เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดสูงกว่าสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย"


สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

· เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ ตลาดกลับมาคาดว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. นี้

เงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากยังขาดปัจจัยใหม่ ๆ มาหนุน ประกอบกับตลาดมุ่งความสนใจไปที่สัญญาณของผู้ว่าการ ธปท. ที่สะท้อนว่า ดอกเบี้ยของไทยยังมีโอกาสปรับตัวลงในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าในช่วงต่อมา สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดกระตุ้นให้ตลาดกลับมามองความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. นี้

เงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ และแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน (นับตั้งแต่ 26 ก.ย.) ที่ 32.16 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกและแรงซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ


 
· ในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 พ.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 24-28 พ.ย. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 1,119 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 9,774 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 10,099 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 325 ล้านบาท)

· สัปดาห์ระหว่างวันที่ 1-5 ธ.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ประกอบด้วย ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ ของสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ย.จาก ADP ดัชนีราคา PCE/Core PCE และดัชนีราคานำเข้า/ส่งออกเดือนก.ย. และข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

· ดัชนีหุ้นไทยผันผวนระหว่างสัปดาห์ แต่กลับมาปิดสูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย

SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงแรก ก่อนจะดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการปรับลด

ดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนหน้า หลังเจ้าหน้าที่เฟดระบุว่ายังมีพื้นที่ในการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม นอกจากนี้ รายงานข่าวเกี่ยวกับการเห็นชอบมาตรการ Thailand FastPass ของภาครัฐเพื่อเร่งรัดการลงทุนในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปและกลุ่มเทคโนโลยี ด้วยเช่นกัน


 
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวช่วงปลายปี รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในภาพรวมจากเดิมที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว ปัจจัยลบดังกล่าวกระตุ้นแรงเทขายทำกำไรในหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มแบงก์ เทคโนโลยีและพลังงาน ทั้งนี้ แม้ดัชนีหุ้นไทยจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ หลังสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เริ่มคลี่คลาย แต่ก็เป็นการฟื้นตัวได้เพียงในกรอบที่จำกัด เนื่องจากยังคงขาดปัจจัยใหม่มากระตุ้น

· ในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,256.69 จุด เพิ่มขึ้น 0.18% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 33,059.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.29% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.33% มาปิดที่ระดับ 214.32 จุด

· สัปดาห์ถัดไป (1-5 ธ.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,230 และ 1,215 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,265 และ 1,285 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. ของไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ย. ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือนพ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ย. ของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซนและอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. (เบื้องต้น) ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนต.ค. และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของยูโรโซน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 พ.ย. 2568 เวลา : 20:11:47
30-11-2025
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิด (28 พ.ย.68) บวก 3.98 จุด ดัชนี 1,256.69 จุด

2. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (28 พ.ย.68) บวก 2.08 จุด ดัชนี 1,254.79 จุด

3. ประกาศ กปน.: 2 ธ.ค. 68 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

4. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในรูปแบบ "Sideway Up" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 4,150-4,130 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,220-4,240 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.35บาท/ดอลลาร์

6. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (28 พ.ย.68) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 32.22 บาทต่อดอลลาร์

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (28 พ.ย. 68) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,650 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิด (28 พ.ย.68) บวก 3.67 จุด ดัชนี 1,256.38 จุด

9. พยากรณ์อากาศ (28 พ.ย.68) ประเทศไทยอากาศเย็นลงลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศา "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา มีแม่คะนิ้ง "ยอดภู" 4 องศา, ภาคใต้ฝนลดลง ตก 20%

10. ตลาดหุ้นปิด (27 พ.ย.68) ลบ 8.47 จุด ดัชนี 1,252.71 จุด

11. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (27 พ.ย.68) บวก 0.05 จุด ดัชนี 1,261.23 จุด

12. MTS Gold คาดว่าราคาทองคำจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ลงซื้อ-ขึ้นขาย ในรูปแบบ "Sideways" แนวรับที่ 4,130-4,100 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,180-4,200 เหรียญ

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (26 พ.ย.68) บวก 25 ดอลลาร์ นักลงทุนแห่ซื้อทองต่อเนื่อง รับความหวังเฟดลดดอกเบี้ย

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (26 พ.ย.68) บวก 314.67 จุด รับหุ้นเทคฯฟื้น-คาดเฟดลดดอกเบี้ยเดือนธ.ค.

15. พยากรณ์อากาศ (27 พ.ย.68) ทั่วไทยอากาศเย็นลง อุุณหภูมิลดลง 1-2 องศา เว้นภาคอีสาน ลด 2-4 องศา "ยอดดอย" 3 องศา, ภาคใต้ฝนลดลง ตก 40%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 30, 2025, 7:46 pm