เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทแกว่งตัวเป็นกรอบ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน"


 สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท


· เงินบาทแกว่งตัวอยู่ในกรอบค่อนข้างจำกัดในช่วง 31.20-31.55 ตลอดสัปดาห์

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงกดดันท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเปิดเผยว่า อัยการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีการเปิดการสอบสวนในประเด็นการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟด อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาอ่อนค่าในช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากตลาดตีความสัญญาณของผู้ว่าการ ธปท. ในเชิง Dovish ซึ่งสะท้อนโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของไทยในปีนี้ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินในเอเชีย นำโดย เงินเยนซึ่งเผชิญแรงขายท่ามกลางการคาดการณ์ว่า นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นอาจตัดสินใจยุบสภาเพื่อจัดเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตลาดประเมินว่า หากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ชนะการเลือกตั้งก็อาจทำให้สถานะทางการคลังของญี่ปุ่นถดถอยลง นอกจากนี้ แรงขายเงินดอลลาร์ฯ ชะลอลงบางส่วน หลังมีรายงานข่าวว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกร่วมกันออกแถลงการณ์เพื่อสนับสนุนนายเจอโรม พาวเวลด้วยเช่นกัน

 
เงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายตามปัจจัยทางเทคนิคหลังจากที่ USD/THB ไม่ผ่านแนว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ประกอบกับเงินเยนฟื้นตัวขึ้นบางส่วน หลังทางการญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่า อาจเข้าแทรกแซงเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน

· ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.43 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 12-16 ม.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 7,576.7 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 820.8 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 821.0 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 0.2 ล้านบาท)

· สัปดาห์ระหว่างวันที่ 19-23 ม.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.00-31.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 3/2568 ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนต.ค.-พ.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนธ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และ PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนม.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม BOJ (22-23 ม.ค.) การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน อัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค. ของยูโรโซนและอังกฤษ และข้อมูลเศรษฐกิจจีน อาทิ จีดีพีไตรมาส 4/2568 และตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนธ.ค. ด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

· ดัชนีหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

SET Index ปรับตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด ประกอบกับเผชิญแรงกดดันจากแรงขายในกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดย หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจากความกังวลเกี่ยวกับการยกเลิกการขายแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายของบริษัทประกันรายใหญ่ นอกจากนี้ แรงขายทำกำไรหุ้นรายตัว ในกลุ่มค้าปลีกและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ก็เป็นปัจจัยลบที่กดดันตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน

 
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่าน รวมถึงหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และแบงก์ในช่วงที่กำลังจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568

· ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,275.60 จุด เพิ่มขึ้น 1.72% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,148.11 ล้านบาท ลดลง 1.11% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.96% มาปิดที่ระดับ 212.83 จุด

· สัปดาห์ถัดไป (19-23 ม.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,260 และ 1,250 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,285 และ 1,300 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนม.ค. (เบื้องต้น) รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนต.ค. - พ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการ

ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนธ.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนม.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 16 ม.ค. 2569 เวลา : 20:52:12
18-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 29 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสรงประภาตัดถนนเชิดวุฒากาศ

2. ตลาดหุ้นปิด (16 ม.ค.69) บวก 14.21 จุด ดัชนี 1,275.60 จุด

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (16 ม.ค.69) บวก 3.38 จุด ดัชนี 1,264.77 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการปรับฐานในระยะสั้น ในรูปแบบ "Sideways" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,580 - 4,550 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,620 - 4,650 เหรียญ

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (15 ม.ค.69) ลบ 12 ดอลลาร์ นักลงทุนขายสินทรัพย์ปลอดภัย คลายกังวลอิหร่าน

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (16 ม.ค.69) ประเทศไทยอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศา แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคอีสาน "ยอดดอย" 6 องศา

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (15 ม.ค.69) บวก 292.81 จุด รับแรงซื้อหุ้นแบงก์ ผลประกอบการ แกร่งเกินคาด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (16 ม.ค. 69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,250 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิด (16 ม.ค. 69) ลบ 1.26 จุด ดัชนี 1,260.13 จุด

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.35-31.60 บาท/ดอลลาร์

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (16 ม.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.40 บาทต่อดอลลาร์

12. ประกาศ กปน.: 20 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนสุขุมวิทสายเก่า

13. ตลาดหุ้นปิด (15 ม.ค.69) บวก 17.09 จุด ดัชนี 1,261.39 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบ "Sideway Up" ประเมินแนวรับไว้ที่บริเวณ 4,590-4,570 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,645-4,665 เหรียญ

15. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (15 ม.ค.69) บวก 7.70 จุด ดัชนี 1,252.00 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 18, 2026, 12:50 pm