แบงก์-นอนแบงก์
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท


 

ในปี 2568 เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ  ภาคการส่งออกแม้ได้รับแรงหนุนในช่วงครึ่งแรกของปีจากการเร่งคำสั่งซื้อก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา แต่ก็ชะลอลงในช่วงครึ่งหลังตามการอ่อนแรงของอุปสงค์โลก ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาด โดยเฉพาะจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้ภาคบริการไม่สามารถกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ  ขณะเดียวกัน อุปสงค์ภายในประเทศยังอยู่ในภาวะอ่อนแรง สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบต่อเนื่องและระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความไม่แน่นอนจากต่างประเทศที่กดดันการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐยังมีข้อจำกัดจากกรอบงบประมาณและระดับหนี้สาธารณะ  โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงมีความเปราะบาง และเผชิญความเสี่ยงต่อแนวโน้มการฟื้นตัวในระยะถัดไป

ท่ามกลางพลวัตของโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลต่อการค้าโลก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรม  ธนาคารกรุงเทพมุ่งมั่นให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม พร้อมยืนเคียงข้างในฐานะเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไม่หยุดนิ่ง รวมถึงสนับสนุนโอกาสในการขยายกิจการไปต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมนโยบายของภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย เช่น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยบรรเทาภาระหนี้ของลูกหนี้เพื่อให้สามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว และ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่สนับสนุนให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มเติมเพื่อยกระดับการขยายตัวเศรษฐกิจในอนาคต  ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืนธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท 

ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 จากปีก่อน ภายใต้ความไม่แน่นอนหลายด้าน  ธนาคารมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงและมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.75 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชะลอตัวของเงินให้สินเชื่อ  ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงเล็กน้อยจากบริการธุรกรรมผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม  ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ร้อยละ 48.4 สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย  นอกจากนี้ จากการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง  ธนาคารมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 ลดลงจากไตรมาสก่อน และสำหรับปี 2568 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจำนวน 36,147 ล้านบาท

ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน 

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,608,286 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.2 จากสิ้นปีก่อน โดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังคงเติบโต  สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.0 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 324.1 เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง 

ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 จำนวน 3,196,284 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 81.6  ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 21.8 ร้อยละ 17.2 และร้อยละ 17.2 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ม.ค. 2569 เวลา : 18:56:03
21-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (21 ม.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 31.02 บาทต่อดอลลาร์

2. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ม.ค. 69) พุ่งพรวด 1,050 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 71,450 บาท

3. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ม.ค.69) เวลา 9.57 น. ดัชนีอยู่ที่ 1,301.65 จุด บวก 5.28 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4,805.41 ล้านบาท

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.10 บาท/ดอลลาร์

5. ประกาศ กปน.: 22 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 2

6. ตลาดหุ้นปิด (20 ม.ค.69) บวก 13.17 จุด ดัชนี 1,296.37 จุด

7. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (20 ม.ค.69) บวก 18.63 จุด ดัชนี 1,301.83 จุด

8. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้ม "Sideway Up" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,650- 4,620 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,700-4,720

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.35 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (20 ม.ค. 69) ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์

11. พยากรณ์อากาศวันนี้ (20 ม.ค.69) ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว "ยอดดอย" หนาวถึงหนาวจัด 2 องศา มีน้ำค้างแข็งบางแห่ง

12. ทองเปิดตลาดวันนี้ (20 ม.ค. 69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 69,850 บาท

13. ตลาดหุ้นไทยเปิด (20 ม.ค.69) บวก 0.71 จุด ดัชนี 1,283.91 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิด (19 ม.ค.69) บวก 7.60 จุด ดัชนี 1,283.20 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยปิด (19 ม.ค.69) บวก 7.60 จุด ดัชนี 1,283.20 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 21, 2026, 11:16 am