เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Scoop : ภาษีรอบใหม่สหรัฐ 15% กับความเสี่ยงเชิงโครงสร้างการค้าและการลงทุนของไทย


การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ดำเนินการเก็บภาษีรอบใหม่ที่มีโอกาสสูงสุด 15% ชั่วคราวเป็นระยะเวลา 150 วัน แม้จะดูเหมือนเป็นผลดีกับภาคการส่งออกไทยที่ได้รับอานิสงส์ปรับลดจากที่สหรัฐเรียกเก็บที่อัตราภาษี 19% แต่แท้จริงแล้วมันคือการเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ที่ซ้อนทับกันทั้งระดับกฎหมาย ระดับนโยบาย และระดับความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อไทยในด้านการค้าและการลงทุนในมิติใหม่เพิ่มขึ้นไปอีก
 
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลฎีกาสหรัฐมีมติ 6 ต่อ 3 ตัดสิน ไม่ให้ประธานาธิบดีทรัมป์ มีอำนาจกำหนดหรือขึ้นภาษีนำเข้าในรูปแบบที่เคยอยู่ก่อนหน้า เนื่องจากขัดต่อข้อกฎหมาย IEEPA อันเป็นการจำกัดขอบข่ายอำนาจ และความคล่องตัวของทรัมป์ แต่หลังคำตัดสินไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป ทรัมป์ก็ได้แก้เกมใช้อำนาจฝ่ายบริหารตามมาตรา 122 ของ Trade Act of 1974 เพื่อกำหนดอัตราภาษีนำเข้าชั่วคราวกับทุกประเทศทั่วโลก เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นเวลา 150 วัน โดยมาตรา  122 นี้ เปิดทางให้ฝ่ายบริหารกำหนดอัตราภาษีเพิ่มสูงสุดถึง 15% ชั่วคราว ไม่ต้องรอการอนุมัติจากรัฐสภา
 
โดยทางศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ได้ประเมินว่าอัตราภาษีที่เรียกเก็บจริงคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 10% เพราะมีการเว้นภาษีอยู่หลายรายการ และความเสี่ยงว่าภาษีอาจถูกยกเลิกหลังจบ 150 วันจากแรงคัดค้านภายในพรรครีพับลิกันเอง และต่อให้ทรัมป์เดินหน้าขึ้นภาษีเต็ม 15% ตามที่ประกาศไว้ แต่อัตราภาษีที่เรียกเก็บจริงคาดว่าจะอยู่ที่ 12% ซึ่งต่ำกว่าช่วงก่อนที่ศาลฎีกาสหรัฐจะตัดสินยุติการเก็บภาษีในอัตราก่อนหน้าอยู่ดี
 
เพียงแต่ว่าการเปลี่ยนจากระบบภาษีตอบโต้แบบที่ผ่านมาไปสู่ระบบภาษี “อัตราเดียวกับทุกประเทศ” ทำให้ความได้เปรียบเสียเปรียบในตลาดเปลี่ยนไปทันที จากประเทศที่โดนภาษีสูงก่อนหน้า เช่น จีน และ อินเดีย ตอนนี้อัตราภาษีลดลงมาใกล้เคียงกับประเทศอื่นมากขึ้น ทำให้โอกาสในการส่งออกไปสหรัฐเพิ่มขึ้น ส่วนประเทศที่ก่อนหน้าได้สิทธิพิเศษบางอย่าง เช่น อังกฤษ หรือ สิงคโปร์ ก็อาจเสียเปรียบเพราะอัตราเดียวกันทั่วโลกทำให้ข้อได้เปรียบเดิมหายไปในบางรายการ นอกจากนี้ จากที่ทางทำเนียบขาวได้มอบอำนาจให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ใช้ มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ตรวจสอบการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นเครื่องมือเจาะจงประเทศที่มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายกระทบอุตสาหกรรมสหรัฐ เช่น เทคโนโลยีของบริษัทต่างชาติ อาจส่งผลต่อคู่ค้ารายใหญ่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
 
โดยสำหรับประเทศไทยแล้ว แม้จะได้รับผลบวกบ้างในระยะสั้น จากอัตราภาษีเรียกเก็บที่ลดลงจาก 19% มาอยู่ที่ 15% และอาจได้รับการยกเว้นในกลุ่มสินค้าเพิ่มเติม เช่น อิเล็กทรอนิกส์บางรายการ, ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ ฯลฯ แต่ในเชิงโครงสร้างยังถือว่าเผชิญกับอุปสรรคอยู่ เนื่องจากว่าทุกประเทศจะถูกคิดภาษีในอัตราที่เท่ากันแล้ว ทำให้แต้มต่อที่ไทยเคยมีในบางสินค้าที่ไทยเคยถูกจัดเก็บในอัตราภาษีที่ต่ำกว่าคู่แข่งจะหายไป ส่วนสินค้าจากจีนที่ได้รับอานิสงส์จากอัตราภาษีที่ลดลงด้วยนั้น ทำให้ความจำเป็นในการใช้ไทยเป็นฐานการส่งออก หรือ Transshipment โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็คาดว่าอาจจะลดลง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มกระทบกับต่อทิศทางการค้าและการลงทุนในระยะข้างหน้า และเมื่อผนวกกับปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ อาจเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันที่ทำให้นักลงทุนกลัวความเสี่ยงและชะลอการตัดสินใจลงทุน ซึ่งเสี่ยงกระทบต่อ FDI ในระยะยาว 

LastUpdate 25/02/2569 21:45:47 โดย : Admin
26-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์

2. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 5,190 เหรียญ หลังจากเมื่อวานย่อตัวลงไปทดสอบระดับ 5,150 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (26 ก.พ.69) บวก 13.40 จุด ดัชนี 1,529.41 จุด

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (25 ก.พ.69) บวก 49.90 ดอลลาร์ นักลงทุนซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเหตุสหรัฐ-อิหร่านตึงเครียด

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (25 ก.พ.69) บวก 307.65 จุด รับแรงหนุนหุ้นกลุ่มเทคฯพุ่ง

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (26 ก.พ. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 77,100 บาท

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (26 ก.พ.69) ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ / ภาคกลาง-ภาคตะวันออก ฝน 40% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-กรุงเทพปริมณฑล 30% ภาคใต้ 20%

8. ตลาดหุ้นไทยเปิด (26 ก.พ.69) บวก 19.05 จุด ดัชนี 1,535.06 จุด

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (26 ก.พ.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิด (25 ก.พ.69) บวก 25.61 จุด ดัชนี 1,516.01 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (25 ก.พ. 69) บวก 20.93 จุด ดัชนีื 1,511.33 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงมีความผันผวนสูง ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับ 5,150-5,120 แนวต้าน 5,200-5,240 เหรียญ

13. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์

14. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 ก.พ.69) บวก 15.65 จุด ดัชนี 1,506.05 จุด

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (25 ก.พ. 69) ปรับขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 76,950 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 26, 2026, 3:59 pm