เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "ลุ้นแกว่งผันผวนทางขึ้น"


คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/ปรับขึ้น สหรัฐฯ จับกุม ปธน.  เวเนซุเอลา แม้กดดันจิตวิทยาระยะสั้น แต่คาดว่าจะจบเร็วและไม่ยืดเยื้อและมีผลกระทบต่อตลาดจำกัด ขณะที่วันศุกร์หุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นในวันทำการแรกของปี สถิติหุ้นไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมาชี้ว่า SET ให้ผลตอบแทนเป็นบวกในสัปดาห์แรกของปีที่เฉลี่ย 1.3% ทางเทคนิค ตลาดขึ้นหลังทดสอบจุดต่ำสุดเดิม 1250/1244 บริเวณนี้มีโอกาสดีดกลับ หากยังไม่หลุดแนวรับอย่างเด็ดขาด มีแนวต้านที่ 1265/1270

ประเด็นสำคัญ

• เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา พร้อมควบคุมตัว ปธน. นิโคลัส มาดูโร และภริยาเพื่อดำเนินคดีในศาลสหรัฐฯ ฐานค้ายาเสพติดและก่อการร้าย ต่อมาศาลฎีกาเวเนซุเอลาแต่งตั้งรอง ปธน. "เดลซี โรดริเกซ" ขึ้นนั่งรักษาการ ปธน. แทน เราประเมินว่าแม้ระยะสั้นตลาดหุ้นโลกอาจเผชิญภาวะ Risk off ทำให้มีแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และมีโอกาสราคาน้ำมันจะปรับขึ้นแรงชั่วคราวซึ่งเป็น Sentiment บวกระยะสั้นต่อหุ้นพลังงาน  โดยเฉพาะกลุ่ม Upstream (PTTEP) และโรงกลั่น (TOP SPRC) แต่มองราคาน้ำมันจะผันผวนสูงและมีโอกาสปรับลงในระยะกลาง-ยาวจากกังวล Oversupply หากสหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลาซึ่งมีแหล่งน้ำมันดิบมากสุดในโลก ซึ่งจะส่งผลลบต่อหุ้นพลังงานในอนาคต จึงไม่แนะนำเก็งกำไรระยะสั้น เราประเมินหุ้นต่างประเทศที่ได้ประโยชน์ CVX.US COP.US SLB.US และ VLO.US  

• ครม. เห็นชอบกรอบเงินเฟ้อปี 2569 ที่ 1-3% ตามที่กระทรวงการคลังและ ธปท. เสนอ ซึ่งเป็นกรอบเดิม พร้อมทั้งจะดูแลไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด ควบคู่กับเสถียรภาพราคา ประเมินเงินเฟ้อเข้ากรอบในปี 2570

• ครม. เห็นชอบหลักการร่างกฎหมายกลุ่มนิติบุคคลข้ามชาติที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์ Global Minimum Tax ซึ่งจะทำให้กฎหมายภาษีเป็นไปตามมาตรฐานสากล, ลดการแข่งขันทางภาษีระหว่างประเทศ, จัดเก็บภาษีส่วนเพิ่ม 1.2 หมื่นลบ./ปี

• BOI เผยจะมีการประชุมบอร์ดเซมิฯ ในวันที่ 7 ม.ค. นี้เพื่อหารือและปรับปรุงร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ผลักดันไทยเป็นฮับผลิตชิปขั้นสูง ในพื้นที่ภาคเหนือ

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนในกรอบ 1250–1320 จุด โดยคาดบรรยากาศลงทุนมีแรงหนุนจาก January Effect ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (2564–2568) ช่วงสัปดาห์แรกของวันทำการหลังปีใหม่ SET จะปรับขึ้นเฉลี่ยราว 1.3% ด้วย Win Rate 60% สะท้อนพฤติกรรมกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนหลังพ้นวันหยุดยาว ขณะเดียวกันมองตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองหลักซึ่งอาจส่งผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-เวเนซุเอลา, ข้อมูลตลาดแรงงานและ PMI ภาคการผลิต ธ.ค. ของสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ ติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา และปัจจัยการเมืองในประเทศ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวก ดังนี้ 

