
สรุปสภาวะตลาดวันก่อน
แกว่งแคบ – SET แกว่ง +/- ในกรอบ 1439-54 มีแรงซื้อหุ้นอิงศก.ภายในปท. อาทิ กลุ่มค้าปลีก ธนาคาร และไฟแนนซ์ หลังในหลวงโปรดเกล้าฯ ครม. “อนุทิน 2” แล้ว แต่มีแรงขายหุ้น DELTA มีผลต่อ SET -10 จุด จาก Capped Weight 10% ต่างชาติขายสุทธิ 3.99 พันลบ. 2 วันติด แต่ Long S50 Futures 2,134 สัญญา 2 วันติดเช่นกัน
ทิศทางตลาดวันนี้
หุ้นโลกวันก่อน (31 มี.ค.)
พุ่งแรง – คาดหวังสงครามอิหร่านจะผ่อนคลายหรือสิ้นสุดลง หลังทรัมป์ระบุจะถอนตัวออกจากอิหร่านในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ ประจวบเหมาะกับปธน.อิหร่านกล่าวผ่านโทรทัศน์ของทางรัฐว่าพร้อมยุติสงครามแต่ต้องรับประกันตามเงื่อนไขของอิหร่าน ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI ตอบสนองด้วยการร่วงลง 1.50$ แต่ยังยืนเหนือ 100$/bbl และ US10Y ร่วงแตะ 4.3%
แนวโน้มตลาดวันนี้
ขึ้นทะลุ 1460 – หุ้นโลกพลิกเป็นบวกจากสัญญาณยุติสงครามร่วมกันทั้งสหรัฐฯ-อิหร่านที่ชัดเจนมากที่สุดหลังสงครามผ่านมาแล้ว 1 เดือน ผสานกับรัฐบาลใหม่เตรียมแถลงนโยบายต่อสภา 9-10 เม.ย. ทำให้มีอำนาจเต็มบริหารปท. และ DELTA ผ่านพ้น Capped Weight 10% ใน Q1 ไปแล้ว แนวรับ 1440+/- แนวต้าน 1470, 1480
กลยุทธ์การลงทุน
ขึ้นขาย-ลงซื้อ, เลือกตั้งรับ – SET ขึ้นเข้าใกล้เป้ากรอบด้านบนที่ 1470 มอง Upside สั้นจำกัด เน้นขายมากกว่าซื้อ รอซื้อคืนช่วงอ่อนตัว, พอร์ตลงทุนเน้นตั้งรับแบบแบ่งไม้ซื้อ
ประเด็นหุ้นน่าสนใจ: หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ BEM, FM / หุ้นเด่น เม.ย. AMATA, BANPU, BDMS, GFPT, MRDIYT, PRM และ PTTEP ทางเลือกหุ้นตปท.ผ่าน DR GOLD19 / หุ้นได้ประโยชน์น้ำมันขาขึ้น PTTEP, PTTGC, BANPU / หุ้นรับการจัดตั้งรัฐบาลทั้งการบริโภค-การลงทุน BJC, CPAXT, CRC, MRDIYT, CBG, OSP, PLANB, MTC, TURBO, AMATA, WHA, CK, STECON, BBIK รวมทั้ง TISA (เน้นหุ้น SET100 มี ESG Rating และปันผลดี) PTT, PTTEP, KTB, CPF, COM7 / หุ้นนที่แนวโน้มงบ Q1 เบื้องต้นโต YoY ADVANC, CK, CPN, CRC, GULF, ICHI, KTC, MAJOR, MRDIYT, MTC, ONEE, TIDLOR, TRUE / หุ้นที่ให้ Div. Yield งวดนี้ระดับ 4% ขึ้นไป (ขึ้น XD ใน 1-2 เดือนนี้) หากราคาผันผวนตามสภาวะตลาดน่าตั้งรับ AMATA, AP, BH, CRC, FM, KTB, NEO, NKT, ONEE, SIRI, SJWD, SPALI, SYNEX / ลงทุนระยะกลาง-ยาวน่าสะสมหุ้น Quality-Value-CashFlow BANK KTB, TTB / COMM CPALL, CRC, COM7 / ENERG EGCO / ICT ADVANC, TRUE / HELTH BDMS, BH / PROP CPN / TRANS BEM, PRM
หุ้นแนะนำประจำวัน
CBG – ปรับคำแนะนำขึ้นจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”, เป้าพื้นฐานใหม่ 49 บ. อิง PER ปี 26 ที่ 19x (-1SD) มองราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนผลกระทบต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสงครามแล้ว ขณะที่ Div. Yield ปีนี้คาดที่ราว 3.8%, ระยะสั้นได้แรงหนุนจากรัฐบาลใหม่ออก “คนละครึ่งพลัสเฟส 2”
ข่าวเด่น