หุ้นทอง
ตลท. เผย "บทบาทของกรรมการผู้หญิงในบริษัทจดทะเบียนไทย ปี 2568"


 
จากการศึกษาโครงสร้างคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนไทย ณ สิ้นปี 2568 จำนวน 852 บริษัท พบว่า ผู้หญิงมีบทบาทในคณะกรรมการเพิ่มมากขึ้น
 
• ณ สิ้นปี 2568 ผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียน มีจำนวนรวม 1,826 ตำแหน่ง คิดเป็น 22.75% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด 8,025 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจาก 21.02% จากปี 2563
 
• หากพิจารณาจำนวนกรรมการ (number of directors) รวมของทุกบริษัท พบว่า เป็นกรรมการผู้หญิง 1,514 คน คิดเป็น 23.96% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด 6,320 คน เพิ่มขึ้นจาก 22.23% จากปี 2563
 
• นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 ยังพบว่า 87.91% ของบริษัทจดทะเบียนจากทั้งหมด ได้แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน เป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ที่อยู่ที่ 79.4% 
 
• หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) ปี 2568 ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD)  เกี่ยวกับจำนวนกรรมการผู้หญิง พบว่า 544 บริษัท จากทั้งหมด 852 บริษัท หรือ 63.85% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่คณะกรรมการบริษัทมีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน 
 
• โดยเฉลี่ยบริษัทจดทะเบียนไทยมีสัดส่วนผู้หญิงเป็นกรรมการอยู่ที่ 22.86% ของคณะกรรมการทั้งคณะ และ 29.34% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด มีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 30 % ของจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะ
 
• 481 บริษัทจาก 852 บริษัท หรือ 57.13% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน เป็น “กรรมการอิสระ” ในคณะกรรมการบริษัท และสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 47.84% เท่านั้น
 
• นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้หญิงมีบทบาทในฐานะผู้นำเพิ่มมากขึ้น โดย 71 บริษัทมีผู้หญิงเป็น “ประธานกรรมการ” (chairman of board director) หรือ คิดเป็น 8.38% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 2563 ที่มีเพียง 57 บริษัท และเมื่อพิจารณาบทบาทผู้นำผู้หญิงในด้านการบริหารจัดการ (management) พบว่า ผู้หญิงที่เป็นผู้บริหารอันดับสูงสุดขององค์กร 163 บริษัท คิดเป็น 19.13% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ในปี 2563
 
ข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และแนวคิดแก่ผู้อ่าน มิใช่การให้คำแนะนำด้านการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมิได้ให้การรับรองในความถูกต้องของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น อันเนื่องจากการนำข้อมูลไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้อ้างอิง หรือเผยแพร่ไม่ว่าในลักษณะใด นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูลไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดตามหลักเกณฑ์ที่เห็นสมควร ความเห็นที่ปรากฎในรายงานฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเห็นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
 
วันสตรีสากลปีนี้ ทั่วโลกยังคงเดินหน้าเปิดพื้นที่และขยายบทบาทของผู้หญิง
 
วันที่ 8 มีนาคมของทุกปีคือวันสตรีสากล (International Women's Day) วันแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จและบทบาทของผู้หญิงทั่วโลก เพื่อสร้างความตระหนักในศักยภาพของสตรีและส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ โดยในปีนี้รัฐบาลไทยกำหนดแนวคิดหลักว่า "สิทธิ ความยุติธรรม และเสียงของผู้หญิง : สู่สังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" มุ่งให้ผู้หญิงมีที่ยืนอย่างเท่าเทียม ใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศ  
 
เมื่อพิจารณาบทบาทผู้นำของสตรีในระดับประเทศจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตที่ประกาศเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พบว่า จากรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 396 ท่าน พบว่า เป็นผู้หญิง 80 ท่าน หรือคิดเป็น 20.2% จากรายชื่อที่ประกาศทั้งหมด
 
ขณะที่มุมมองภาคเอกชน กรรมการบริษัท (directors) ถือเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ ควรส่งเสริมความหลากหลายทางเพศและเพิ่มบทบาทของสตรีในคณะกรรมการและระดับผู้บริหาร
 
