เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Scoop : กับดักชนชั้นกลางของวัยทำงาน ที่ความมั่นคงเปราะบางกว่าที่คิด


 
ตำแหน่งหน้าที่การงาน ยี่ห้อรถที่ขับ ลักษณะที่อยู่อาศัย แบรนด์กระเป๋าที่ใช้ หรือแม้แต่ไลฟ์สไตล์ที่เลือกโพสต์ลงบนสื่อโซเชียล ก็ล้วนแล้วแต่เป็น "ตัวชี้วัดสถานภาพ" ภายใต้บริบททางสังคมที่กำหนดกรอบความสำเร็จไว้อย่างชัดเจน ว่าใครก้าวไปไกลแค่ไหน และใครเข้าใกล้คำว่า “มั่นคง” แล้วเพียงใด ยิ่งตำแหน่งสูงมากขึ้น มีทรัพย์สินอยู่ในครอบครองเพิ่มขึ้น ไลฟ์สไตล์แพงขึ้น การยอมรับทางสังคมก็ดูเหมือนจะขยับขึ้นตามลำดับขั้นนั้น เพียงแต่ว่าหากเราซูมมุมมองออกไปให้ไกลกว่าภาพความสำเร็จรายบุคคล เราอาจพบว่าความมั่นคง เพียงหนึ่งเดียวที่มั่นคงจริง ๆ คือ “โครงสร้างทางสังคม” ที่ถูกก่ออิฐฉาบปูนไว้อย่างแน่นหนา ด้วยการวางเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ทำให้คนในแต่ละรุ่นเติบโตขึ้นมาเพื่อวิ่งตามนิยามเดียวกัน และผูกชีวิตไว้กับวังวนของความสำเร็จแบบเดียวกัน โดยที่ไม่ได้ส่งเสริมความมั่นคงในชีวิตที่แท้จริงแต่อย่างใดเลย
 
ตั้งแต่ในยุครุ่นพ่อรุ่นแม่จนถึงปัจจุบัน เราได้ถูกวางเงื่อนไขที่รับรู้โดยทั่วกันในกลุ่มคนชนชั้นกลางไว้ตั้งแต่ต้นว่า การประสบความสำเร็จในชีวิต คือ การมีบ้าน มีรถ รับราชการหรือทำงานในบริษัทใหญ่ และมีเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นตามตำแหน่งและอายุงาน ซึ่งชุดความคิดนี้อาจเคยใช้ได้ผลในอดีต เนื่องจากราคาบ้านเทียบกับรายได้ไม่ห่างชั้นเท่าวันนี้ ค่าครองชีพก็ได้ไม่วิ่งแซงค่าแรง อีกทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจยังโตแบบขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นบ้าน = ความมั่นคง, รถ = ความก้าวหน้า และตำแหน่งงาน = ศักดิ์ศรี สมการเหล่านี้ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นมาตรฐานชีวิตที่แทบไม่มีใครตั้งคำถาม
 
แต่ด้วยในบริบทปัจจุบันที่สิ่งต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้โตช้ากว่า ราคาที่อยู่อาศัยปรับขึ้นเร็วกว่าค่าแรง อีกทั้งรูปแบบการทำงานหลากหลายมากขึ้น แต่ความมั่นคงแบบเดิมกลับลดลง อย่างไรก็ตาม กติกาทางสังคมที่ยังคงเหมือนเดิม ทำให้ภาระระยะยาวของคนชนชั้นกลางในยุคนี้สูงขึ้นกว่าที่เคย เราต้องเรียนสูงขึ้น สะสมทักษะมากขึ้น อัปเกรดภาพลักษณ์ตนเอง และอยู่บนสนามแข่งขันตลอดเวลา เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่สูงกว่า รายได้ที่มากกว่า และการยอมรับที่มากกว่า ภายใต้ตัวชี้วัดสถานภาพชุดเดิม
 
