หุ้นทอง
NEO สร้างสถิติใหม่ โชว์ยอดขาย 4Q สูงสุดในประวัติศาสตร์ กวาด Market Share โตเหนือตลาด เตรียมปันผล 1.35 บาท


บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO เผยข้อมูลมูลค่าตลาดหลักของบริษัทในปี 2568 เติบโต 10-11% ขณะที่ตลาดโตเพียง 4%  ส่วนผลการดำเนินงานปี 2568 สร้างยอดขายรวม 10,738 ล้านบาท เติบโต 6.7% YoY  สร้างสถิติยอดขาย All-Time High ในไตรมาส 4 เติบโต 10.5% YoY อันเป็นผลจากความสำเร็จในการวางกลยุทธ์เพื่อมุ่งเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมควบคู่กับการยกระดับผลิตภัณฑ์เดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าพัฒนาสินค้านวัตกรรมที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างอย่างเข้มข้นในปี 2569 เพื่อสร้างการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนธุรกิจตามหลักความยั่งยืน (ESG) บอร์ดเสนอจ่ายปันผล 1.35 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2569
 
 
นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ความสำเร็จในปี 2568 ด้วยยอดขายที่ 10,738 ล้านบาท และอัตราเติบโตเหนือค่าเฉลี่ยของตลาด สะท้อนถึงความสามารถในการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคได้ทันท่วงที การขยายพื้นที่และช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ นอกจากนี้ กลยุทธ์ 'Innovation-led Premiumization' ยังสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพิ่มส่วนแบ่งตลาด และสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้อยู่ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย ก้าวต่อไปในปี 2569 เราจะยกระดับการพัฒนาสินค้านวัตกรรมที่เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น มุ่งวิเคราะห์เจาะลึกไปถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่มีสินค้าใดตอบโจทย์ (Unmet Needs) เพื่อส่งมอบประสบการณ์และโซลูชันที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น พร้อมกับยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ได้ครองใจผู้บริโภคได้ยาวนาน"
โตสวนกระแส FMCG ทุบสถิติ All Time High ในไตรมาส 4
 
ยอดขายรวมทั้งปี 2568 ที่เติบโตจากปีก่อนถึง 6.7% มีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ที่เติบโตในอัตรา 14.1% และ 9.6% ตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาส 4 ที่สามารถสร้างสถิติยอดขายสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ที่ 2,938 ล้านบาท เติบโต 10.5% YoY และ 11.8% QoQ รับรู้กำไรสุทธิ 166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181.4% QoQ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการส่งเสริมกำลังซื้อผู้บริโภคของภาครัฐ อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส และการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพยังส่งผลให้บริษัทมีผลกำไรสูงขึ้นอย่างชัดเจน
 
 
กวาดส่วนแบ่งตลาดเพิ่มในทุกเซกเมนต์ 

NEO ยังคงขยายส่วนแบ่งตลาดต่อเนื่องด้วยมูลค่าตลาด  ในปี 2568 ที่เติบโต 10–11% ขณะที่ภาพรวมตลาด FMCG เติบโตเพียง 4% และเติบโตได้ในทุกเซกเมนต์ที่สำคัญ 
 
 
• ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว : เติบโตถึง 55% ขณะที่ตลาดรวมโตเพียง 4% ส่งผลให้ NEO ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 10 ของผู้นำตลาดจากอันดับ 11 ในปีก่อนหน้า ซึ่งผลิตภัณฑ์เด่นในกลุ่มนี้ได้แก่ BeNice Bright & Protect Grape ExoBright Body Serum, D-nee Blooming Glow Series Body Serum, Benice Glow & Perfume Collagen Body Serum และ Vivite White & Anti-Aging Body Serum
 
• ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม : เติบโตถึง 15% ขณะที่ตลาดรวมโตเพียง 4% และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 11.7% โดยมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นอย่าง Fineline Premium Soft สูตรลดขนสัตว์และฝุ่นติดผ้า ที่นำเสนอนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม
 
 
• ผลิตภัณฑ์ซักผ้า : เติบโต 10% โดยมีแบรนด์ Fineline ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เด่นอย่างผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรเข้มข้น 3in1 ที่ผนวกคุณสมบัติซัก ปรับ รีด ไว้ในขั้นตอนเดียว รวมถึงผลิตภัณฑ์ซักผ้าสำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้เครื่องซักผ้ามากขึ้น ทั้งในครัวเรือนและร้านสะดวกซัก
 
• ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ : เติบโตถึง 9% ขณะที่ตลาดรวมโตเพียง 1% และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 23.7% โดยมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น ได้แก่ BeNice Grape ExoBright Shower Gel ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่นำนวัตกรรม EXOSOME มาใช้ในการดูแลผิวกายเป็นครั้งแรก 
 
• ผลิตภัณฑ์โรลออน : เติบโตถึง 9% ขณะที่ตลาดรวมหดตัว 5% และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 14% จากแบรนด์ Eversense, Vivite และ TROS 
 
กลุ่มสินค้าอนาคต - Silver Age และ Pet Care สร้าง New S-Curve การเติบโต
 
NEO มุ่งต่อยอดการเติบโตสู่ตลาดศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงวัย (Silver Age Products) ซึ่งสะท้อนเทรนด์สังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วยแบรนด์ D-nee Deluxe ที่ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผ้า ผลิตภัณฑ์บำรุงและทำความสะอาดผิว ซึ่งที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ล่าสุด NEO ได้เสริมพอร์ตด้วยผลิตภัณฑ์แป้งและผ้าเช็ดผิวขนาดพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค
นอกจากนี้ NEO ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงด้วยการเปิดตัวแบรนด์ LovliTails ภายใต้แนวคิด "Pet-Centric Natural Solution" ที่มุ่งเน้นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง อ่อนโยน และปลอดภัย ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาดสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อตอบรับกระแส Pet Humanization ที่เติบโตต่อเนื่อง และวางรากฐานสู่การเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวของบริษัท
 
