เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "ดูการยืน 1300 หลัง Flow ไหลเข้าต่อ"


คาดตลาดแกว่งผันผวนทางขึ้น ลุ้นการยืนที่ 1300 หลังจากเงินทุนยังไหลเข้าต่อเนื่องในช่วงก่อนการเลือกตั้ง มีแรงซื้อใกล้เคียงสถิติในอดีต ในขณะที่งบกลุ่มธนาคารยังไม่มีสัญญาณลบในเรื่องของ NPLs แม้ BBL กำไรต่ำกว่าคาด แต่เชื่อว่ายังสามารถจ่ายปันผลเพิ่มได้ คาดจะไม่กระทบจิตวิทยารวมกลุ่ม ทางเทคนิค ตลาดยังเป็นการแกว่งขึ้น แต่หากสามารถยืนเหนือ 1300 ได้ จะเป็นสัญญาณการแกว่งตัวขึ้นต่อ มีแนวต้านถัดไปที่ 1310/1320 แนวรับ 1290/1280

ประเด็นสำคัญ

• พันธบัตรทั่วโลกเผชิญแรงขาย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะ 30 ปีทำระดับสูงสุดที่ 4.95% กังวลสงครามการค้า ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นระยะ 30 ปีทำระดับสูงสุดที่ 3.92% จากกังวลนโยบายระงับเก็บภาษี 8% สำหรับอาหารเป็นเวลา 2 ปี หากนายกฯ ญี่ปุ่นกลับมาชนะเลือกตั้งซึ่งกระทบวินัยการคลัง มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารและประกัน

• ธปท. ผ่อนคลายเกณฑ์นำรายได้กลับประเทศขยายวงเงินจากเดิมครั้งละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเรียกตรวจเอกสารทุกธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 แสนดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป และเพิ่มความเข้มงวดให้ธนาคารเรียกตรวจเอกสารธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวกับทองคำ ลดแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งค่า

• จำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในสัปดาห์ที่ 3 เพิ่มขึ้น 1%WoW หนุนจากจีน, อินเดียและเกาหลีใต้ แต่ลดลง 9%YoY จากฐานปีก่อนสูง ทั้งนี้เรามองโมเมนตัม นทท. ต่างชาติจะเริ่มดีขึ้น YoY ในเดือน ก.พ. จากเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นบวกต่อ CENTEL และ ERW

• ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุด -1.66 พันลบ. ต่ำสุดในรอบ 4 ปี อานิสงส์จากราคาน้ำมันโลกที่ลดลง คาดกองทุนน้ำมันฯ จะพลิกฐานะเป็นบวกได้ใน 1-2 สัปดาห์ พิจารณาจากการเก็บเงินสมทบล่าสุดเฉลี่ย 204 ลบ./วัน เป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (OR PTG)

• กระทรวงการคลังจีนประกาศมาตรการจูงใจกระตุ้นการลงทุนและบริโภค ได้แก่ โครงการค้ำประกันเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือเอกชนชำระค่าใช้จ่ายและการยกระดับเทคโนโลยี และแก้ปัญหา ศก. จีนที่แต่ละภาคส่วนขยายตัวไม่สอดคล้องกัน

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1250–1320 จุด โดยปัจจัยในประเทศติดตามการประกาศงบ 4Q68 ของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งจะออกมาครบในสัปดาห์หน้านี้, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกลาง (เวเนซุเอลา, อิหร่าน, รัสเซีย-ยูเครน) ซึ่งจะมีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและหุ้นกลุ่มพลังงาน, ความคืบหน้าการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ GDP 4Q68 และยอดค้าปลีกของจีน, PCE พ.ย. และ GDP 3Q68 (รายงานครั้งสุดท้าย) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ ติดตามการทยอยประกาศงบกลุ่มธนาคารและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้: 

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM TRUE 

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI 

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นธนาคารที่คาดรายงานกำไร 4Q68 จะออกมาเติบโตดีหรือยังทรงตัว YoY ตามคาด พร้อมยังมีแนวโน้มจ่ายปันผลสูงจากกระแสเงินสดแข็งแกร่ง แนะนำ KTB BBL KBANK KKP 2) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CPN) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT OSP) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT

Daily Top Picks

CPALL: ปัจจัยกระตุ้นจากได้อานิสงส์เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้งและคาดเป็นผู้ประกอบการรายเดียวในกลุ่มที่กำไร 4Q68 จะเติบโต YoY จากยอดขายและมาร์จิ้นธุรกิจ CVS แข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ปลายปีก่อน เป้าหมายระยะสั้น 45.25 บาท

OSP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเม็ดเงินช่วงหาเสียงเลือกตั้งสนับสนุนบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยและต้นทุนน้ำตาลที่ปรับลง ดีต่อศักยภาพทำกำไร ใน 4Q68 คาดกำไรปกติจะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ จากการฟื้นตัวการบริโภคในประเทศและยอดขายต่างประเทศ รวมทั้งการคุมต้นทุนได้ดี เป้าหมายระยะสั้น 17.70 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 21 ม.ค. 2569 เวลา : 11:53:36
21-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (21 ม.ค.69) บวก 19.00 จุด ดัชนี 1,315.37 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำโลกได้ทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ในปีนี้แล้วเป็นครั้งที่ 5 ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับ 4,750-4,700 เหรียญ แนวต้าน 4,850-4,900 เหรียญ

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (20 ม.ค.69) พุ่ง 170.40 ดอลลาร์ ทำนิวไฮยืนเหนือ $4,700 รับแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (20 ม.ค.68) ร่วง 870.74 จุด วิตกกังวลข้อพิพาทการค้าสหรัฐ-ยุโรป

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ม.ค.68) มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคอีสาน ส่งผลภาคอีสานอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิลดลง 1-2 องศา

6. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (21 ม.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 31.02 บาทต่อดอลลาร์

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ม.ค. 69) พุ่งพรวด 1,050 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 71,450 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ม.ค.69) เวลา 9.57 น. ดัชนีอยู่ที่ 1,301.65 จุด บวก 5.28 จุด มูลค่าการซื้อขาย 4,805.41 ล้านบาท

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.10 บาท/ดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: 22 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 2

11. ตลาดหุ้นปิด (20 ม.ค.69) บวก 13.17 จุด ดัชนี 1,296.37 จุด

12. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (20 ม.ค.69) บวก 18.63 จุด ดัชนี 1,301.83 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้ม "Sideway Up" ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,650- 4,620 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,700-4,720

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.35 บาท/ดอลลาร์

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (20 ม.ค. 69) ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 21, 2026, 2:03 pm