เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Special Report : "ช่องแคบฮอร์มุซ" เมื่อเส้นทางพลังงานโลก ถูกอิหร่านเก็บค่าผ่านทางถึง 2 ล้านเหรียญ


 

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ประเด็น "ช่องแคบฮอร์มุซ" กลายเป็นจุดสนใจของทั้งโลกอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าอิหร่านกำลังผลักดันกฎหมาย "เก็บค่าผ่านทางเรือสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ" และมีบางกรณีที่มีการเรียกเก็บเงินจริงไปแล้ว ซึ่งพิจารณาดูแล้วไม่ใช่ระบบปกติของโลก หากดูเหมือนว่าโลกของเรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการเดินเรือ ที่มีผู้ปกครองน่านน้ำสากลตั้งด่านเก็บเงินอย่างถือสิทธิ์ เพียงแต่ความถามที่ผุดขึ้นมาในสังคม ก็คือ “อิหร่านสามารถเรียกเก็บเงินได้จริงไหม?” หรือเป็นเพียงแค่ “การประกาศชั่วคราวจากสถานการณ์สงคราม?” ในบทความนี้ AC News จะพาแยกข้อเท็จจริง vs ความตื่นตระหนก พร้อมวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์นี้จะกำลังนำพาเศรษฐกิจโลกไปในทิศทางไหนกันแน่

สภาอิหร่านกำลังใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือในการกดดัน

สิ่งที่เกิดขึ้นในอิหร่านตอนนี้ ไม่ใช่การประกาศเก็บค่าผ่านทางแบบทันทีทันใด แต่เป็นกระบวนการทางการเมือง ที่กำลังถูกเร่งให้เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์สงคราม ซึ่งภายในสภาอิหร่าน มีการผลักดันร่างกฎหมายที่มีสาระสำคัญอยู่ 2 ส่วน ได้แก่

1. ให้อำนาจรัฐในการ “ควบคุมการผ่านของเรือ” ใน ช่องแคบ ฮอร์มุซ

2. เปิดช่องให้สามารถ “เรียกเก็บค่าธรรมเนียม” สำหรับการให้เรือผ่านในเงื่อนไขที่กำหนด

ด้วยเจตนาที่จะสร้างเครื่องมือทางกฎหมาย เพื่อเปิดทางให้รัฐเลือกใช้มาตรการได้หลากหลาย ตั้งแต่การตรวจสอบ การจำกัด ไปจนถึงการเรียกเก็บเงิน จากเดิมที่อาจถูกมองว่าเป็นเพียงการใช้กำลัง พูดง่าย ๆ ก็คือ เปลี่ยนจาก “การกดดันเชิงทหาร” ให้ยกระดับให้กลายเป็น “นโยบายของรัฐ” เพียงแต่ต้องเข้าใจให้ชัดว่า นี่ไม่ใช่ระบบปกติของโลกตามกฎหมายทะเลสากล เพราะตามช่องแคบที่ใช้เดินเรือระหว่างประเทศ ไม่สามารถเก็บค่าผ่านทางได้โดยพลการ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ อิหร่านกำลังใช้สถานการณ์สงครามและอำนาจทางทหาร บังคับให้เกิดการจ่ายเงิน ไม่ใช่ระบบที่โลกยอมรับ

อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะยังไม่ถูกบังคับใช้เต็มรูปแบบ ตามข้อมูลกล่าวอ้างว่าจะเรียกเก็บค่าผ่านทางสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลำ แต่ในทางปฏิบัติ มีรายงานว่าเรือบางลำได้ “จ่ายเงินเพื่อให้ผ่าน” ไปแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่ค่าผ่านทางในความหมายปกติ แต่ใกล้เคียงกับค่าความปลอดภัยมากกว่า ที่เจ้าของเรือบางรายจึงเลือก “จ่าย” เพื่อแลกกับการผ่านที่ราบรื่นในสถานการณ์สงครามที่กำลังปะทุขึ้น ถึงแม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ปิด และเงื่อนไขในการผ่านทางก็ไม่ได้ถูกรองรับโดยกฎหมายทะเลโลก: อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ก็ตามที

แล้วต่อไป ประเทศที่ต้องใช้ช่องแคบ ต้อง “จ่ายจริงไหม?”

คำตอบคือ ยังไม่ใช่ทุกประเทศ และยังไม่ใช่ทุกลำ กล่าวคือ สถานการณ์ตอนนี้เป็นในลักษณะ “เลือกปฏิบัติ”

• ประเทศที่เป็นมิตรกับอิหร่าน → มีโอกาสผ่านได้

• ประเทศฝั่งตรงข้าม → เสี่ยงโดนสกัดหรือโจมตี

• บางลำ → เลือก “จ่ายเพื่อความปลอดภัย”

ทำให้ในช่วงปัจจุบันนี้ มีเรือจำนวนมากจอดรอ นอกพื้นที่ช่องแคบดังกล่าว (ปริมาณเรือผ่านลดลงมากกว่า 90% ) เพื่อรอดูสิ่งใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก อย่าง ค่าความเสี่ยง (Risk Premium) ที่ถูกบังคับให้จ่ายจะดำเนินต่อไปยังจุดไหน

