เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Scoop : เหตุผลที่ "สหรัฐ" โจมตี "เวเนซุเอลา" เพราะต้องการน้ำมัน หรือเป็นภัยคุกคามที่ต้องปราบปราม


 

จากการเปิดฉากโจมตีเวเนซุเอลาของสหรัฐ ที่สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วโลก ด้วยการใช้ข้ออ้างต่อกรณีที่รัฐบาลเวเนซุเอลาพัวพันกับยาเสพติด ก่ออาชญากรรมข้ามชาติ และการละเมิดประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนนั้น แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่แรงจูงใจหลัก ที่สหรัฐจำเป็นต้องบุกเข้าควบคุมประเทศที่กำลังล่มสลายแห่งนี้ แต่มันยังพัวพันกับเข้ากับประเด็นทางอำนาจและความมั่นคง ที่ถ้าหากสหรัฐปล่อยไว้ เวเนซุเอลาอาจเป็นภัยคุกคามสำคัญ ที่ทำให้สหรัฐสามารถสิ้นชาติได้เลย
 
ในวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา หน่วยรบพิเศษเบอร์หนึ่งของสหรัฐ Delta Force บุกโจมตีทางอากาศและจับกุมตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร และภรรยาได้สำเร็จ พร้อมทั้งคำกล่าวของโดนัลทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ว่าจะเข้าควบคุมบริหารประเทศนี้ จนกว่าจะสามารถเปลี่ยนผ่านอย่างปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ ด้วยข้ออ้างความชอบธรรมทางด้านกฎหมายนั้น แม้จะเป็นมีมูลเหตุสำคัญที่มาดูโร มีการค้ายาเสพติดและส่งมาสหรัฐเยอะมากก็จริง แต่ในสายตาทั่วโลกก็ต่างตีความกันว่า มีเรื่องของน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากเวเนซุเอลา เป็นประเทศที่มีน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลก การที่สหรัฐเข้ามาบริหารเวเนซุเอลา ก็เท่ากับว่าได้ผลประโยชน์ทางทรัพยากรน้ำมันไปเต็ม ๆ
 
จริง ๆ แล้ว ก็ถูกครึ่งหนึ่ง เนื่องจากเป็น “การลงทุนในระยะยาว” ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับสหรัฐในระยะสั้นนี้ เพราะต้องเท้าความก่อนว่า แม้เวเนซุเอลาจะมีน้ำมันดิบสำรอง (Crude Oil Reserve) ที่เยอะที่สุดในโลกกว่า 3 แสนล้านบาร์เรล มากกว่าซาอุดิอาระเบียที่ 2.67 แสนล้านบาร์เรล แต่ในขณะเดียวกัน เวเนซุเอลากลับมีการส่งออกน้ำมันดิบน้อยที่สุดในโลกในมูลค่า 4.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แตกต่างกับซาอุดีอาระเบีย ที่ส่งออกน้ำมันมากสุดในโลกในมูลค่า 1.81 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสาเหตุเป็นเพราะว่า น้ำมันในเวเนซุเอลามีลัษณะเป็น Heavy Crude ที่คุณภาพต่ำและดูดยาก ซึ่งในเวทีโลกน้ำมันชนิดแบบนี้ไม่สามารถขายให้ใครได้ ต้องเอามาผ่านกรรมวิธีให้เหลวขึ้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก ทั้งนี้ต้นทุนของการขุดเจาะน้ำมันต่อ 1 บาเรล ของเวเนซุเอลาก็ยังต้องใช้ต้นทุน 25 - 40+ ดอลลาร์สหรัฐ (ขณะที่ซาอุดีอาระเบียใช้ต้นทุนเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น)
 
ไม่เพียงเท่านี้ ด้วยความที่เวเนซุเอลา เจอทรัพยากรน้ำมันตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 5 ของผู้ก่อตั้ง OPEC ที่เลือกจะไม่ทำอุตสาหกรรมอื่นใด นอกจากการขุดเจาะและส่งออกน้ำมัน ที่เป็นรายได้กว่า 95% ของประเทศ ซึ่งความรุ่งเรืองในสมัยประธานาธิบดี อูโก ซาเบซ ของเวเนซุเอลาในปี 1998 ที่ประเทศจีนเริ่มฟื้นตัวและเข้าซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา ที่ทำให้เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาเติบโตสูงมาก (โตตามราคาน้ำมัน) รวมถึงส่งออกให้กับคู่ค้าคนสำคัญของสหรัฐด้วย ซึ่งสหรัฐก็มีการเข้าไปลงทุนสร้างแท่งขุดเจาะน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมัน ภายใต้บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อย่าง Chevron และ ExxonMobil จวบจนมาจนถึงยุคของ รัฐบาลคาร์ลอส เปเรซ ของเวเนซุเอลา ที่จัดตั้งบริษัทปิโตรเลียมแห่งเวเนซุเอลา และออกกฎถือหุ้นในบริษัทน้ำมันทั้งหมด 60% ถ้าไม่ยอมจะใช้อำนาจเข้ายึดธุรกิจน้ำมัน ซึ่งบรรดาบริษัทของสหรัฐที่เข้ามาลงทุนต่างไม่ยอม เกิดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจนชนะคดี ทำให้เวเนซุเอามีหนี้สินที่ต้องชดใช้มากถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ  นอกจากนี้เวเนซุเอลายังเป็นหนี้กับทางรัสเซียและจีน 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เลิกจ่ายหนี้ตัวเองมาตั้งแต่ปี 2017 จากความล้มเหลวของรัฐบาล ที่สืบทอดการใช้นโยบายประชานิยม กับการคอรัปชั่นที่จัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จนโดนทั่วโลกคว่ำบาตร รวมถึงถูกอังกฤษกันไม่ให้เข้าถึงทองคำสำรองที่เก็บไว้ในลอนดอนอีกด้วย ประกอบกับที่เวเนซุเอลาไม่มีธุรกิจอื่นเลยนอกจากการค้าน้ำมัน ทำให้มาดูโรจึงต้องค้ายาเสพติด ซึ่งค้ายาและอาวุธเข้ามายังสหรัฐเยอะมาก ๆ  จนทรัมป์สามารถใช้ Narrative นี้ เข้ายึดและจับกุมตัวออกมาได้
 
