีขึ้นหลังสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงลดอัตราภาษีสูงนาน 1 ปี 
 
การลงทุนภาคเอกชนจะยังขยายตัวได้จากการนำเข้าเครื่องจักรและสินค้าทุน แต่อาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไม่มาก เนื่องจาก Import content ของไทยสูงขึ้นมากจากอดีต สะท้อนจากการนำเข้าของไทยที่สูงขึ้นมาก โดยเฉพาะจากจีน จึงอาจไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อภาคการผลิตไทย และเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อประเด็น Transshipment tariff กับสหรัฐฯ ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยทยอยฟื้นตัว แต่ภาคท่องเที่ยวยังต้องเผชิญความท้าทายจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ค่อนข้างช้า สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบนานต่อเนื่อง 7 เดือน และคาดว่าจะติดลบจนถึงไตรมาส 2 ปี 2569 ส่วนหนึ่งจากราคาอาหารสดและพลังงานมีแนวโน้มลดลง สินค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนเกินครึ่งในตะกร้าเงินเฟ้อไทย ซึ่งค่อนข้างสูงเทียบต่างประเทศ
 
 
มองดอกเบี้ยนโยบายจะทยอยลดได้อีกไปที่ 1% ภายในครึ่งแรกของปีหน้า 
 
SCB EIC ประเมินอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงสู่ 1% ภายในครึ่งแรกของปีหน้า และทรงตัวระดับต่ำจนสิ้นปี โดยยังมีโอกาสเห็น กนง. ลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค. เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำมากต่อเนื่องจนถึงครึ่งแรกของปี 2569 และต้องเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งใหม่ ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเคลื่อนไหวใกล้ 0% ตลอดปีหน้า นอกจากปัจจัยอุปทานกดดัน ยังสะท้อนภาพอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงเงินฝืดได้ นอกจากนี้ ภาวะการเงินไทยยังตึงตัวสูง โดยเฉพาะในภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs สะท้อนจากสินเชื่อที่ยังหดตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลงจะมีส่วนช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ ลดภาระชำระหนี้ และจะเพิ่มประสิทธิผลมาตรการแก้หนี้ของภาครัฐที่ออกมาเพิ่มเติมได้
 
 
เศรษฐกิจโลกปีนี้โตดีกว่าคาด แต่จะชะลอลงปีหน้า ผลกระทบกำแพงภาษีสหรัฐฯ จะชัดเจนขึ้น
 
เศรษฐกิจโลกปี 2568 ขยายตัวดีกว่าคาด จากการค้าที่เร่งตัวก่อนสหรัฐฯ บังคับใช้กำแพงภาษี และเทรนด์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI โดย SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ 2.7%YOY (เดิม 2.5%YOY) เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะได้รับผลดีจากการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI สำหรับเศรษฐกิจเอเชียจะได้รับผลดีจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการ Front-load ส่งออกไปสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะชะลอลงตามการค้าโลกที่จะได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น โดยเศรษฐกิจโลกปี 2569 จะขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ 2.5%YOY โดยเฉพาะกลุ่มเศรษฐกิจเอเชียที่พึ่งพาการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ สูง อย่างไรก็ดี การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI แรงหนุนจากนโยบายการคลังและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในปีหน้า
 
 
สหรัฐฯ – จีนบรรลุข้อตกลงการค้าชั่วคราว แต่นโยบายภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยังไม่แน่นอนสูง สหรัฐฯ-จีนเจรจาการค้าในช่วงปลายเดือน ต.ค. ตกลงลดกำแพงภาษีอัตราสูงระหว่างกันชั่วคราว และจีนจะกลับมาส่งออก Rare earth ให้ผู้ผลิตสหรัฐฯ โดยข้อตกลงนี้มีอายุ 1 ปี จึงยังต้องติดตามพัฒนาการสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจต่อไป นอกจากนี้ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีโอกาสตัดสินให้การบังคับใช้กำแพงภาษีนำเข้าบางส่วนของรัฐบาลทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลทรัมป์ต้องใช้ข้อกฎหมายอื่น ๆ ในการคงกำแพงภาษีไว้ เป็นปัจจัยเพิ่มความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ในระยะข้างหน้า
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยต่อเนื่องอีก 25 bps ในเดือนธันวาคม และมีแนวโน้มทยอยลดดอกเบี้ยอีก 50 bps ในปี 2569 จากทิศทางตลาดแรงงานที่ชะลอลง โดยยังต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อเร่งตัวจากกำแพงภาษี ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ทยอยขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1% ในปีหน้า โดยมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่จะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยรวม 50 bps สู่ 1% ในปีหน้า หลังข้อมูลการปรับเพิ่มค่าจ้างชัดเจนขึ้นช่วงต้นปีหน้า ธนาคารกลางหลักอื่น ๆ รักษานโยบายการเงินในระดับผ่อนคลาย รับมือความเสี่ยงในปีหน้า ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยอีก 10 bps ในปีนี้ และรวมอีก 20 bps ในปี 2569 เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจจีน ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยที่ 2%  

อ่านต่อบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม... https://www.scbeic.com/th/detail/product/eic-monthly-1125

โดย : ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) SCB EIC Online : www.scbeic.com Line : @scbeic
 

บันทึกโดย : วันที่ : 28 พ.ย. 2568 เวลา : 12:56:24
30-11-2025
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิด (28 พ.ย.68) บวก 3.98 จุด ดัชนี 1,256.69 จุด

2. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (28 พ.ย.68) บวก 2.08 จุด ดัชนี 1,254.79 จุด

3. ประกาศ กปน.: 2 ธ.ค. 68 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

4. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในรูปแบบ "Sideway Up" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 4,150-4,130 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,220-4,240 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.35บาท/ดอลลาร์

6. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (28 พ.ย.68) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.22 บาทต่อดอลลาร์

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (28 พ.ย. 68) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,650 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิด (28 พ.ย.68) บวก 3.67 จุด ดัชนี 1,256.38 จุด

9. พยากรณ์อากาศ (28 พ.ย.68) ประเทศไทยอากาศเย็นลงลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศา "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา มีแม่คะนิ้ง "ยอดภู" 4 องศา, ภาคใต้ฝนลดลง ตก 20%

10. ตลาดหุ้นปิด (27 พ.ย.68) ลบ 8.47 จุด ดัชนี 1,252.71 จุด

11. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (27 พ.ย.68) บวก 0.05 จุด ดัชนี 1,261.23 จุด

12. MTS Gold คาดว่าราคาทองคำจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ลงซื้อ-ขึ้นขาย ในรูปแบบ "Sideways" แนวรับที่ 4,130-4,100 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,180-4,200 เหรียญ

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (26 พ.ย.68) บวก 25 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่ซื้อทองต่อเนื่อง รับความหวังเฟดลดดอกเบี้ย

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (26 พ.ย.68) บวก 314.67 จุด รับหุ้นเทคฯฟื้น-คาดเฟดลดดอกเบี้ยเดือนธ.ค.

15. พยากรณ์อากาศ (27 พ.ย.68) ทั่วไทยอากาศเย็นลง อุุณหภูมิลดลง 1-2 องศา เว้นภาคอีสาน ลด 2-4 องศา "ยอดดอย" 3 องศา, ภาคใต้ฝนลดลง ตก 40%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 30, 2025, 7:45 pm