ปัจจัยใหม่จากฝั่งสหรัฐ: เมื่อบทบาท “ตำรวจโลก” เริ่มสั่นคลอน

ในจังหวะเดียวกัน ท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กำลังทำให้สถานการณ์ในช่องแคบซับซ้อนขึ้น เพราะทรัมป์ ได้ระบุว่า สงครามอาจจบใน 2–3 สัปดาห์ แต่ก็ส่งสัญญาณว่าสหรัฐอาจไม่ต้องการทำหน้าที่ “ค้ำประกันความปลอดภัยของการเดินเรือ” ในช่องแคบอีกต่อไป ถึงขั้นพูดในเชิงว่า “ประเทศที่ต้องเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซก็ไปจัดการรับผิดชอบกันเอาเอง” ซึ่งนั่นอาจเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประเทศที่ควบคุมพื้นที่จริงอย่างอิหร่าน มีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นทันที ดังนั้น ความเสี่ยงของโลกที่กำลังเข้าสู่ยุคทางผ่านมีราคา อาจสร้างผลกระทบที่รุนแรงกว่าปัจจุบัน ทั้งราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนต่อ, เงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก  และ Supply Chain ที่กำลังสะดุด

ไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้

แม้ไทยจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงาน ในระยะสั้น ราคาน้ำมันในประเทศมีโอกาสขึ้น ค่าขนส่งสูงขึ้น และสินค้านำเข้าบางประเภทแพงขึ้น ส่วนในระยะกลางนั้น ก็อาจส่งผ่านไปยังสถานการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนธุรกิจจะต้องแบกรับมากขึ้น ขณะที่กำลังซื้อผู้บริโภคลดน้อยลง แต่ถ้าหาก Worst Case จริง ๆ ถ้าช่องแคบใช้ไม่ได้ยาว น้ำมันอาจไม่เพียงพอในบางช่วง ค่าไฟ / ค่าแก๊ส ปรับขึ้น และในที่สุดเศรษฐกิจก็จะชะลอตัวตาม Global Slowdown ในที่สุด

ซึ่งมองไปในระยะข้างหน้า สิ่งที่ต้องจับตา ไม่ใช่แค่ว่ากฎหมายนี้จะผ่านหรือไม่ แต่คือ “โลกจะตอบสนองอย่างไร” ในกรอบของ 3 ความเป็นไปได้หลัก

1. โลกกดดันจนโมเดลนี้ใช้ไม่ได้ หากมีการรวมตัวของมหาอำนาจเพื่อคุ้มกันเส้นทาง โมเดลการเก็บเงินค่าผ่านทางอาจถูกจำกัด

2. โมเดล “ค่าความเสี่ยง” กลายเป็นเรื่องปกติ หากไม่มีใครเข้ามาควบคุม การจ่ายเงินเพื่อผ่านอาจกลายเป็นต้นทุนใหม่ของการค้าโลก

3. เกิดแบบอย่างใหม่ในจุดยุทธศาสตร์อื่น หากโมเดลนี้ได้ผล ช่องแคบหรือเส้นทางสำคัญอื่นของโลก อาจเริ่มใช้แนวคิดเดียวกัน

บทสรุปของสิ่งที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซตอนนี้ ไม่ใช่แค่ข่าวเก็บเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มันคือการเปลี่ยนโครงสร้างความคิดของโลก จาก “เส้นทางสาธารณะของโลก” กลายเป็น “ทรัพยากรที่สามารถตั้งราคาได้” โดยในระยะสั้น โลกอาจมองว่าคือวิกฤต แต่ในระยะยาว ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ที่ความมั่นคงทางพลังงาน ไม่ได้ขึ้นกับ Supply เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ “ใครคุมทางผ่าน” และนั่นคือ เกมที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

LastUpdate 01/04/2569 20:01:03 โดย : Admin
01-04-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. มติ กบน. ปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล 4.11 บาท/ลิตร เป็น 17.78 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีก เพิ่มขึ้น 3.50 บาท/ลิตร

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (1 เม.ย.69) บวก 22.85 จุด ดัชนี 1,470.99 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (1 เม.ย.69) บวก 26.26 จุด ดัชนี 1,474.40 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลับมายืนเหนือระดับ 4,700 เหรียญ

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.45-32.75บาท/ดอลลาร์

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (1 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน "ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง" ร้อนจัด ภาคใต้ ฝนฟ้าคะนอง 30%

7. ทองคำนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (31 มี.ค.69) พุ่ง 121.10 ดอลลาร์ หลังวิกฤตตะวันออกกลางส่งสัญญาณคลี่คลาย

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (31 มี.ค.69) พุ่ง 1,125.37 จุด รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (1 เม.ย.69) แข็งค่าขึ้นมาก ที่ระดับ 32.54 บาทต่อดอลลาร์

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (1 เม.ย.69) พุ่งขี้น 1,300 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 73,300 บาท

11. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (1 เม.ย.69) บวก 20.85 จุด ดัชนี 1,468.99 จุด

12. ประกาศ กปน.: 2 เม.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนติวานนท์ตัดถนนสามัคคี

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (31 มี.ค.69) ลบ 1.48 จุด ดัชนี 1,448.14 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (31 มี.ค.69) ลบ 2.36 จุด ดัชนี 1,447.26 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเช้าวันนี้สามารถยืนเหนือระดับ 4,600 เหรียญ ได้อีกครั้ง

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 1, 2026, 9:35 pm