เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "Fund Flow กลับมาหนุน"


คาดตลาดแกว่งตัวขึ้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 4 พันล้านบาท แม้จะเป็นการขึ้นที่นำโดย DELTA แต่ยังมีโอกาสที่จะมีแรงซื้อกระจายในกลุ่มอื่นๆต่อหลังเงินทุนไหลเข้าสูง ปัจจัยภายนอก ตลาดติดตามผลการประชุมเฟดที่จะทราบผลในคืนนี้ เบื้องต้นคาดเฟดยังคงดอกเบี้ยต่อและคาดว่าจะยังไม่ส่งสัญญาณลดดบ.เร็ว ส่วนการหยุดหน่วยงานราชการสหรัฐติดตามวุฒิสภาผ่านกม.ก่อน 30 มค.นี้ ทางเทคนิค มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่อหลังทำจุดสูงสุดใหม่ แนวต้านประเมินที่ 1345/1360

ประเด็นสำคัญ

• สศค.ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 68 จากเดิมโต 2.4% เหลือ 2.2% หลัง 3Q68 โตเพียง 1.2% จากภาคการผลิตที่ชะลอตัว ขณะที่ปี 69 คาดชะลอลงเหลือ 2.0% จากส่งออกอ่อนแรง ประเมินนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน จับตาความเสี่ยงงบปี 70 ล่าช้าและสงครามการค้าโลก ซึ่งประมาณของ สศค. ปี 69 ที่ 2.0% สูงกว่าสภาพัฒน์ฯและธปท.ที่ 1.7% และ 1.5% ตามลำดับ

• รมว.คลัง เผยรัฐบาลให้อำนาจ ธปท. คุมธุรกรรมเทรดทองเข้มงวดขึ้น ป้องกันบาทแข็ง ด้าน ธปท. ปรับเกณฑ์คุมเข้มธุรกรรมเงินตราและซื้อขายทองคำรายใหญ่ ผู้ค้าทองที่มีมูลค่าเกิน 1 หมื่นล้านบาท/ปี ต้องรายงานข้อมูล กำชับแบงก์ตรวจสอบ สกัดการเก็งกำไร

• ครม.รับทราบและอนุมัติเปิดตลาดนำเข้ากากถั่วเหลืองและเมล็ดถั่วเหลืองระยะ 3 ปี (69–71) ตาม WTO โดยกากถั่วเหลืองกำหนดโควตา 2.3 แสนตัน ภาษีในโควตา 10% นอกโควตา 133% ส่วนเมล็ดถั่วเหลืองไม่จำกัดปริมาณ ภาษี 0% เป็นบวกเล็กน้อยต่อผู้ผลิตเนื้อสัตว์บก (CPF BTG GFPT) และผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลือง (TVO) เป็นการเพิ่มทางเลือกนำเข้า แต่ราคาอาจไม่ต่างนัก

• ราคาพาราไซลีน (PX) ในเอเชียปรับขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 17 เดือนจากเงินทุนไหลเข้า แม้การซื้อขายผลิตภัณฑ์จริงยังซบเซา มองระยะสั้นเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นผู้ผลิต PX ในไทย เช่น TOP และ PTTGC แต่เป็นแรงกดดันผู้ใช้ PX เช่นผู้ผลิต PTA และ PET อย่าง IVL 

• วานนี้ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ขึ้นราว 3%DoD หลังพายุฤดูหนาว กระทบต่อการผลิตน้ำมันในสหรัฐ กระทบกำลังการผลิตราว 15% ของการผลิตรวมในประเทศ เป็นบวกต่อหุ้นพลังงาน PTTEP PTT

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1,270–1,360 จุด ปัจจัยในประเทศติดตามการไหลเข้าของ Fund Flow หลังกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อน, การทยอยประกาศผลประกอบการ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกติดตาม ผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 28-29 ม.ค. แม้ตลาดคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยแต่จับตาการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป, ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง, ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET มีโอกาสพักตัวบนฐานใหม่ ติดตามทิศทาง Fund Flow และการประกาศงบ 4Q68 ของบจ. ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM

2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI

3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL CPN HMPRO SAWAD WHA 2) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CPN) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT OSP) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT

Daily Top Picks

TOP: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาพาราไซลีน (PX) ในเอเชียปรับขึ้นจนแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 17 เดือน ในขณะที่โครงการ CFP มีความคืบหน้า การส่งมอบงานจากผู้รับเหมา EPC รายเดิมไปยัง EPC รายใหม่ใน 4Q68 เสร็จสิ้นแล้ว ส่วนกําไรปกติ 4Q68 คาดจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ ราคาเป้าหมายระยะสั้นที่ 43.50 บาท

CPN: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง กำไร 1H69 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากการโอนโครงการ Dusit Residences และฐานต่ำใน 1H68 และคาดเติบโตต่อเนื่องใน 2H69 จากการขายสินทรัพย์ให้ CPNREIT Valuation น่าสนใจ PE 2569F ที่ 14.8x ต่ำกว่าช่วง Pre-COVID ที่ 28.0x เป้าหมายระยะสั้น 59.50 บาท


 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 ม.ค. 2569 เวลา : 11:59:32
28-01-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 ม.ค.69) บวก 2.61 จุด ดัชนี 1,337.06 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 ม.ค.69) บวก 2.61 จุด ดัชนี 1,337.06 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำแนวโน้มทิศทางขาขึ้น "Up Trend" รอย่อซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว แนวต้านอยู่ที่ระดับ 5,250-5,300 เหรียญ

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (27 ม.ค.69) บวกเล็กน้อย 10 เซนต์ หลังพุ่งติดต่อกันหลายวัน

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (27 ม.ค.69) ร่วง 408.99 จุด หลังหุ้นประกันสุขภาพร่วงหนัก

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.05 บาท/ดอลลาร์

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (28 ม.ค.69) ประเทศไทยมีอากาศเย็นกับมีหมอกตอนเช้า "ยอดดอย" หนาวถึงหนาวจัด 2 องศา/ฝุ่นละอองค่อนข้างมาก

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (28 ม.ค. 69) ปรับขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 76,900 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิด (28 ม.ค.69) บวก 8.67 จุด ดัชนี 1,343.12 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (28 ม.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 30.94 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิด (27 ม.ค.69) บวก 27.38 จุด ดัชนี 1,334.45 จุด

12. ประกาศ กปน.: 29 ม.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนบางใหญ่-บางคูลัด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 ม.ค.69) บวก 23.38 จุด ดัชนี 1,330.45 จุด

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ม.ค.69) ประเทศไทยยังคงมีอากาศเย็นตอนเช้า ภาคเหนือและภาคอีสานยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว "ยอดดอย" หนาวจัด 2 องศา

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (26 ม.ค.69) บวก 313.69 จุด จับตาผลประกอบการ-ประชุมเฟดสัปดาห์นี้

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ January 28, 2026, 1:56 pm