แบงก์-นอนแบงก์
วีซ่าเผยการเติบโตของการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในอาเซียน พร้อมเน้นย้ำการยกระดับความปลอดภัย


วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก เผยว่าระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-time payments: RTPs) กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกรรมในชีวิตประจำวันทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามผลการศึกษาในระดับภูมิภาคที่วีซ่าจัดทำร่วมกับ Global Finance & Technology Network (GFTN), Nextrade Group และสถาบัน Visa Economic Empowerment Institute (VEEI) รายงานเรื่อง “Strengthening Southeast Asia’s Real-Time Payments: Security, Trust and New Pathways to Financial Access” เก็บข้อมูลจากผู้บริโภค 5,500 ราย และผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMBs) จำนวน 2,100 ราย ในอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม เนื้อหาของรายงานเน้นย้ำเรื่องการเติบโตของการชำระเงินแบบเรียลไทม์ โดยผู้บริโภคและธุรกิจขนาดกลางและย่อม พร้อมโอกาสในการยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในระบบการชำระเงิน

ผลการสำรวจระบุว่าการชำระเงินแบบเรียลไทม์ถูกใช้อย่างแพร่หลาย คิดเป็น 26% ของธุรกรรมที่ลูกค้าธุรกิจ SMB เลือกใช้

รองจากบัตรเครดิต บัตรเดบิต และพรีเพด (35%) และดิจิทัลวอลเล็ต (15%) นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังระบุด้วยว่า แม้การใช้งานจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความเชื่อมั่นและความปลอดภัยยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของการชำระเงินรูปแบบนี้ในระยะยาว ทั้งนี้ จากผลการสำรวจในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ยังแสดงถึงความกังวลในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่

สิงคโปร์:       

47% กังวลเรื่องโอนผิดบัญชี

43% ระบุว่าไม่สามารถรับสิทธิประโยชน์หรือรางวัลได้

37% กลัวโอนเข้าบัญชีมิจฉาชีพ

มาเลเซีย:

52% กังวลเรื่องโอนผิดบัญชี

46% กลัวโอนเข้าบัญชีมิจฉาชีพ

39% กังวลด้านข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว

ไทย:

40% กังวลเรื่องโอนผิดบัญชี

35% กลัวโอนเข้าบัญชีมิจฉาชีพ

27% กังวลด้านข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัว

เสริมความเชื่อมั่น  โอกาสก้าวหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน

ผู้ใช้งานทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องการประสบการณ์การชำระเงินที่โปร่งใส มีมาตรฐาน และสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการติดตามสถานะธุรกรรม การขอคืนเงิน และการจัดการข้อร้องเรียนในการทำธุรกรรม สำหรับธุรกิจ SMB ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ายังคงเป็นอุปสรรคอันดันต้น ๆ ของการใช้การชำระเงินแบบเรียลไทม์ โดยการศึกษาพบว่า 60% ของธุรกิจ SMB ระบุถึงอุปสรรคในการชำระเงิน เช่น ลูกค้าชำระเงินไม่ตรงยอด (21%) และความล่าช้าในการทำธุรกรรม (21%) นอกจากนี้ ยังพบว่าในสิงคโปร์มีความกังวลถึงประเด็นเรื่องการฉ้อโกงและหลอกลวงถึง 38% ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของการชำระเงินในสิงคโปร์ รองจากกรณีที่ลูกค้าใช้เวลาในการชำระเงินนานเกินไปจนทำให้คิวการจ่ายเงินล่าช้า (29%)

ด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน การชำระเงินแบบเรียลไทม์ยังมีการใช้งานอย่างจำกัด โดย 41% ของธุรกิจ SMB ระบุว่านักท่องเที่ยวมักเลือกใช้บัตรระหว่างประเทศ และธุรกิจบางแห่งยังไม่สามารถรองรับการชำระเงินด้วยบัตรได้