จากรายงาน Global Trends in Women's Corporate Leadership 2026 ของ ISS Corporate ที่เผยแพร่ 5 มีนาคม 2569 พบว่า บริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกส่วนใหญ่มีกรรมการหญิงอย่างน้อย 2 คน และโดยเฉลี่ยผู้หญิงดำรงตำแหน่งกรรมการเกือบ 30% ของคณะกรรมการทั้งชุด อย่างไรก็ตาม สัดส่วนนี้ยังมีความแตกต่างกันตามทวีป โดยยุโรปมีสัดส่วนสูงที่สุด โดยเฉพาะสเปน ฝรั่งเศส และอิตาลี ขณะที่เอเชีย อาทิ ไต้หวัน อินเดีย จีน และเกาหลีใต้ เป็นต้น มีกรรมการหญิงเฉลี่ยน้อยกว่า 2 คนต่อคณะกรรมการ และมีสัดส่วนต่ำกว่า 20%
 
จาก OECD Corporate Governance Factbook (2025)  ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกรอบการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลของบริษัทจดทะเบียนรวม 44,000 บริษัทใน 52 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ พบว่า
 
• 65% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด มีเกณฑ์กำหนดบังคับให้บริษัทจดทะเบียนเผยแพร่เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการบริษัท (ภาคบังคับ) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากข้อมูลปี 2563 ที่มีภาคบังคับเพียง 56% 
 
• 18 ประเทศ กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนในประเทศมีสัดส่วนจำนวนกรรมการผู้หญิงต่อจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะเป็นภาคบังคับ และเปิดเผยสัดส่วนฯ ดังนี้
  • 5 ประเทศ กำหนดให้บริษัทแต่งตั้งกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 40% (ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ อิตาลี และนอร์เวย์)
  • 8 ประเทศ กำหนดให้บริษัทแต่งตั้งกรรมการผู้หญิงอยู่ระหว่าง 20% - 35%
  • 5 ประเทศ กำหนดให้บริษัทแต่งตั้งกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน (ฮ่องกง อินเดีย อิสราเอล เกาหลีใต้ และมาเลเซีย)
 
• สัดส่วนจำนวนกรรมการผู้หญิงในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของบริษัท จำนวนพนักงาน จำนวนกรรมการในคณะกรรมการ และ/หรือระดับของสินทรัพย์ บทลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตามที่มีหลายรูปแบบ (อาทิ  ระบบเตือน ค่าปรับ เป็นต้น) ตำแหน่งในคณะกรรมการที่ยังว่างอยู่ การเสนอชื่อที่เป็นโมฆะ และการเพิกถอนรายชื่อสำหรับบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตาม

ยุโรป vs สหรัฐฯ : สองแนวทางที่ต่างกันในการกำหนดและเปิดเผยสัดส่วนกรรมการหญิง
 
ในขณะที่ทั่วโลกพยายามกระตุ้นส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทมากยิ่งขึ้น ทั้งในบทบาทสังคมและบทบาทผู้นำในภาคเอกชน พบว่า มีมุมมองที่แตกต่างกันที่น่าติดตาม 
 
ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและบทบาทของสตรีในภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก และมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ สำหรับปี 2563 - 2569 (EU Gender Equality Strategy for 2020 - 2025) และได้ออกกฎหมาย “EU Directive on Gender Balance on Corporate Boards” หรือ “Women on Boards Directive” โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่สิ้นปี 2567   โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความสมดุลทางเพศมากขึ้นในคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนในทุกประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป โดยกำหนดให้ 
 
1) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในทวีปยุโรปที่มีลูกจ้างจำนวน 250 คนขึ้นไป ต้องปรับเพิ่มสัดส่วนของผู้หญิงให้ดำรงตำแหน่ง “กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร” (Non-Executive Director) เป็น 40% หรือต้องมีกรรมการผู้หญิงไม่น้อยกว่า 30% ของจำนวนกรรมการบริษัททั้งหมด โดยให้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 
 
2) ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในการสรรหากรรมการ ต้องโปร่งใสและตรวจสอบ และควรพิจารณาถึงคุณวุฒิหรือความรู้ความสามารถของบุคคลเป็นหลัก ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการคัดเลือกมีคุณสมบัติเท่าเทียมกัน ให้คัดเลือกผู้หญิงหรือชนกลุ่มน้อยทางเพศที่มักถูกมองข้ามเป็นผู้ได้รับตำแหน่ง และ
 
3) เปิดเผยและรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมทางเพศ โดยกำหนดให้ประเทศสมาชิกอียูต้องเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความเท่าเทียมทางเพศตามที่กำหนดให้สาธารณชนได้รับรู้ ส่วนบริษัทที่ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมาย ต้องชี้แจงเหตุผลพร้อมหาวิธีการแก้ไขที่เหมาะสม มิฉะนั้น อาจได้รับโทษปรับทางปกครองตามที่ประเทศสมาชิกกำหนดด้วย
 
ประเทศในยุโรปสนับสนุนความเท่าเทียมกันทางเพศอย่างต่อเนื่อง ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปนำเสนอยุทธศาสตร์ความเสมอภาคทางเพศฉบับใหม่สำหรับปี 2569 - 2573 (EU Gender Equality Strategy for 2026 - 2030)  ที่ได้ผนวกความเสมอภาคทางเพศเข้ากับทุกแง่มุมของชีวิตทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ตั้งแต่การศึกษาและสุขภาพไปจนถึงการทำงานและชีวิตสาธารณะ รวมถึงภัยคุกคามสมัยใหม่ อาทิ ความรุนแรงทางไซเบอร์ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้น ซึ่งอาจส่ง ผลกระทบต่อผู้หญิงเป็นพิเศษ สอดคล้องกับสถิติของประเทศในกลุ่มยุโรปที่มีสัดส่วนผู้หญิงในคณะกรรมการบริษัทสูงสุด เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในทวีปอื่น ตามรายงานของ ISS Corporate ตามที่กล่าวมาข้างต้น
 
ขณะที่สหรัฐอเมริกาพบหลักฐานเชิงประจักษ์จำนวนมากว่า หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ได้ออกนโยบายต่างๆ ที่ขัดแย้งกับการสนับสนุนเรื่องความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมีนโยบายหนึ่งที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสหรัฐอเมริกา เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษาในคดี Alliance for Fair Board Recruitment โดยสั่งเพิกถอน (Vacate) กฎระเบียบของ Nasdaq ที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยข้อมูลความหลากหลายของคณะกรรมการ (Board Diversity Disclosure) และต้องมีกรรมการที่หลากหลาย (เช่น ผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน และกลุ่มน้อย/LGBTQ+ อย่างน้อย 1 คน) ซึ่งคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐอเมริกา อนุมัติการเปลี่ยนแปลงกฎของ Nasdaq เพื่อ "ยกเลิก" ข้อกำหนดเรื่องความหลากหลายทางเพศโดยมีผลทันที เพื่อลดภาระการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่รัฐบาลมองว่า "ไม่ใช่สาระสำคัญทางการเงิน" (Non-material) 
 
คำพิพากษาและท่าทีของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐอเมริกาตามที่กล่าวมาข้างต้น เริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนผู้หญิงในคณะกรรมการ เพศ และเชื้อชาติกรรมการ โดยจากรายงานเรื่อง Report: Big US Companies Are Disclosing Less of Their Work in DEI… But That Doesn’t Mean They’re Abandoning DEI ของ The Conference Board  เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาใช้คำย่อของ Diversity, Equity, and Inclusion (DEI) ลดลงถึง 68% เมื่อเทียบกับเอกสารที่ยื่น (Filing) ในปี 2567 และยังพบว่า การเปิดเผยข้อมูลด้านความหลากหลายของพนักงานและคณะกรรมการบริษัทในกลุ่ม S&P500 มีแนวโน้มลดลง โดยระหว่างปี 2567 – 2568 สัดส่วนบริษัทที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงในระดับบริหารลดลง 16% และการเปิดเผยข้อมูลความหลากหลายทางเพศและเชื้อชาติของกรรมการบริษัทลดลง 28% และ 31% ตามลำดับ และนอกจากนี้งานวิจัยอื่นๆ ยังเปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่เปลี่ยนจากการใช้คำว่า "ความหลากหลายทางเพศ” (Gender Diversity) เป็นคำที่มีความหมายกว้างขึ้น เช่น ความหลากหลายทางประสบการณ์วิชาชีพ (Diverse Professional Backgrounds) เป็นต้น 
 
