
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยมีสาเหตุสำคัญจากการลดลงของการส่งออกและรายรับภาคการท่องเที่ยวที่เผชิญปัจจัยชั่วคราว รวมถึงการบริโภคภาคเอกชนที่อ่อนตัวลงหลังสิ้นสุดมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ
ในด้านอุปสงค์พบว่า การบริโภคภาคเอกชนปรับลดลง โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทนจากการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงก่อนหน้าที่มาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลง สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคการค้าและยอดจำหน่ายยานยนต์ที่ลดลง
ขณะที่ ภาคการท่องเที่ยว รายรับปรับลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มตลาดระยะไกลที่เดินทางเข้ามามากไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและมาเลเซียลดลง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงเทศกาลรอมฎอน อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยบวกจากนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ด้านอุปทานและภาคการต่างประเทศ มูลค่าการส่งออกสินค้า (ไม่รวมทองคำ) ปรับลดลง โดยเฉพาะในหมวดปิโตรเลียมและอัญมณีที่เร่งตัวไปมากในเดือนก่อน ส่งผลต่อเนื่องให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงในทุกกลุ่ม โดยกลุ่มปิโตรเลียมได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นตามแผน ขณะที่หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้ายังคงเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงและระดับสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูง
ท่ามกลางภาวะการชะลอตัว การลงทุนภาคเอกชนกลับขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์จากการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิกลุ่มคอมพิวเตอร์ รวมถึงหมวดก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นทั้งอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม
นอกจากนี้ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวโดดเด่น ทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานด้านคมนาคมและโครงการภายใต้งบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568
สำหรับด้านเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น มาอยู่ที่ร้อยละ -0.88 จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากราคาหมวดอาหารสดที่ลดลงตามปริมาณผลผลิตผักและเนื้อสัตว์ที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกที่ 0.56% ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดยังคงเกินดุล 2.1 พันล้านดอลลาร์ สรอ. ตามดุลการค้าที่เกินดุลจากการนำเข้าที่ลดลง
ในส่วนของ ค่าเงินบาท มีความผันผวนสูง โดยแข็งค่าในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์จากเสถียรภาพการเมืองที่ชัดเจนหลังการเลือกตั้ง แต่กลับมาอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนมีนาคม ตามการแข็งค่าของดอลลาร์ สรอ. และความกังวลต่อผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้นและกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง
สำหรับประเด็นเฝ้าระวังระยะข้างหน้า ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 3 ปัจจัยสำคัญ
1.พัฒนาการความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
2.การปรับตัวของธุรกิจและประชาชนต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้น
3.ทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ข่าวเด่น