หุ้นทอง
GFC วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจปี 69 เติบโตยั่งยืน จับมือ 10 พันธมิตรรพ.เครือข่าย-รุกต่างประเทศ - ลงทุนธุรกิจใหม่สู่ New S - Curve


บมจ.เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์  หรือ GFC พบผู้ลงทุน ชู 3 กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจปี  2569 มองหา โอกาสลงทุนในธุรกิจใหม่สร้าง New S-Curve  โดยใช้เทคโนโลยี AI  เข้ามาสนับสนุนในเชิงรุก เดินหน้าสร้าง เครือ ข่ายธุรกิจผ่านความร่วมมือโรงพยาบาลพันธมิตรไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง  เปิดกว้างร่วมมือกับรพ.รัฐ พร้อมลุยตลาด ต่างประเทศ ด้วยการร่วมมือกับเอเย่นทั้งยุโรป ตะวันออกกลาง จีนและอาเซียน เพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศอีก 15-25% จากฐานเดิมมีสัดส่วน 15% ของพอร์ตรวม ปูพรมเดินสายโรดโชว์เพื่อสร้างความรู้และตระหนักถึง ความสำคัญของการรับฝากไข่ที่ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญในคนรุ่นใหม่กลุ่ม GenZ  

ภก.นที ตั้งจิตรสดใส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC ผู้เชี่ยวชาญให้บริการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์สำหรับผู้มีบุตรยาก เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบ ผู้ลงทุน (Opportunity Day) ว่า ปีนี้ GFC จะเน้นสร้างรายได้จากสาขาพระราม 9  เปิดกว้างในการหาพันธมิตร เพื่อส่งเสริมธุรกิจและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้ได้เต็มศักยภาพมากที่สุด โดยกลยุทธ์ที่สำคัญในการขับเคลื่อน ธุรกิจจะมาจาก 3 กลยุทธ์ประกอบด้วย   1. ปรับโครงสร้างการตลาดเชิงรุก ในตลาดต่างประเทศ (Medical Tourism)  โดยร่วมมือกับเอเย่น  ขยายตลาดในตะวันออกกลาง ยุโรป จีน และ กลุ่มประเทศ  CLMV  

กลยุทธ์ที่ 2.ร่วมมือกับเครือข่ายโรงพยาบาลและคลินิคพันธมิตรไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง รวมทั้งวางแผน จับมือ กับโรงพยาบาลรัฐเพื่อให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่มีบุตรยากและกลยุทธ์ที่ 3.มองหาการลงทุนธุรกิจใหม่ๆ รุก นวัตกรรม และนำเทคโนโลยี AI มาใช้ เพื่อสร้าง New S-Curve  ให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน

“ปีนี้ GFC จะบุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศโต 15-25% จากฐานเดิมที่ ผ่านมาตลาดต่างประเทศโตแบบออร์แกนิคไม่ได้ทำการตลาดแต่เราก็มีสัดส่วนลูกค้าต่างประเทศ มาใช้บริการถึง 15% ของพอร์ตรวม “ภก.นทีกล่าว

 
ภก.นทีกล่าวต่อว่า  แนวโน้มธุรกิจให้คำปรึกษาและวางแผนการมีบุตร ยังมีศักยภาพการเติบโตที่สูง เนื่อง จากจำนวนผู้มีบุตรยากมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเทรนด์โลก และประเทศไทย ถือเป็น เป้าหมายสำคัญที่ต่างชาติให้ความเชื่อมั่นในการเข้ามาใช้บริการ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามา ใช้บริการ มีกำลังซื้อสูง จึงไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ลูกค้าได้ให้ความเชื่อมั่นในการให้บริการ ของ GFC โดยอัตราความสำเร็จของการตั้งครรภ์มีมากถึง 74% ของผู้ที่มาใช้บริการ

นอกจากนี้ GFC ยังมีแผนที่จะเดินสายโรดโชว์ขยายฐานลูกค้าควบคู่ไปกับการทำโปรโมชั่นฝากไข่ โดย จะเน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (GenZ) เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจตระหนักถึงความสำคัญของการฝากไข่ให้มากขึ้น และเมื่อมีความพร้อมก็สามารถมีบุตรได้ทันที  สุภาพสตรีจะต้องรู้ว่า ไข่เป็นทรัพย์สินสำคัญ 

สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ภก.นทีกล่าวว่าบริษัทฯมีรายได้จากการให้บริการ จำนวน 352.99 ล้านบาท ลดลง 18.77 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.05% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้ จาก การ ให้บริการอยู่ที่ 371.76 ล้านบาท โดยลดลงจากจำนวนผู้มีบุตรยากที่เข้ามาทำการรักษาสอดคล้องกับจำนวนรอบ ของการเก็บไข่ สำหรับปี 2568 ที่ลดลงจำนวน 91 รอบ หรือคิดเป็น 9.84% เมื่อเทียบกับปี 2567 ทั้งนี้รายได้จากการให้บริการ ลดลงเพียง 5.05% เนื่องจากถูกชดเชยจากการปรับราคา

 
ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 22.40 ล้านบาทลดลง 69.52% จากงวดเดียวกัน ของ ปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 73.51 ล้านบาท โดยสาเหตุสำคัญมาจากการรับรู้ ค่าใช้จ่ายคงที่ และค่าเสื่อมราคาจากการ ขยายสาขาใหม่ (พระราม 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และ อุบลราชธานี) รวมกว่า 29.36 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างมาก มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพียง 0.14 เท่า 

“GFC มีเป้าหมายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องปีละ 2 ครั้ง โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน 2569 พิจารณา อนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 28.60 ล้านบาท เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว ในอัตราหุ้นละ 0.03 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6.60 ล้านบาท คงเหลือเงินปันผลที่จะต้องจ่ายตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 22 ล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนประมาณ 5% ต่อปี”ภก.นที กล่าว
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 มี.ค. 2569 เวลา : 15:00:38
24-03-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 มี.ค.69) พุ่ง 631 จุด ขานรับทรัมป์เลื่อนโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน

2. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 มี.ค.69) ร่วง 167.60 ดอลลาร์ กังวลสงครามกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (24 มี.ค.69) บวก 12.05 จุด ดัชนี 1,409.39 จุด

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 มี.ค.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนตอนกลางวัน ภาคเหนือร้อนจัด โดยมีฝนฟ้าคะนองในภาคตะวันออก 20% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่น 10%

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (24 มี.ค.69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 67,800 บาท

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.45-32.75 บาท/ดอลลาร์

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (24 มี.ค.69) บวก 18.70 จุด ดัชนี 1,416.04 จุด

8. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 มี.ค.69) แข็งค่าขึ้นมาก ที่ระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (23 มี.ค.69) ลบ 35.65 จุด ดัชนี 1,397.34 จุด

10. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงต่อเนื่อง เช้าวันนี้ลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ 4,319 เหรียญ ก่อนรีบาวด์ขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,392 เหรียญ

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (23 มี.ค.69) ลบ 29.47 จุด ดัชนี 1,403.52 จุด

12. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.60-33.40 ติดตามบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 มี.ค.69) ประเทศไทยอากาศร้อน และมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคอีสาน-ภาคตะวันออก 20 % กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่น 10%

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (23 มี.ค.69) ปรับลดลง 1,850 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,400 บาท

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (23 มี.ค. 69) ลบ 30.80 จุด ดัชนี1,402.19 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ March 24, 2026, 3:05 pm