การปรับตัวดังกล่าวของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกาอาจส่งผลต่อความโปร่งใส เนื่องจากจะมีข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะ ลดลง ยากต่อการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อวิจัยหรือเปรียบเทียบมาตรฐานกลาง (Standardized Disclosure) และอาจเป็นช่องทางให้บริษัทจดทะเบียนเลือกเปิดเผยเฉพาะข้อมูลที่ดูดี (Cherry-picking) และปกปิดส่วนที่ถดถอย ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดูดีกว่าความเป็นจริง ขณะที่ผลกระทบด้านธรรมาภิบาลยังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้างว่าอาจส่งผลลบต่อคณะกรรมการ คือ บริษัทอาจได้กรรมการที่มีแนวคิดหรือมุมมองในลักษณะหรือรูปแบบกัน (Group Think) อาจขาดมุมมองที่แตกต่าง ทำให้ละเลยความเสี่ยงใหม่ๆ หรือโอกาสทางธุรกิจในตลาด หรืออาจส่งผลบวก กล่าวคือ จะทำให้บริษัทพิจารณาเฉพาะเรื่องความสามารถและยึดหลักทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ช่วยให้คณะกรรมการบริษัทสามารถทุ่มเทเวลากับการสร้างกำไรและมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นโดยตรง มากกว่าสนใจวาระทางสังคม (Social Agenda)
 
จากมุมมองทั้งจากยุโรปและสหรัฐฯ ที่กล่าวมาข้างต้น มีแนวคิดต่างกันคนละขั้ว แต่หากสามารถประสานแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมเพศควบคู่กับการพิจารณาความรู้ความสามารถ จะทำให้บริษัทจดทะเบียนสามารถแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทที่มีคุณภาพ คณะกรรมการบริษัทมีมุมมองที่หลากหลาย พิจารณาได้ครอบคลุมในหลายแง่มุม ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้หรือกำไรให้ผู้ถือหุ้นได้ดียิ่งขึ้น

ประเทศไทย ส่งเสริมความหลากหลายของกรรมการ
 
ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (Corporate Governance Code for listed companies 2017)  ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ในหลักปฏิบัติ 3 เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล ที่มุ่งเสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล ในแนวปฏิบัติที่ 3.1.1 ที่อธิบายว่า 

“...คณะกรรมการควรดูแลให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ความสามารถและคุณลักษณะเฉพาะด้าน ตลอดจนเพศและอายุ ที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักขององค์กร โดยจัดทำตารางองค์ประกอบความรู้ความชำนาญของกรรมการ (skills matrix) เพื่อให้มั่นใจว่า จะได้คณะกรรมการโดยรวมที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถเข้าใจและตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียได้รวมทั้งต้องมีกรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารอย่างน้อย 1 คนที่มีประสบการณ์ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่...”

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ในตลาดทุนไทยสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนมีการจัดหาคณะกรรมการที่มีความหลากหลาย ซึ่งความหลากหลายทางเพศเป็นเพียงมุมมองหนึ่ง ที่บริษัทจดทะเบียนพิจารณาประกอบกับความรู้ความชำนาญของกรรมการด้วย อย่างไรก็ตาม ในรายงานฉบับนี้จะทำการศึกษาเฉพาะความหลากหลายทางเพศ 
 