ดังนั้นเอง การที่ทรัมป์ เข้ามากุมอำนาจบริหารประเทศ และมีสิทธิในน้ำมัน ก็ไม่ได้ทำให้สหรัฐได้ผลประโยชน์จากกำไรของการค้าน้ำมันในเวเนซุเอลาได้ เนื่องจากทุกบาททุกสตางค์ ที่สหรัฐได้กำไรมาจากการขุดน้ำมันในเวเนซุเอลา ต้องมีการจ่ายให้เจ้าหนี้อย่างจีนและรัสเซียก่อน แถมการลงทุนขุดเจาะและผลิตน้ำมันยังต้องใช้เงินอย่างน้อย 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว เรียกได้ว่าหากหวังกำไร ก็อาจจะต้องใช้เวลากว่า 30 ปีเป็นอย่างต่ำเลยทีเดียว
 
แล้วอะไรคือเจตานาที่แท้จริงของสหรัฐ ได้การควบคุมเวเนซุเอลา?
 
ใจความสำคัญก็คือ ตั้งแต่ในสมัยอดีต กลุ่มประเทศในแถบละตินอเมริกา จัดเป็นสนามหลังบ้าน หรือเรียกกันว่า Backyard อันเป็นดินแดนหวงห้ามของทางสหรัฐอเมริกา เพราะมีจุดทางยุทธศาสตร์ที่ใกล้ทะเลแคริบเบียน ที่เส้นทางเดินเรือ พลังงาน และการทหาร มันยึดโยงกับเรื่องความมั่นคงของสหรัฐโดยตรงในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หากประเทศที่เป็นศัตรูของสหรัฐ สามารถขยายอำนาจหรืออิทธิพลมาจัดตั้งกองทัพใน Backyard แห่งนี้ได้ สหรัฐอเมริกาก็มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความเสี่ยงทันที
 
โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สหรัฐปล่อยให้หลังบ้านของตัวเองรกร้าง จนทำให้จีนและรัสเซียเข้ามาปักหลักแถวนี้ โดยเฉพาะรัสเซียลงทุนด้านการทหาร ส่วนจีนมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และยังทุ่มเงินกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ปล่อยกู้ให้กับเวเนซุเอลา โดยตกลงไว้ว่าไม่ต้องใช้หนี้เป็นเงิน แต่ต้องจ่ายเป็นน้ำมันแทน หรือที่เรียกว่า Loan for oil ซึ่งการที่จีนและรัสเซียเป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงรัฐบาลมาดูโรมาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ทรัมป์ต้องตัดสายพานอำนาจนี้ทิ้ง ด้วยการทวงคืนพื้นที่หลังบ้านตัวเองกลับมาเพื่อความมั่นคงของชาติ
 
การบุกโจมตีทางอากาศและจับกุมตัวมาดูโร ได้สำเร็จ ที่ทำให้รัฐบาลของเวเนซุเอลาล่มสลายลง นับเป็นความสำเร็จของสหรัฐ ที่สามารถล้มสัญญาน้ำมันของจีนพร้อมกับ เครือข่ายของจีนและรัสเซียในเวเนซุเอลาให้พังทลายลงไปด้วย ทั้งยังสามารถควบคุมพลังงานได้ในระยะยาว เรียกได้ว่าเป็นการกู้คืนอำนาจที่ประกาศตัวอย่างไม่เป็นทางการว่าระเบียบโลกยังคงอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และใช่ว่าจะต่อกรด้วยได้ง่าย ๆ

 


LastUpdate 07/01/2569 22:05:57 โดย : Admin
09-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ข่าวดี! กบน.ไฟเขียว ลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ลง 50 สตางค์ต่อลิตร บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน มีผลพรุ่งนี้

2. ตลาดหุ้นปิด (8 ม.ค.68) ลบ 27.22 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,253.60 จุด

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (8 ม.ค.69) ลบ 17.85 จุด ดัชนี 1,262.97 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยเปิด (8 ม.ค.69) ลบ 15.25 จุด ดัชนี 1,265.57 จุด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (8 ม.ค.69) ทั่วไทยอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง อุณหภูมิลดลงอีก 1-2 องศา "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา มีน้ำค้างแข็ง

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (7 ม.ค.69) ลบ 33.60 ดอลลาร์ นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน ( 7 ม.ค.69) ลบ 466 จุด หุ้นกลุ่มการเงินร่วงฉุดตลาด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (8 ม.ค. 69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,800 บาท

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.25-31.50 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (8 ม.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.32 บาทต่อดอลลาร์

11. ประกาศ กปน.: 12 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนวัดศรีวารีน้อย

12. ตลาดหุ้นไทยปิด (7 ม.ค.69) บวก 6.07 จุด ดัชนี 1,280.82 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (7 ม.ค.69) บวก 0.16 จุด ดัชนี 1,274.91 จุด

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 ม.ค.69) บวก 44.60 ดอลลาร์ นักลงทุนเดินหน้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 ม.ค.69) ทำนิวไฮพุ่ง 484.90 จุด รับแรงซื้อหุ้นชิป-เทคโนโลยี

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 9, 2026, 5:39 am