การร่วมมือเพื่อเชื่อมต่อระบบ: กุญแจสู่ระบบชำระเงินที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

รายงานระบุว่า ไม่มีภาคส่วนใดสามารถแก้ไขความท้าทายเหล่านี้ได้เพียงลำพัง การยกระดับระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ให้ปลอดภัยและเชื่อถือได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายการชำระเงิน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และภาคธุรกิจ ทั้งหมดต้องทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก และตอบสนองต่อภัยคุกคามใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นางซีรีน เกย์ ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วีซ่า และรองประธานอาวุโส ฝ่าย Global Clients & Acquirers วีซ่า เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนและธุรกิจเคลื่อนย้ายเงิน แต่ความเร็วต้องมาพร้อมความปลอดภัย  ที่วีซ่าเรามุ่งยกระดับการชำระเงินแบบเรียลไทม์ ไม่เพียงเร็วขึ้น แต่ปลอดภัยยิ่งขึ้น นั่นคือเหตุผลที่เราลงทุนในเทคโนโลยีด้านการป้องกันการฉ้อโกงขั้นสูง เช่น Featurespace ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อปกป้องธุรกรรม A2A การผสาน AI เข้ากับความเชี่ยวชาญระดับโลกของวีซ่า ช่วยให้พันธมิตรรับมือกับภัยคุกคามและสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศการชำระเงินได้

ขณะที่การชำระเงินแบบเรียลไทม์เติบโต วีซ่ากำลังร่วมมือกับพันธมิตรอุตสาหกรรม ธนาคาร ฟินเทค และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเพิ่มความปลอดภัย การเชื่อมต่อทำงานร่วมกันได้ และการคุ้มครองผู้ใช้งาน รายงานฉบับนี้ยังเน้นย้ำถึงโอกาสในการเสริมระบบควบคุมความเสี่ยง เช่น Visa Account-to-Account (A2A) Protect ซึ่งในโครงการนำร่องล่าสุดในสหราชอาณาจักรสามารถตรวจจับธุรกรรมหลอกลวงจำนวนมากที่ผ่านการตรวจสอบของธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินมาแล้ว โครงการ Visa Scam Disruption ยังใช้ AI และความร่วมมือระดับอุตสาหกรรมเพื่อช่วยปกป้องผู้บริโภคและธุรกิจจากกลโกงรูปแบบใหม่


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 26 ม.ค. 2569 เวลา : 18:35:27
27-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (27 ม.ค.69) บวก 27.38 จุด ดัชนี 1,334.45 จุด

2. ประกาศ กปน.: 29 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบางใหญ่-บางคูลัด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 ม.ค.69) บวก 23.38 จุด ดัชนี 1,330.45 จุด

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ม.ค.69) ประเทศไทยยังคงมีอากาศเย็นตอนเช้า ภาคเหนือและภาคอีสานยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (26 ม.ค.69) บวก 313.69 จุด จับตาผลประกอบการ-ประชุมเฟดสัปดาห์นี้

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (26 ม.ค.69) พุ่งขึ้นเหนือ 5,000 ดอลลาร์ บวก 102.8 เหรียญ นักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

7. MTS Gold คาดราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่ประเมินแนวรับ 5,020-4,950 เหรียญ แนวต้าน 5,100-5,160 เหรียญ

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (27 ม.ค.69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 75,550 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิด (27 ม.ค.69) บวก 3.22 จุด ดัชนี 1,310.29 จุด

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.10-31.35 บาท/ดอลลาร์

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (27 ม.ค.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิด (26 ม.ค.69) ลบ 7.32 จุด ดัชนี 1,307.07 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (26 ม.ค.69) ลบ 4.12 จุด ดัชนี 1,310.27 จุด

14. MTS Gold คาด ราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้น แนวรับอยู่ที่บริเวณ 5,010-4,980 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 5,100-5,130 เหรียญ

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.85-31.10 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 27, 2026, 5:23 pm