หุ้นทอง
บจ. mai รายงานผลการดำเนินงาน ปี 2568 ยอดขายรวม 201,323 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,294 ล้านบาท


• บจ. ใน mai ปี 2568 เปรียบเทียบกับปี 2567 มียอดขายรวม 201,323 ล้านบาท ลดลง 2.7% และกำไรสุทธิ 2,294 ล้านบาท ลดลง 64.3% ซึ่งมาจากผลประกอบการของ บจ. บางแห่งที่มีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนมูลค่าสูง อย่างไรก็ดี หากพิจารณากำไรจากการดำเนินงาน พบว่ามีกำไร 13,339 ล้านบาท ลดลง 13.9%

 
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนใน mai จำนวน 216 บริษัท คิดเป็น 97% จากทั้งหมด 222 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่ปิดงบไม่ตรงงวด) นำส่งผลการดำเนินงาน โดยปี 2568 เปรียบเทียบปี 2567 บจ. มียอดขายรวม 201,323 ล้านบาท ลดลง 2.7% ต้นทุนขาย 149,227 ล้านบาท ลดลง 2.9% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 25.7% มาอยู่ที่ 25.9% อย่างไรก็ดี การที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.8% ส่งผลให้ บจ. มีกำไรจากการดำเนินงาน 13,339 ล้านบาท ลดลง 13.9% และมีกำไรสุทธิรวม 2,294 ล้านบาท ลดลง 64.3% โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (OPM) และอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ปรับจาก 7.5% และ 3.0 % เป็น 6.6% และ 1.1% ตามลำดับ

 
“ผลการดำเนินงาน บจ. ใน mai งวดปี 2568 มีกำไรสุทธิลดลง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง แม้ว่า บจ. โดยรวมจะสามารถควบคุมต้นทุนขายได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ปัจจัยเฉพาะของ บจ. บางแห่งมีการตั้งด้อยค่าเงินลงทุนมูลค่าสูง บางแห่งมีการรับรู้รายได้ลดลงอย่างมีนัยจากสัญญาที่ใกล้แล้วเสร็จและยังไม่มีโครงการใหม่ และบางแห่งมีการตั้งสำรองการลดลงของสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการรวมของ บจ. ใน mai อย่างไรก็ดี ยังมี 4 กลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถรักษาการเติบโตของยอดขายได้ ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มบริการ และกลุ่มเทคโนโลยี โดยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มบริการ มีการเติบโตของกำไรสุทธิอีกด้วย” นายประพันธ์กล่าว

ในส่วนของฐานะทางการเงิน บจ. mai มีสินทรัพย์รวม 302,667 ล้านบาท ลดลง 1.5% จากสิ้นปี 2567 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 0.71 เท่า ปรับลดลงจาก 0.73 เท่า ณ สิ้นปี 2567

ปัจจุบันมี บจ. ใน mai 229 บริษัท (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569) ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 220.33 จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) อยู่ที่ 213,698.26 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 387.50 ล้านบาทต่อวัน

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 มี.ค. 2569 เวลา : 19:47:55
15-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (13 มี.ค.69) ลบ 20.45 จุด ดัชนี 1,409.35 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (13 มี.ค.69) ลบ 16.34 จุด ดัชนี 1,413.46 จุด

3. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (12 มี.ค.69) ร่วง 739.42 จุด หวั่นสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (12 มี.ค.69) ร่วง 53.30 ดอลลาร์ หวั่นเงินเฟ้อสูงลดความหวังเฟดลดดอกเบี้ย

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (13 มี.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. พายุฝนฟ้าคะนอง 30% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40% ภาคอีสาน 10%

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (13 มี.ค.69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 78,800 บาท

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาท/ดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (13 มี.ค.69) ลบ 6.05 จุด ดัชนี 1,423.75 จุด

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (13 มี.ค.69) อ่อนค่าลงหนัก ที่ระดับ 32.17 บาทต่อดอลลาร์

10. ประกาศ กปน.: 17 มี.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดกระบัง

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (12 มี.ค.68) บวก 22.46 จุด ดัชนี 1,429.80 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (12 มี.ค.69) บวก 4.21 จุด ดัชนี 1,411.55 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway และยังไม่สามารถ Breakout แนวต้านบริเวณ 5,200 เหรียญ

14. ตลาดหุ้นไทยเปิด (12 มี.ค.69) ลบ 3.99 จุด ดัชนี 1,403.35 จุด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.70-32.00 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 15, 2026, 9:32 am