เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "DELTA กลับมากดดัน"


คาดตลาดแกว่งตัวลง จากแรงกดดันจิตวิทยาระยะสั้นหลัง DELTA ขาย Big Lot ที่ราคา 171–175 บาท หากราคาปรับลงเข้าใกล้ระดับดังกล่าว อาจสร้าง Downside ต่อ SET ราว 11–15 จุด อย่างไรก็ดีข้อมูลในอดีตชี้ว่าราคาหุ้นมักไม่ปรับตัวลงถึงราคาขาย ปัจจัยภายนอก ตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแรง ทั้ง JOLTS และ ADP ต่ำกว่าคาด แต่ตลาดยังคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยปลายเดือนนี้ ทางเทคนิค แนวรับหลักอยู่ที่ 1270/1260 ไม่ควรหลุดหากพักเพื่อขึ้น แนวต้าน 1280/1285

ประเด็นสำคัญ

• ภาวะเงินเฟ้อไทยใน ธ.ค. 2568 หดตัว 0.28%YoY ใกล้เคียงตลาดคาดแต่หดตัวน้อยกว่าที่เราคาดไว้ เป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 กดดันจากราคาอาหารและพลังงาน ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2568 หดตัว 0.14% ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ด้าน สนค. ประเมินเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2569 จะขยายตัวในกรอบ 0-1%

• กกร. ประเมิน ศก. ไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี (ไม่รวมช่วงวิกฤต) และต่ำที่สุดในภูมิภาค จากความเปราะบางในเชิงโครงสร้าง, ศก. นอกระบบที่มีขนาดใหญ่ และหนี้ครัวเรือน และกังวลภาวะบาทแข็งค่าแรงจะเป็นปัจจัยกดดันเสมือนกับที่ภาคธุรกิจเผชิญมาตรการภาษีสหรัฐฯ และจะยิ่งซ้ำเติมกลุ่มส่งออก

• ThaiBMA เผยมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ไทย ณ สิ้นปี 2568 ที่ 17.91 ล้านลบ. (96% ของ GDP) หนุนจากตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลักซึ่งมีการออกเพิ่มขึ้น 4.7%YoY ขณะที่การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนลดลง 3.5%YoY และประเมินมูลค่าการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนในปี 2569 จะทรงตัวจากปีก่อนราว 8.8-9.0 แสนลบ. 

• จำนวนตำแหน่งงานเปิดใหม่ (JOLTS) สหรัฐฯ ใน พ.ย. 2568 ลดลงสู่ 7.15 ล้านตำแหน่ง ต่ำที่สุดในรอบ 1 ปี ส่วนการจ้างงานของภาคเอกชนโดย ADP ใน ธ.ค. 2568 เพิ่มขึ้นสู่ 41,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาด สะท้อนตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง

• ธนาคารกลางจีน (PBOC) ให้คำมั่นจะเดินหน้านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายปานกลางในปี 2569 เช่น การลดอัตราส่วนการกันสำรองของ ธพ. (RRR) และอัตราดอกเบี้ย เป็น Sentiment เชิงบวกระยะสั้นต่อหุ้น China Play อย่าง SCC SCGP IVL PTTGC เป็นต้น

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนในกรอบ 1250–1320 จุด โดยคาดบรรยากาศลงทุนมีแรงหนุนจาก January Effect ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (2564–2568) ช่วงสัปดาห์แรกของวันทำการหลังปีใหม่ SET จะปรับขึ้นเฉลี่ยราว 1.3% ด้วย Win Rate 60% สะท้อนพฤติกรรมกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนหลังพ้นวันหยุดยาว ขณะเดียวกันมองตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองหลักซึ่งอาจส่งผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-เวเนซุเอลา, ข้อมูลตลาดแรงงานและ PMI ภาคการผลิต ธ.ค. ของสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ ติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา และปัจจัยการเมืองในประเทศ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวก ดังนี้ 

1. หุ้น Defensive ผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก เราคาด 4Q68 กำไรเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BEM BGRIM GULF PTT

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI

3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL

4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดหวังสหรัฐจะยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันหนักจากเวเนซุเอลาทำให้กลับมานำเข้าได้อีกครั้ง แนะนำ TASCO ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นต้นน้ำ คาดราคาน้ำมันจะผันผวนสูงจากความกังวลด้านอุปทานที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะกลาง-ยาว จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรระยะสั้นไปก่อน 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จาก January Effect โดยเน้นเลือกหุ้น SETHD และ sSET ซึ่งจากสถิติ 5 ปีล่าสุดพบให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงราว 1.5-2.0% ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังเปิดปีใหม่ด้วย Win Rate 80% แนะนำ KTB BBL AP THANI KBANK และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และ/หรือ เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรคการเมือง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT CBG OSP) กลุ่มสินเชื่อ (SAWAD TIDLOR) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) 

Daily Top Picks

ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นจากโมเมนตัมกำไร 4Q68 ที่คาดจะเติบโต YoY และ QoQ แรงหนุนจาก ARPU ที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจหลัก (โทรศัพท์เคลื่อนที่และ FBB) มีการคุมต้นทุนที่ดี ค่าใช้จ่ายการตลาดที่มีแนวโน้มลดลง และการรับรู้ประโยชน์การประหยัดต้นทุนหลังการประมูลคลื่นความถี่เต็มไตรมาส เป้าหมายระยะสั้น 326 บาท

OSP: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเม็ดเงินช่วงหาเสียงเลือกตั้งช่วยหนุนบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยและต้นทุนน้ำตาลที่ปรับลงดีต่อศักยภาพทำกำไร อีกทั้งกำไร 4Q68 คาดจะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ หนุนจากการฟื้นตัวการบริโภคในประเทศและยอดขายต่างประเทศ รวมทั้งการคุมต้นทุนได้ดี เป้าหมายระยะสั้น 17 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 ม.ค. 2569 เวลา : 11:48:56
10-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 20 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดกระบัง

2. ตลาดหุ้นไทยปิด (9 ม.ค.69) บวก 0.49 จุด ดัชนี 1,254.09 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า ( 9 ม.ค.69) บวก 7.04 จุด ดัชนี 1,260.64 จุด

4. MTS Gold ราคาทองคำยังคงอยู่ในกรอบ "Sideway" แนวรับที่ 4,420-4,400 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,500-4,520 เหรียญ

5. ตลาดหุ้นไทยเปิด (9 ม.ค.69) บวก 3.42 จุด ดัชนี 1,257.02 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (9 ม.ค. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,300 บาท

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (8 ม.ค.69) ลบ 1.80 ดอลลาร์ นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐวันนี้

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (8 ม.ค.69) บวก 270.03 จุด หุ้นยุทโธปกรณ์พุ่งรับข่าวทรัมป์จ่อเพิ่มงบกลาโหมสูงถึง 1.5 ล้านล้าน$

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.35-31.60บาท/ดอลลาร์

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (9 ม.ค.68) ประเทศไทยอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดลงอีก 1-2 องศา "ยอดดอย" 2 องศา "ยอดภู" 5 องศา

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (9 ม.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 31.44 บาทต่อดอลลาร์

12. ข่าวดี! กบน.ไฟเขียว ลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ลง 50 สตางค์ต่อลิตร บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน มีผลพรุ่งนี้

13. ตลาดหุ้นปิด (8 ม.ค.68) ลบ 27.22 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,253.60 จุด

14. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (8 ม.ค.69) ลบ 17.85 จุด ดัชนี 1,262.97 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยเปิด (8 ม.ค.69) ลบ 15.25 จุด ดัชนี 1,265.57 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 10, 2026, 3:13 pm