เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "ส่งออกไทยปี 2569 คาดหดตัว 1.2% แต่สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์หนุนโอกาสให้อาจกลับมาขยายตัว"


 
การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว 8.0%YoY ส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งออกในเดือนธ.ค.มีรายละเอียด ดังนี้ (รูปที่ 1)

- การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวเร่งขึ้นอยู่ที่ 52.8%YoY (contribution to growth 10.1%) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาพรวมการส่งออกไทย จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (data center) ตามวัฏจักรขาขึ้นของสินค้า ขณะที่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ยังไม่ถูกเก็บภาษีนำเข้า ส่งผลให้การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูงถึง 114.2%YoY

- การส่งออกทองคำขยายตัวสูงถึง 148.4%YoY (contribution to growth 2.7%) ถูกหนุนโดยด้านราคาและปริมาณ ตามความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งหนุนราคาทองคำให้ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนธ.ค. ราคาทองคำโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 4,315 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 63.6%YoY ทั้งนี้ ราคาทองคำโลกยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่แรงหนุนด้านปริมาณคาดว่าจะชะลอลง

รูปที่ 1 การส่งออกไทยขยายตัวสูงกว่าคาด โดยยังถูกขับเคลื่อนด้วยการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และทองคำ

 
 
ขณะที่การนำเข้าไทยในเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 18.8%YoY ส่งผลให้ทั้งปีขยายตัวอยู่ที่ 12.9% โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการนำเข้าสินค้าขั้นกลางและสินค้าทุนที่ขยายตัวสูง เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรไฟฟ้า สอดคล้องกับการเร่งตัวของการส่งออกและความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในประเทศ รวมถึงการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีนที่ยังขยายตัวเนื่อง อีกทั้งการแข็งค่าของเงินบาทได้เอื้อให้ความต้องการนำเข้าสินค้าเพื่อนำมาผลิตและบริโภคเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2568 ไทยขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันอยู่ที่ 5,308 ล้านดอลลาร์ฯ

สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center โดยการส่งออกเกาหลีใต้ 20 วันแรกของเดือนม.ค. 2569 ขยายตัวสูง 14.9%YoY เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ที่ขยายตัวสูงถึง 70.2%YoY

อย่างไรก็ดี การส่งออกโซลาร์เซลล์คาดว่าจะลดลงเกือบครึ่งหนึ่งของปีก่อนหน้าจากมาตรการภาษี AD/CVD ของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะกดดันการส่งออกไทย (contribution to growth) ราว -0.2%

นอกจากนี้ การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ไทยคาดว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 ล่าสุด สหรัฐฯ ได้ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 สำหรับอุปกรณ์ AI ขั้นสูงบางประเภท 25% ซึ่งคาดว่าจะไม่กระทบต่อการส่งออกของไทยโดยตรงเนื่องจากไทยไม่ได้ผลิตและส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าว ขณะที่เซมิคอนดักเตอร์ที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นชิปทั่วไปซึ่งคาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีในปีนี้ ส่งผลให้คาดว่าน่าจะยังขยายตัวได้ ดังนั้น การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์จึงมีแนวโน้มกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้หลังก่อนหน้านี้มองว่าอาจติดลบ

นอกจากนี้ การส่งออกไทยในกลุ่มสินค้าที่ถูกเก็บภาษี Reciprocal tariff และภายใต้มาตรา 232 เริ่มเห็นผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ชัดเจนขึ้น (รูปที่ 2) โดยการส่งออกสินค้า อาทิ ตู้เย็น ผลไม้แปรรูป หดตัวลง ขณะที่สินค้าบางรายการ อาทิ เครื่องปรับอากาศ อาหารสัตว์เลี้ยง ยังขยายตัวได้แต่ในอัตราที่ชะลอลง

ทั้งนี้ การยกเลิกมาตรการภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ส่งผลบวกไม่มาก แม้มีโอกาสค่อนข้างมากที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ อาจพิจารณาตัดสินระงับหรือยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมายในภาวะฉุกเฉิน (IEEPA) ซึ่งจะทำให้ภาษี Reciprocal tariff ที่ไทยถูกเก็บอยู่ 19% ถูกยกเลิก และอาจส่งผลให้เกิดการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐฯ อีกระลอก อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยฐานที่สูง และสหรัฐฯ อาจเน้นการขึ้นภาษีแบบมุ่งเป้ารายอุตสาหกรรม (sectoral tariff) ภายใต้มาตรา 232 มาแทน ทำให้ในภาพรวมประเมินว่า การยกเลิกมาตรการภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA จะไม่หนุนภาพรวมการส่งออกไทยมากนัก

รูปที่ 2 การส่งออกไทยเริ่มเห็นผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ในกลุ่มที่ถูกเก็บภาษีภายใต้ Reciprocal tariff และมาตรา 232 ที่ชะลอลง
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 27 ม.ค. 2569 เวลา : 10:29:13
28-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (28 ม.ค.69) บวก 4.45 จุด ดัชนี 1,338.90 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 ม.ค.69) บวก 2.61 จุด ดัชนี 1,337.06 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 ม.ค.69) บวก 2.61 จุด ดัชนี 1,337.06 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำแนวโน้มทิศทางขาขึ้น "Up Trend" รอย่อซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว แนวต้านอยู่ที่ระดับ 5,250-5,300 เหรียญ

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (27 ม.ค.69) บวกเล็กน้อย 10 เซนต์ หลังพุ่งติดต่อกันหลายวัน

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (27 ม.ค.69) ร่วง 408.99 จุด หลังหุ้นประกันสุขภาพร่วงหนัก

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.05 บาท/ดอลลาร์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (28 ม.ค.69) ประเทศไทยมีอากาศเย็นกับมีหมอกตอนเช้า "ยอดดอย" หนาวถึงหนาวจัด 2 องศา/ฝุ่นละอองค่อนข้างมาก

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (28 ม.ค. 69) ปรับขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 76,900 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิด (28 ม.ค.69) บวก 8.67 จุด ดัชนี 1,343.12 จุด

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (28 ม.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 30.94 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิด (27 ม.ค.69) บวก 27.38 จุด ดัชนี 1,334.45 จุด

13. ประกาศ กปน.: 29 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบางใหญ่-บางคูลัด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 ม.ค.69) บวก 23.38 จุด ดัชนี 1,330.45 จุด

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ม.ค.69) ประเทศไทยยังคงมีอากาศเย็นตอนเช้า ภาคเหนือและภาคอีสานยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 28, 2026, 5:39 pm