1. หุ้น Defensive ผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก เราคาด 4Q68 กำไรเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BEM BGRIM GULF PTT

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI

3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL

4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดหวังสหรัฐจะยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันหนักจากเวเนซุเอลาทำให้กลับมานำเข้าได้อีกครั้ง แนะนำ TASCO ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นต้นน้ำและโรงกลั่น (PTTEP TOP SPRC) แม้เหตุการณ์ในเวเนซุเอลาจะสร้าง Risk Premium ดันราคาน้ำมันดิบขึ้นในระยะสั้น แต่คาดราคาน้ำมันจะผันผวนสูงจากความกังวลด้านอุปทานที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะกลาง-ยาว จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรระยะสั้นไปก่อน 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จาก January Effect โดยเน้นเลือกหุ้น SETHD และ sSET ซึ่งจากสถิติ 5 ปีล่าสุดพบให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงราว 1.5-2.0% ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังเปิดปีใหม่ด้วย Win Rate 80% แนะนำ KTB BBL AP THANI KBANK และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และ/หรือ เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรคการเมือง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT CBG OSP) กลุ่มสินเชื่อ (SAWAD TIDLOR) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) 

Daily Top Picks

BBL: ราคาหุ้นมีโอกาสได้รับ Sentiment บวกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังทรงตัวสูง/ปรับตัวขึ้น ธนาคารมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารขนาดใหญ่อื่นๆ คาดว่า ECL จะลดลงทั้ง QoQ และ YoY ใน 4Q68 Valuation ถูกที่สุดในกลุ่มธนาคารที่ PBV 0.48 เท่า และ PE 7 เท่าในปี 2569 เป้าหมายระยะสั้น 171 บาท 

CPN: มีปัจจัยหนุนระยะสั้น คาดว่ากําไรเติบโตแข็งแกร่ง YoY ได้ใน 1H69 จากโครงการ Dusit Residences ซึ่งถือหุ้น 30% และขายแล้วมากกว่า 90% มีฐานตํ่าใน 1H68 รวมถึงโอกาสที่กําไรและเงินปันผลจะสูงกว่าคาดจากการขายสินทรัพย์ให้ CPNREIT ใน 2H69 ในขณะที่ valuation ที่ยังไม่แพง เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.50 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ม.ค. 2569 เวลา : 13:44:46
09-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ข่าวดี! กบน.ไฟเขียว ลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ลง 50 สตางค์ต่อลิตร บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน มีผลพรุ่งนี้

2. ตลาดหุ้นปิด (8 ม.ค.68) ลบ 27.22 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,253.60 จุด

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (8 ม.ค.69) ลบ 17.85 จุด ดัชนี 1,262.97 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยเปิด (8 ม.ค.69) ลบ 15.25 จุด ดัชนี 1,265.57 จุด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (8 ม.ค.69) ทั่วไทยอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลงอีก 1-2 องศา "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา มีน้ำค้างแข็ง

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (7 ม.ค.69) ลบ 33.60 ดอลลาร์ นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน ( 7 ม.ค.69) ลบ 466 จุด หุ้นกลุ่มการเงินร่วงฉุดตลาด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (8 ม.ค. 69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,800 บาท

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.25-31.50 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (8 ม.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.32 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 12 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนวัดศรีวารีน้อย

12. ตลาดหุ้นไทยปิด (7 ม.ค.69) บวก 6.07 จุด ดัชนี 1,280.82 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (7 ม.ค.69) บวก 0.16 จุด ดัชนี 1,274.91 จุด

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ม.ค.69) บวก 44.60 ดอลลาร์ นักลงทุนเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ม.ค.69) ทำนิวไฮพุ่ง 484.90 จุด รับแรงซื้อหุ้นชิป-เทคโนโลยี

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 9, 2026, 5:38 am