โดยโครงสร้างนี้ หล่อหลอมให้เราเชื่อว่าการ “เหนือกว่า” คือ ความมั่นคง แม้เงินเดือนจะเพิ่มขึ้นจริง ตำแหน่งจะสูงขึ้นจริง แต่ค่าใช้จ่ายก็มักไล่ทัน เสมอ เพราะเมื่อสถานะสูงขึ้น ก็ต้องใช้รถดีขึ้น อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ดีขึ้น ใช้สินค้าที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ที่สูงขึ้น ซึ่งสิ่งที่ตามมา คือ ภาระผูกพันที่แน่นหนาขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต การผ่อนสินค้าเพื่อรักษาสถานภาพ หรือบ้านที่ต้องผ่อนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยยาวนานกว่าครึ่งชีวิต รวมถึงค่าใช้จ่ายแฝงนานัปการ ทั้งหมดนี้ในเชิงกระแสเงินสด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างอิสรภาพ หากแต่สร้างข้อผูกมัดระยะยาว ที่เพียงรายได้สะดุดเพียงครั้งเดียว ความมั่นคงอาจกลายเป็นความเสี่ยงทันที
 
ในอีกด้านหนึ่ง เราอาจต้องตั้งคำถามว่า โครงสร้างทางสังคมกำลังผลักดันให้ชนชั้นกลางพยายามดูมั่นคง หรือดูรวย มากกว่าการมั่นคงจริง หรือไม่ เพื่อให้ได้รับการยอมรับในสังคมที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบ อันเป็นระบบที่ออกแบบให้เรามีชีวิตแบบ “พออยู่ได้ แต่ไม่หลุดชั้น” หรือ  มีรายได้พอให้ผ่อนของต่อไป มีเครดิตพอให้กู้ แต่ไม่เหลือพอให้สร้างทรัพย์สินที่สร้างกระแสเงินสด รูปแบบนี้ทำให้ชนชั้นกลาง ยังคงเป็นชนชั้นกลาง ที่ดีต่อการขับเคลื่อนของระบบเศรษฐกิจในฐานะของฐานภาษีและฐานผู้บริโภค ขณะที่อิสรภาพทางการเงินยังคงอยู่ไกลเกินเอื้อม
 
ดังนั้น หากไม่ต้องการติดอยู่ในลูปแบบเดิม บางทีการหาทางออก อาจจะไม่เริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า “จะรวยยังไง?” แต่อาจต้องเริ่มด้วยการ Reset เงื่อนไขที่สังคมวางไว้ให้เรา ด้วยการไม่ผูกคุณค่าของตนเองไว้กับมูลค่าทรัพย์สินหรือวัตถุ ไม่ยึดติดตำแหน่งกับความเหนือกว่า การมองบ้านและรถเป็นเครื่องมือ มากกว่าสัญลักษณ์สถานะ และการสร้างรายได้มากกว่าหนึ่งทาง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จของความร่ำรวย หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของ “ความเป็นอิสระ” ที่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเลือกทางเดินชีวิตของตนเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงที่แท้จริง อาจไม่ใช่การครอบครองสิ่งใดมากขึ้น แต่คือการมีอำนาจตัดสินใจโดยไม่ถูกบังคับด้วยภาระที่เราไม่เคยตั้งคำถามตั้งแต่ต้น

LastUpdate 15/02/2569 22:25:40 โดย : Admin
16-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (13 ก.พ.69) ลบ 11.12 จุด ดัชนี 1,430.41 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (13 ก.พ.69) ลบ 4.03 จุด ดัชนี 1,437.50 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลงแรงจากแรงขาย liquidate ของกองทุน ส่งผลให้หลุดระดับสำคัญ 5,000 เหรียญ

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (12 ก.พ.69) ร่วง 669.42 จุด วิตก AI ฉุดหุ้นกลุ่มเทคฯ ดิ่งหนัก

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 ก.พ.69) ทั่วไทยอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศา /ภาคใต้ - ภาคตะวันออก ฝน 20% กทม. - ภาคกลาง ฝนเล็กน้อย/ ฝุ่นละอองค่อนข้างมาก

6. ทองวันนี้ (13 ก.พ. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 74,200 บาท

7. ตลาดหุ้นไทยล่าสุดวันนี้ (13 ก.พ.68) ลบ 4.48 จุด ดัชนี 1,437.05 จุด (12.07 น.)

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดงวันนี้ อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิด (12 ก.พ. 69) บวก 29.83 จุด ดัชนี 1,441.53 จุด

11. ประกาศ กปน.: 14 ก.พ. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดพร้าว

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.95-31.20บาท/ดอลลาร์

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (12 ก.พ.69) บวก 18.68 จุด ดัชนี 1,430.38 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 5,030 - 5,070 เหรียญ

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (12 ก.พ.69) ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศา ภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 16, 2026, 8:31 am