
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 20 - 26 เมษายน 2569 อยู่ที่ 32.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.60 - 32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางปัจจัยต่างประเทศที่ยังคงมีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง
เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า และเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ในภูมิภาค สำหรับปัจจัยระหว่างประเทศ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียด อย่างไรก็ดี ตลาดการเงินเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น หลังมีสัญญาณเกี่ยวกับการเตรียมเปิดการเจรจารอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดเผชิญกับความผันผวนเพิ่มขึ้น ภายหลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) อย่างสมบูรณ์ ก่อนจะกลับลำในเวลาต่อมา เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการปิดล้อมเรือและท่าเรือของอิหร่าน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนยังคงผันผวนและต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือนมีนาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี โดยค่าดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) เพิ่มขึ้นเป็น 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา สาเหตุหลักประมาณ 75% มาจากราคาพลังงานที่ปรับขึ้นสูง ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ สะท้อนว่ากรรมการส่วนใหญ่เห็นพ้องให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% โดยให้เหตุผลว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของความตึงเครียดในตะวันออกกลางต่อภาพรวมเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ทั้งนี้ เฟดยังคงเปิดโอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป หากเงินเฟ้อมีทิศทางชะลอตัวลงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี แนวทางการสื่อสารของเฟดในปัจจุบันยังคงเน้นท่าที “Wait-and-see” หรือการรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นสำคัญ
ข่าวเด่น