สำหรับในประเทศไทยมีการผลักดันเรื่องความหลากหลายทางเพศอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อเสนอแนะให้บริษัทจดทะเบียนแต่ละบริษัทควรมีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน จนกระทั่งปัจจุบันที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) สนับสนุนให้ผู้หญิงในบทบาทในคณะกรรมการเพิ่มขึ้น โดยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนไทยแต่ละบริษัทมีกรรมการหญิงอย่างน้อย 30% ของจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะ  ขณะที่สถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้เปิดเผยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) ปี 2568 หมวดที่ 4 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เกี่ยวกับจำนวนกรรมการผู้หญิงไว้ว่า “คณะกรรมการบริษัทมีกรรมการที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน โดยพิจารณาจากรายชื่อคณะกรรมการบริษัท” และคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อย 30% โดยพิจารณาจากข้อมูล ณ สิ้นปี ที่เปิดเผยไว้ในรายงาน 56-1 One Report

ผู้หญิงมีบทบาทในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนไทยเพิ่มมากขึ้น 
 
จากการศึกษาความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (บริษัทจดทะเบียนไทย) ณ สิ้นปี 2568 จำนวน 852 บริษัท จากข้อมูลที่รายงานมายังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและปรากฎใน SETSMART รวมทั้งจากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาทิ รายงานประจำปี (แบบฟอร์ม 56-1 One Report)  ใน    เว็บไซต์ของบริษัทจดทะเบียน และข้อมูลเปิดเผยสาธารณะอื่นๆ ของบริษัทจดทะเบียน เป็นต้น พบว่า 
 
• จำนวนตำแหน่ง / ที่นั่งของกรรมการ (number of board seats) รวมทุกบริษัท 8,025 ตำแหน่ง ดำรงตำแหน่งโดยผู้ชาย 6,199 ตำแหน่ง คิดเป็น 77.25% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด และดำรงตำแหน่งโดยผู้หญิง 1,826 ตำแหน่ง  คิดเป็น 22.75% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด
 
• เนื่องจากกรรมการบางรายได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 1 บริษัท ส่งผลให้จำนวนตำแหน่งหรือจำนวนที่นั่งกรรมการมีจำนวนมากกว่าจำนวนกรรมการ ดังนั้น หากพิจารณาจากจำนวนกรรมการ (number of directors) รวมของทุกบริษัท พบว่า มีจำนวนกรรมการรวม 6,320 คน แบ่งออกเป็นกรรมการผู้ชาย 4,806 คน คิดเป็น 76.04% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และเป็นกรรมการผู้หญิง 1,514 คน คิดเป็น 23.96% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
 
จากข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้หญิงมีบทบาทในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนไทยเพิ่มมาก สังเกตได้จากผู้หญิงมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนไทย ทั้งในรูปจำนวนกรรมการและที่นั่งกรรมการ
 
 

 
ที่มา: ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย; ข้อมูล ณ 12 มีนาคม 2569; 852 บริษัท

บริษัทจดทะเบียนไทยส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้หญิงให้มีบทบาทในคณะกรรมการบริษัทเพิ่มขึ้น สังเกตได้จาก สัดส่วนของบริษัทจดทะเบียนที่มีผู้หญิงอย่างน้อยหนึ่งคน ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น 
 
จากข้อมูลกรรมการ ณ สิ้นปี 2568 พบว่า มีบริษัทจดทะเบียน 749 บริษัทที่แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน ให้เป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท หรือ 87.91% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ซึ่งจากฐานข้อมูลที่ฝ่ายวิจัยรวบรวมพบว่า สัดส่วนนี้มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ที่อยู่ที่ 79.40% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด (ภาพที่ 1)

ภาพที่ 1 สัดส่วนของจำนวนบริษัทที่มีกรรมการผู้หญิง อย่างน้อย 1 คนในคณะกรรมการ 
หน่วย: % ต่อจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่ทำการศึกษาในช่วงเวลานั้นๆ  
 
 
 
 
ที่มา: ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย; ข้อมูล ณ 12 มีนาคม 2569
 
หากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณาในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) ปี 2568 เกี่ยวกับจำนวนกรรมการผู้หญิง ที่ระบุไว้ว่า “คณะกรรมการบริษัทมีกรรมการที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน และคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อย 30% ตามตารางที่ 1 พบว่า
 
 
บริษัทจดทะเบียน 544 บริษัท จากทั้งหมด 852 บริษัท หรือ 63.85% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 2 คน ให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท
 
