
คาด SET แกว่งขึ้นต่อ แต่อาจย่อพักตัวบ้างเพื่อลดความร้อนแรง สะท้อนปัจจัยบวกการเมืองหลัง กกต. ประกาศรับรอง สส. แบ่งเขต 396 ราย รวมทั้งการประชุม กนง. ลดดอกเบี้ยพลิกความคาดหมาย ขณะที่ต่างชาติสลับมาขายสุทธิ ประเด็นติดตามวันนี้ การเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่านรอบ 3 จะได้ข้อสรุปมากขึ้นหรือไม่ รวมทั้งความชัดเจนมาตรการภาษีทรัมป์ ทางเทคนิคดัชนีมีแนวต้าน 1530/1545 จุด การย่อพักตัวหากไม่ต่ำกว่า 1500/1490 ประเมินยังเป็นสัญญาณที่ดี
ประเด็นสำคัญ
• ที่ประชุม กนง. มีมติ 4-2 ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 25bps สู่ 1.00% เพื่อหนุนเศรษฐกิจฟื้น มองเป็นบวกต่อหุ้นที่มีหนี้สูง พึ่งพากำลังซื้อ และปันผลสูงอย่างกลุ่มไฟแนนซ์, อสังหา, โรงไฟฟ้า, ค้าปลีก, สื่อสาร, ท่องเที่ยว และ REITs แต่เป็นลบต่อกลุ่มธนาคารที่จะมี NIM แคบลง และกลุ่มประกันจากแนวโน้มผลตอบแทนลงทุนที่ลดลง
• กกพ. เผยสถิติความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดครั้งแรกของปี 2569 เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 69 ที่ระดับ 32,614.3 MW หลังไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นรวดเร็ว แม้จะยังไม่ทำลายสถิติปี 67 แต่ถือเป็นสัญญาณบวกต่อกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้อง มองบวกต่อกลุ่มพาณิชย์ (CPALL HMPRO) และเครื่องดื่ม (OSP CBG ICHI)
• ธอส. เผยธุรกิจอสังหาฯ ไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปเมื่อปี 68 ปีนี้เห็นการฟื้นตัวกลับเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ปี ปัจจัยสำคัญจากรัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นในการช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ดอกเบี้ยขาลง นักท่องเที่ยวฟื้น มองบวกต่อกลุ่มอสังหาฯ (AP SIRI)
• กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต 396 เขต ส่วน สส. เขตที่เหลือและ สส. แบบบัญชีรายชื่อ คาดรับรองได้สัปดาห์ต้น มี.ค. นี้ และหลังผ่านวันรับรองแล้ว 15 วัน จะเปิดประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภา เป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในประเทศ
• การกล่าวสุนทรพจน์ของ ปธน. ทรัมป์ในเวที State of the Union เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความสำเร็จด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล, ความสำเร็จการลดการลักลอบเข้าพรมแดน, โครงการ TrumpRX ลดราคายา และจะเดินหน้าสนับสนุนประชาชนครอบครองบ้านมากขึ้น และผลักดันเก็บรายได้รัฐบาลจากภาษีศุลกากรแทนที่ภาษีเงินได้
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1460-1530 จุด โดยแม้ภาพรวมจะได้แรงหนุนจากการไหลเข้าของ Fund Flow หลังการเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น และล่าสุด กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อหนุนนเศรษฐกิจ ซึ่งสร้าง Positive Surprise ให้แก่ตลาด แต่มองดัชนีปรับขึ้นมาตอบรับข่าวดีต่างๆ ไปแล้วในระดับนึงแล้ว จนทำให้ปัจจุบันดัชนีขยับขึ้นมาเทรด PER 2569F ที่บริเวณ 16 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง10 ปี จึงอาจทำให้แรงส่งการปรับขึ้นเริ่มจำกัดและต้องระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมาในระยะสั้นเพื่อลดความตึงตัวของ Valuation โดยปัจจัยติดตามสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector ซึ่งจะเห็นแรงเก็งกำไรในหุ้นที่งบออกมาดีหรือจ่ายเงินปันผลเด่น รวมทั้งนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ โดยเฉพาะการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน (26 ก.พ.) ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาใกล้แนวรับสำคัญที่ 1450/1420 จุด
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET เริ่มมีแรงส่งการปรับขึ้นจำกัด โดยติดตามโค้งสุดท้ายประกาศงบ 4Q68 และเส้นตายเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน (26 ก.พ.) กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้นตั้งรับ ไม่ไล่ราคา ใน 2 ธีมหลักและ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
1. ธีม Earnings Play ซึ่งกำไร 1Q69 มีโมเมนตัมเติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY อีกทั้งเรายังคงแนะนำ Outperform แนะนำ ADVANC BCH BDMS CENTEL CHG CPALL GULF PRM TRUE
2. ธีม Dividend Play ซึ่งสร้างกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงให้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (XD ก.พ.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่คาดมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% และล่าสุดยังไม่ประกาศจ่ายเงินปันผล แนะนำ AP BAM KBANK KTB PTT TISCO
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่ต่างชาติถือครองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตและราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐาน ซึ่งมอง Flow มีโอกาสเปลี่ยนจากหุ้นหลักมาหาหุ้นรอง ได้แก่ BDMS BEM BJC CPN OR PTTGC 2) หุ้นที่มีสถานะขายชอร์ตสะสมสูงในช่วงที่ผ่านมา และเริ่มเห็น Cover Short ต่อเนื่อง พร้อมกับเก็บสะสมผ่าน NVDR ซึ่งเป็นสัญญาณว่าต่างชาติเริ่มเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ CPALL GPSC MINT PTT TIDLOR WHA 3) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และราคาหุ้นยังปรับขึ้น YTD น้อยกว่า SET ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มค้าปลีก (CPN BJC TNP) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS CENTEL) และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว ได้แก่ PTTEP PTT TOP SPRC
Daily Top Picks
CPALL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากคาดได้อานิสงส์เข้าสู่ฤดูร้อนไทยหนุนยอดขายเครื่องดื่ม ดอกเบี้ยขาลงหนุนกำลังซื้อ และ นทท. ต่างชาติมาไทยเพิ่มขึ้นหนุนยอดขายธุรกิจ CVS โดยประเมิน SSS ใน 1Q69TD จะดีสุดในกลุ่มค้าปลีก เป้าหมายระยะสั้นที่ 53.00 บาท
CENTEL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจาก 4Q68 กำไรดีกว่าตลาดคาด 11% จากธุรกิจโรงแรมและอาหารที่แข็งแกร่ง พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 0.67 บาท (XD 6 พ.ค.) ส่วนปี 69 คาดกำไรโตดีต่อ 22%YoY จากท่องเที่ยวไทยฟื้นและผลขาดทุนลดในมัลดีฟส์ เป้าหมายระยะสั้นที่ 41.50 บาท
ข่าวเด่น