ทิศทางปี 2569 - บุก "ช่องว่าง" ตลาด สร้างการเติบโตยั่งยืน
 
 
สำหรับปี 2569 NEO จะมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและคำนึงถึงความยั่งยืน (ESG) ในทุกกระบวนการ โดยมีแนวทางหลักดังนี้ :
 
• พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ Wellness และ Longevity : มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีและคุณภาพชีวิตในระยะยาว รวมถึงช่วยเสริมความมั่นใจและการใช้ชีวิตอย่างสมดุลในทุกช่วงวัย โดยมีแผนเปิดตัว SKUs ใหม่กว่า 200 รายการ ทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่และปรับปรุงจากผลิตภัณฑ์เดิม 
 
• ขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ : สำหรับในประเทศ ตั้งเป้าเติบโตในระดับเลขหลักเดียวระดับกลางถึงสูง พร้อมขยายช่องทางจัดจำหน่ายโดยเฉพาะออนไลน์ สำหรับต่างประเทศ ตั้งเป้าเติบโตระดับเลขสองหลัก โดยเฉพาะในตลาดเวียดนาม นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายไปสู่ตลาดใหม่อื่น ๆ เช่น ฮ่องกง ผ่านร่วมมือกับ Big C, ฟิลิปปินส์ ผ่านความร่วมมือกับ Konvy และมาเลเซีย เป็นต้น
 
• แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ เติมเต็มทุกช่องว่าง : มุ่งพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ยังไม่เคยมีมาก่อน บุกเบิกหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในกลุ่มธุรกิจปัจจุบัน ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง 
 
ผลงานและความสำเร็จด้าน ESG ที่จับต้องได้
 
สำหรับมิติการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ความสำเร็จที่สำคัญในปีที่ผ่านมา ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมลงได้ 19.7% เปลี่ยนเชื้อเพลิงหลักเป็นก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ช่วยลด CO2 ได้ 16% ใน Scope 1 ลดการใช้พลาสติกบริสุทธิ์ (Virgin Plastic) ในบรรจุภัณฑ์ได้ถึง 24% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20% และมีบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ถึง 82% สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) 
 
 
นอกจากนี้ โรงงานของ NEO ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีเพียง 0.16% ของโรงงานทั่วประเทศ พร้อมคว้ารางวัล Zero Accident Campaign 2025 สะท้อนมาตรฐานความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับแนวหน้า 
NEO ได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ระดับ A จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับผลประเมินด้านบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ในระดับ 4 ดาว หรือ "ดีมาก" จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าร่วมประเมิน รวมถึงได้รับเลือกเป็น "The Most Attractive Employer 2025" จาก Future Trend Award 2025 ติดอันดับ 1 ใน 10 บริษัทที่ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่มากที่สุด
 
"สำหรับปี 2569 ตลาด FMCG จะยังคงเป็นสมรภูมิแห่งการช่วงชิงความเข้าใจผู้บริโภค ท่ามกลางกระแสความต้องการสินค้าเพื่อสุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย เรามองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการสร้างตลาดด้วยนวัตกรรม โดย NEO ยังคงมุ่งสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนเทรนด์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหนือความคาดหมาย ตั้งใจส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ใหม่แก่ผู้บริโภคอย่างครอบคลุม เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน" นายสุทธิเดชกล่าวสรุป
 
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นบริษัทในอัตรา 1.35 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
 

LastUpdate 26/02/2569 20:17:06 โดย : Admin
27-02-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (26 ก.พ. 69) บวก 17.63 จุด ดัชนี 1,533.64 จุด

2. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์

3. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 5,190 เหรียญ หลังจากเมื่อวานย่อตัวลงไปทดสอบระดับ 5,150 เหรียญ

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (26 ก.พ.69) บวก 13.40 จุด ดัชนี 1,529.41 จุด

5. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (25 ก.พ.69) บวก 49.90 ดอลลาร์ นักลงทุนซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเหตุสหรัฐ-อิหร่านตึงเครียด

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (25 ก.พ.69) บวก 307.65 จุด รับแรงหนุนหุ้นกลุ่มเทคฯพุ่ง

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (26 ก.พ. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 77,100 บาท

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (26 ก.พ.69) ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ / ภาคกลาง-ภาคตะวันออก ฝน 40% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-กรุงเทพปริมณฑล 30% ภาคใต้ 20%

9. ตลาดหุ้นไทยเปิด (26 ก.พ.69) บวก 19.05 จุด ดัชนี 1,535.06 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (26 ก.พ.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิด (25 ก.พ.69) บวก 25.61 จุด ดัชนี 1,516.01 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (25 ก.พ. 69) บวก 20.93 จุด ดัชนีื 1,511.33 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงมีความผันผวนสูง ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับ 5,150-5,120 แนวต้าน 5,200-5,240 เหรียญ

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.20 บาท/ดอลลาร์

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (25 ก.พ.69) บวก 15.65 จุด ดัชนี 1,506.05 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 27, 2026, 1:07 am