• บริษัทจดทะเบียน 313 บริษัท จากทั้งหมด 852 บริษัท หรือ 36.74% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 3 คน ให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท
 
• บริษัทจดทะเบียนที่แต่งตั้งผู้หญิงให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัทด้วยจำนวนมากที่สุด คือ เป็นบริษัทจดทะเบียนในหมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ ที่มีกรรมการผู้หญิง 10 คน และกรรมการผู้ชาย 5 คนในคณะกรรมการบริษัท หรือ กรรมการผู้หญิงคิดเป็น 66.67% ของจำนวนกรรมการทั้งหมดทั้งคณะและบริษัทจดทะเบียนบริษัทนี้มีประธานกรรมการเป็นผู้ชาย
 
 บริษัทจดทะเบียนที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้หญิงเป็นกรรมการ จำนวน 103 บริษัท พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งธุรกิจก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง เหล็ก พลังงาน เป็นต้น

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทจดทะเบียนไทยมีสัดส่วนกรรมการผู้หญิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 22.86% ของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ และ 29.34% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด มีกรรมการผู้หญิงมากกว่า 30 % ของจำนวคณะกรรมการทั้งคณะ
 
เมื่อพิจารณาสัดส่วนกรรมการผู้หญิงต่อคณะกรรมการทั้งคณะ (สัดส่วนกรรมการผู้หญิง) พบว่า บริษัทจดทะเบียนที่มีสัดส่วนกรรมการผู้หญิงน้อยที่สุด คือ 0.0% หรือไม่มีกรรมการผู้หญิงเลย ขณะบริษัทจดทะเบียนที่มีสัดส่วนกรรมการผู้หญิงมากที่สุด คือ 75.00% ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยบริษัทจดทะเบียนมีสัดส่วนกรรมการผู้หญิง 22.86% ของคณะกรรมการทั้งคณะ  
 
หากพิจารณาสัดส่วนกรรมการผู้หญิงรายบริษัท เทียบกับเป้าหมายที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) สนับสนุนให้ผู้หญิงในบทบาทในคณะกรรมการเพิ่มขึ้น โดยสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนไทยแต่ละบริษัทมีกรรมการหญิงอย่างน้อย 30% ของจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะ ซึ่งจากข้อมูลกรรมการ ณ สิ้นปี 2568 พบว่า บริษัทจดทะเบียน 250 บริษัทจากทั้งหมด 852 บริษัท หรือ 29.34% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ที่มีกรรมการผู้หญิงอย่างน้อย 30 % ของจำนวนคณะกรรมการทั้งคณะ (ภาพที่ 2)

ภาพที่ 2 สัดส่วนของจำนวนบริษัท ปี 2568 จำแนกตามสัดส่วนจำนวนกรรมการที่เป็นผู้หญิงต่อจำนวนคณะกรรมการทั้งชุด หน่วย: % ต่อจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่ทำการศึกษาในช่วงเวลานั้นๆ 
 
 
 
 
 
ที่มา: ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
 
จากการศึกษานี้ยังพบว่า 12.09% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่ยังไม่มีกรรมการที่เป็นผู้หญิง ขณะที่ส่วนใหญ่ (ประมาณ 27.58% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด) มีกรรมการที่เป็นผู้หญิงอยู่ในช่วง “20.0% ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 29.9%” และค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 22.86% ของจำนวนกรรมการในคณะกรรมการทั้งชุด

เมื่อพิจารณาความหลากหลายของเพศ (gender diversity) และข้อมูลประเภทกรรมการ (director type) โดยพิจารณาตามเกณฑ์ที่ระบุในแบบสำรวจในการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report: CGR) ว่า “คณะกรรมการมีกรรมการอิสระที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน” พบว่า ณ สิ้นปี 2568 มี 481 บริษัทจาก 852 บริษัท หรือ 57.13% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน ดำรงตำแหน่งกรรมการโดยเป็น “กรรมการอิสระ” ในคณะกรรมการบริษัท และสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 47.84% เท่านั้น 
 
นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้หญิงมีบทบาทในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนเพิ่มมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่ผู้หญิงดำรงตำแหน่งเป็น “ประธานกรรมการ” (chairman of board director) หรือหัวหน้าของคณะกรรมการทั้งชุด โดย ณ สิ้นปี 2568 มี 71 บริษัทที่มีผู้หญิงเป็น “ประธานกรรมการ” (chairman of board director) หรือ คิดเป็น 8.38% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่มี 57 บริษัทมีผู้หญิงเป็น “ประธานกรรมการ” แต่สัดส่วนอยู่ระดับใกล้เคียงเดิม คือ 8.40% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 
 
ขณะที่บทบาทผู้หญิงในด้านการบริหารจัดการ (management) เพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาจากผู้หญิงที่เป็นผู้บริหารอันดับสูงสุดขององค์กร (ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ กรรมการผู้อำนวยการ หรือตำแหน่งอื่นในระดับเดียวกันหรือเทียบเท่า) โดยมีบริษัทจดทะเบียนที่แต่งตั้งผู้หญิงให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารอันดับสูงสุดของบริษัท จำนวน 163 บริษัท คิดเป็น 19.13% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ในปี 2563

กล่าวโดยสรุป การส่งเสริมผู้หญิงให้มีบทบาทในเวทีต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งเวทีระดับโลก ภูมิภาค หรือระดับบริษัท เพื่อส่งเสริมการหลายหลายทางเพศ (gender diversity) ซึ่งจากการศึกษา พบว่า ผู้หญิงไทยมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะกรรมการของคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนไทย ทั้งด้านจำนวนและสัดส่วนของผู้หญิงในคณะกรรมการบริษัท และมีบทบาทผู้นำ (leadership) ในบริษัทจดทะเบียนไทยเพิ่มมากขึ้น ทั้งในฐานะ “ประธานกรรมการ” หรือ “ผู้บริหารระดับสูงสุด” ของบริษัทจดทะเบียน  อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกบุคลากรที่มาทำหน้าที่กรรมการของบริษัทซึ่งถือเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน ดังนั้น นอกจากด้านความหลากหลายทางเพศแล้ว บริษัทจดทะเบียนควรให้ความสำคัญความหลากหลายในด้านต่างๆ อาทิ ความรู้ มุมมอง ประสบการณ์ ทักษะหรือความสามารถในการแก้ไขปัญหา เป็นต้น ประกอบการคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียนด้วย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 มี.ค. 2569 เวลา : 15:45:18
20-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิด (19 มี.ค.69) ลบ 23.40 จุด ดัชนี 1,417.45 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (19 มี.ค.69) ลบ 4.11 จุด ดัชนี 1,436.74 จุด

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (18 มี.ค.69) ร่วง 112 ดอลลาร์ หวั่นเงินเฟ้อพุ่ง หนุนเฟดตรึงดอกเบี้ยสูง

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (18 มี.ค.69) ร่วง 768.11 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณปรับลดครั้งเดียวปีนี้

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (19 มี.ค.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนตอนกลางวัน /ทุกภาค และกรุงเทพปริมณฑล ฝน 10% / ฝุ่นละอองปานกลาง

6. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลุดแนวรับ 5,000 เหรียญ ปรับลดลงกว่า 190 เหรียญ ไปทำจุดต่ำสุดใหม่ 4,805 เหรียญ

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (19 มี.ค.69) ร่วงลง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 76,200 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (19 มี.ค.69) ลบ 6.15 จุด ดัชนี 1,434.70 จุด

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.90 บาท/ดอลลาร์

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (19 มี.ค.69) อ่อนค่าลงหนัก ที่ระดับ 32.79 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (18 มี.ค.69) บวก 6.97 จุด ดัชนี 1,440.85 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (18 มี.ค.69) บวก 6.13 จุด ดัชนี 1,440.01 จุด

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (18 มี.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 20% ภาคอื่น 10%

14. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงมีผันผวนสูง แนวรับเชิงจิตวิทยาที่ 5,000 เหรียญ หากราคาหลุดระดับ 4,980 เหรียญ และทำจุดต่ำใหม่

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.60 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 20, 2026, 12:49 am