เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "ลุ้นพลังงานช่วยประคองตลาด"


 

คาดตลาดเริ่มชะลอการลงตามแนวรับ หุ้นพลังงานมีโอกาสกลับมาประคองตลาดหลังราคาน้ำมันฟื้นตัว ปัจจัยภายนอก ติดตาม NFPs แต่เบื้องต้นคาดเฟดคงดอกเบี้ยปลายเดือนนี้ ตลาดรอคำตัดสินศาลฎีกา "ภาษีทรัมป์" แม้เป็นโมฆะ คาดรัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ ม. 122, 301, 232 หรือ 338 แทน ทางเทคนิค หลุดแนวรับที่ 1260 ทำให้เป็นการแกว่งตัวลง แต่แนวรับที่ 1250/1244 อาจชะลอการลงสั้น อย่างไรก็ตาม หากหลุดแนวรับอีกจะเป็นเปิดทางลงรอบใหญ่ใหม่ แนวต้าน 1260/1270

ประเด็นสำคัญ

• FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่น นลท. ใน ธ.ค. 2568 พุ่งสู่เกณฑ์ “ร้อนแรง” หนุนจากความคาดหวังการเมืองจะมีความชัดเจนและการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ หนุนกระแสเงินจากต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ธุรกิจ “ธนาคาร” ยังคงได้รับความน่าสนใจมากที่สุด

• ม. หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคใน ธ.ค. 2568 ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือนสู่ 51.9 จากการยุบสภาและความขัดแย้งชายแดน ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยในช่วง 1Q69 และจับตาสถานการณ์การเมือง มองกลุ่มสินค้าจำเป็น รวมถึงอาหารเครื่องดื่มมีปัจจัยสนับสนุนบ้างจากบรรยากาศช่วงหาเสียงเลือกตั้งและต่อเนื่องถึงเทศกาลตรุษจีน หุ้นแนะนำ CPALL และ OSP

• กบน. มีมติลดอัตราสบทบเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากดีเซลและแก๊สโซฮอล E85 ลง 10 และ 50 สต./ลิตร ตามลำดับ และขอความร่วมมือลดราคาขายดีเซลและเบนซินลง 50 สต./ลิตร มองเป็นลบระยะสั้นต่อค่าการตลาด แต่ระยะต่อไปคาดจะกลับสู่ระดับเดิมได้หากราคาน้ำมันโลกอยู่ในแนวโน้มขาลง นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เก็งกำไรระยะสั้น OR

• ที่ประชุมบอร์ดเซมิฯ พิจารณาร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตฯ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.5 ล้านลบ. ในช่วง 25 ปีข้างหน้า และพัฒนาบุคลากรกว่า 2.3 แสนคน มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มนิคมฯ อย่าง WHA AMATA

• ติดตามการตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในช่วงคืนวันนี้ (9 ม.ค.) กรณีมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของ ปธน. ทรัมป์ จะยังคงมีผลบังคับใช้หรือไม่ จากก่อนหน้าศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งให้เป็นโมฆะ

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนในกรอบ 1250–1320 จุด โดยคาดบรรยากาศลงทุนมีแรงหนุนจาก January Effect ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (2564–2568) ช่วงสัปดาห์แรกของวันทำการหลังปีใหม่ SET จะปรับขึ้นเฉลี่ยราว 1.3% ด้วย Win Rate 60% สะท้อนพฤติกรรมกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนหลังพ้นวันหยุดยาว ขณะเดียวกันมองตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองหลักซึ่งอาจส่งผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-เวเนซุเอลา, ข้อมูลตลาดแรงงานและ PMI ภาคการผลิต ธ.ค. ของสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ ติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา และปัจจัยการเมืองในประเทศ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวก ดังนี้ 

1. หุ้น Defensive ผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก เราคาด 4Q68 กำไรเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BEM BGRIM GULF PTT

