เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "พักสั้นไม่ควรหลุดแนวรับ"


 

คาดตลาดแกว่งตัวไซด์เวย์ ตลาดยังไร้ปัจจัยสนับสนุนใหม่ โดยส่วนใหญ่เป็นการเผชิญปัจจัยเฉพาะหุ้น วันนี้ติดตามรายงานตัวเลขเงินเฟ้อไทย ซึ่งเราคาดยังปรับตัวลงต่อเป็นเดือนที่ 9 โดยประเมินที่ -0.4%YoY จากราคาพลังงานเป็นหลัก ส่วนปัจจัยภายนอกติดตามตัวเลข JOLTs แม้คาดว่าจะไม่มีผลต่อการประชุมเฟดปลายเดือนที่คาดจะคงดอกเบี้ยแต่ชี้นำแนวโน้มได้ ทางเทคนิค การพักตัวมีแนวรับหลักที่ 1270/1260 ไม่ควรหลุดต่ำกว่าหากพักสั้นเพื่อขึ้น แนวต้านประเมินที่ 1285/1290

ประเด็นสำคัญ

• วันนี้ติดตามตัวเลขภาวะเงินเฟ้อไทยใน ธ.ค. 2568 ซึ่งเราคาดจะหดตัว 0.4%YoY เป็นการปรับตัวลงต่อในเดือนที่ 9 และการรายงานภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ (ตำแหน่งงานเปิดใหม่ JOLTS พ.ย. และการจ้างงานภาคเอกชน ธ.ค. โดย ADP)

• ปธน. ทรัมป์เตรียมจะนัดพบกับผู้บริหารของบริษัทพลังงานสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้เพื่อหารือแนวทางการเร่งเพิ่มการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบในเวเนซุเอลา ทำให้มองตลาดจะกังวลภาวะอุปทานน้ำมันโลกล้นตลาด ส่งผลกดดันให้ราคาน้ำมันดิบยังผันผวนเชิงลบในระยะสั้น

• ครม. มีมติเห็นชอบการดำเนินงานก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์ M9 บางบัวทอง-บางปะอิน วงเงิน 1.58 หมื่นลบ. ซึ่งเป็นโครงการตามแผนเดิมที่มีอยู่แล้วและอยู่ในแผนใช้งบฯ ปี 2569 ทำให้ไม่มีภาระผูกพันสู่รัฐบาลชุดใหม่เป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมาอาทิ STECON

• บอร์ดพืชน้ำมันฯ เห็นชอบการเปิดตลาดและนำเข้าถั่วเหลืองและกากถั่วเหลืองถึงระหว่างปี 2569-2571 ตามโควตาและภายใต้อัตราภาษี 10% หลังสหรัฐฯ เล็งส่งออกถั่วเหลืองสู่ไทยแทนที่ตลาดจีน โดยไทยมีสัดส่วนนำเข้า 99.6% ของอุปสงค์ในประเทศ มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อผู้ผลิตเนื้อสัตว์บก (CPF BTG GFPT) และผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลือง (TVO) เป็นการเพิ่มทางเลือกนำเข้าแต่ราคาอาจไม่แตกต่างนัก

• ศาลแพ่งได้ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้บอร์ดการบินไทยชุดใหม่สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที กรณี 5 ผถห. ได้ยื่นฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนมติที่ประชุม ผถห. ประจำปี 2568 ทำให้บอร์ดการบินไทยมีกรรมการเป็น 15 คน จากเดิมที่ 11 คน

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนในกรอบ 1250–1320 จุด โดยคาดบรรยากาศลงทุนมีแรงหนุนจาก January Effect ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (2564–2568) ช่วงสัปดาห์แรกของวันทำการหลังปีใหม่ SET จะปรับขึ้นเฉลี่ยราว 1.3% ด้วย Win Rate 60% สะท้อนพฤติกรรมกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนหลังพ้นวันหยุดยาว ขณะเดียวกันมองตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองหลักซึ่งอาจส่งผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-เวเนซุเอลา, ข้อมูลตลาดแรงงานและ PMI ภาคการผลิต ธ.ค. ของสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ ติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา และปัจจัยการเมืองในประเทศ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวก ดังนี้ 

1. หุ้น Defensive ผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก เราคาด 4Q68 กำไรเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BEM BGRIM GULF PTT

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI

3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL

4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดหวังสหรัฐจะยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันหนักจากเวเนซุเอลาทำให้กลับมานำเข้าได้อีกครั้ง แนะนำ TASCO ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นต้นน้ำ คาดราคาน้ำมันจะผันผวนสูงจากความกังวลด้านอุปทานที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะกลาง-ยาว จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรระยะสั้นไปก่อน 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จาก January Effect โดยเน้นเลือกหุ้น SETHD และ sSET ซึ่งจากสถิติ 5 ปีล่าสุดพบให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงราว 1.5-2.0% ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังเปิดปีใหม่ด้วย Win Rate 80% แนะนำ KTB BBL AP THANI KBANK และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และ/หรือ เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรคการเมือง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT CBG OSP) กลุ่มสินเชื่อ (SAWAD TIDLOR) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) 

Daily Top Picks

PTT: ปัจจัยกระตุ้นจากโครงสร้างรายได้กระจายตัวในช่วงราคาน้ำมันผันผวน มีแผนปลดล็อกมูลค่าแฝงผ่านการทำ Asset Monetization และเร่งบูรณาการ LNG ผ่านการลงทุนเชิงรุก พร้อม Valuation น่าสนใจโดยเทรด PBV และ PER 2569F ที่ 0.7 เท่าและ 10.8 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี คาดให้ Div. Yield > 6% เป้าหมายระยะสั้น 32.50 บาท

CPALL: ปัจจัยกระตุ้นจากได้อานิสงส์เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบ ศก.ช่วงหาเสียงเลือกตั้งและคาดเป็นผู้ประกอบการรายเดียวในกลุ่มที่กำไร 4Q68 จะเติบโต YoY จากยอดขายและมาร์จิ้นธุรกิจ CVS แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ปลายปีก่อน เป้าหมายระยะสั้น 44.50 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ม.ค. 2569 เวลา : 13:17:15
09-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ข่าวดี! กบน.ไฟเขียว ลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ลง 50 สตางค์ต่อลิตร บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน มีผลพรุ่งนี้

2. ตลาดหุ้นปิด (8 ม.ค.68) ลบ 27.22 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,253.60 จุด

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (8 ม.ค.69) ลบ 17.85 จุด ดัชนี 1,262.97 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยเปิด (8 ม.ค.69) ลบ 15.25 จุด ดัชนี 1,265.57 จุด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (8 ม.ค.69) ทั่วไทยอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลงอีก 1-2 องศา "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา มีน้ำค้างแข็ง

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (7 ม.ค.69) ลบ 33.60 ดอลลาร์ นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน ( 7 ม.ค.69) ลบ 466 จุด หุ้นกลุ่มการเงินร่วงฉุดตลาด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (8 ม.ค. 69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,800 บาท

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.25-31.50 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (8 ม.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.32 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 12 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนวัดศรีวารีน้อย

12. ตลาดหุ้นไทยปิด (7 ม.ค.69) บวก 6.07 จุด ดัชนี 1,280.82 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (7 ม.ค.69) บวก 0.16 จุด ดัชนี 1,274.91 จุด

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ม.ค.69) บวก 44.60 ดอลลาร์ นักลงทุนเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ม.ค.69) ทำนิวไฮพุ่ง 484.90 จุด รับแรงซื้อหุ้นชิป-เทคโนโลยี

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 9, 2026, 5:39 am