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI

3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL

4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดหวังสหรัฐจะยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันหนักจากเวเนซุเอลาทำให้กลับมานำเข้าได้อีกครั้ง แนะนำ TASCO ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นต้นน้ำ คาดราคาน้ำมันจะผันผวนสูงจากความกังวลด้านอุปทานที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะกลาง-ยาว จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรระยะสั้นไปก่อน 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จาก January Effect โดยเน้นเลือกหุ้น SETHD และ sSET ซึ่งจากสถิติ 5 ปีล่าสุดพบให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงราว 1.5-2.0% ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังเปิดปีใหม่ด้วย Win Rate 80% แนะนำ KTB BBL AP THANI KBANK และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และ/หรือ เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรคการเมือง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT CBG OSP) กลุ่มสินเชื่อ (SAWAD TIDLOR) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) 

Daily Top Picks

WHA: คาดได้ Sentiment บวกระยะสั้นจากการเก็งกำไรผลคำตัดสินศาลฎีกาสหรัฐฯ ประเด็นการเก็บภาษีศุลกากรของ ปธน. ทรัมป์ คืนนี้ ขณะที่แนวโน้มกำไรยังแข็งแกร่ง โดยปี 2568 คาดกำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ที่ 4.7 พันลบ. และเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 แรงหนุนจากลูกค้ากลุ่ม Data Center เป้าหมายระยะสั้น 3.30 บาท

PTT : มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น อีกทั้งมีแผนปลดล็อกมูลค่าแฝงผ่านการทำ Asset Monetization และเร่งบูรณาการ LNG ผ่านการลงทุนเชิงรุก พร้อม Valuation น่าสนใจโดยเทรด PBV และ PER 2569F ที่ 0.7 เท่าและ 10.8 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี คาดให้ Div. Yield มากกว่า 6% เป้าหมายระยะสั้น 32.50 บาท

OSP : มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเม็ดเงินช่วงหาเสียงเลือกตั้งช่วยหนุนบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยและต้นทุนน้ำตาลที่ปรับลงดีต่อศักยภาพทำกำไร อีกทั้งกำไร 4Q68 คาดจะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ หนุนจากการฟื้นตัวการบริโภคในประเทศและยอดขายต่างประเทศ รวมทั้งการคุมต้นทุนได้ดี เป้าหมายระยะสั้น 17 บาท
 
 

LastUpdate 09/01/2569 12:13:54 โดย : Admin
10-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 20 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดกระบัง

2. ตลาดหุ้นไทยปิด (9 ม.ค.69) บวก 0.49 จุด ดัชนี 1,254.09 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า ( 9 ม.ค.69) บวก 7.04 จุด ดัชนี 1,260.64 จุด

4. MTS Gold ราคาทองคำยังคงอยู่ในกรอบ "Sideway" แนวรับที่ 4,420-4,400 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,500-4,520 เหรียญ

5. ตลาดหุ้นไทยเปิด (9 ม.ค.69) บวก 3.42 จุด ดัชนี 1,257.02 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (9 ม.ค. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,300 บาท

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (8 ม.ค.69) ลบ 1.80 ดอลลาร์ นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐวันนี้

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (8 ม.ค.69) บวก 270.03 จุด หุ้นยุทโธปกรณ์พุ่งรับข่าวทรัมป์จ่อเพิ่มงบกลาโหมสูงถึง 1.5 ล้านล้าน$

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.35-31.60บาท/ดอลลาร์

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (9 ม.ค.68) ประเทศไทยอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิลดลงอีก 1-2 องศา "ยอดดอย" 2 องศา "ยอดภู" 5 องศา

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (9 ม.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 31.44 บาทต่อดอลลาร์

12. ข่าวดี! กบน.ไฟเขียว ลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ลง 50 สตางค์ต่อลิตร บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน มีผลพรุ่งนี้

13. ตลาดหุ้นปิด (8 ม.ค.68) ลบ 27.22 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,253.60 จุด

14. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (8 ม.ค.69) ลบ 17.85 จุด ดัชนี 1,262.97 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยเปิด (8 ม.ค.69) ลบ 15.25 จุด ดัชนี 1,265.57 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 10, 2026, 3:13 pm