เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ธปท. เผยเศรษฐกิจเดือน มี.ค.ทรงตัว Q2 มีแนวโน้มชะลอ ส่งออกฟื้นแต่ใช้จ่ายชะลอ-ท่องเที่ยววูบ รับพิษสงคราม ยันยังไม่ Stagflation


 

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเดือนมีนาคม 2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยในเดือน มี.ค. การส่งออกสินค้าโดยรวม และการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังเพิ่มขึ้น ประกอบกับการใช้จ่ายภาครัฐที่ยังขยายตัว แต่เริ่มเห็นผลกระทบจากสงคราม ตามการส่งออกไปตะวันออกกลาง รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรปที่ลดลงมาก ขณะที่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน จากทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน สะท้อนภาพเศรษฐกิจในช่วงก่อนสงครามในตะวันออกกลางที่ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในระยะต่อไปเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่ออุปสงค์ต่างประเทศทั้งการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยว ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศจากการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค

สำหรับระยะต่อไปที่ต้องติดตาม มี 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเพิ่มเติม คือ การเกิดซุปเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจจะกระทบราคาสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสด สินค้าเกษตร และปริมาณการผลิตของเกษตรกร

 
นางปราณี ระบุว่า แม้ในไตรมาส 1 เศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่มีแนวโน้มชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยสำคัญมาจากผลกระทบในบางภาคส่วน รวมถึงแรงกดดันด้านราคาสินค้า โดยเฉพาะราคาพลังงาน ซึ่งตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นจะเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) มีแนวโน้มชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความยืดเยื้อและความรุนแรงของสงครามอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม

ในประเด็นความกังวลว่าเศรษฐกิจไทยอาจเข้าสู่ภาวะ Stagflation ยังไม่เข้าเงื่อนไขดังกล่าว แม้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงปี 2569 แต่เป็นเพียงระยะสั้น พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวประมาณ 1.5% และปีหน้าประมาณ 2% ทั้งนี้ หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเพิ่มเติม ซึ่งวงเงิน 3 แสนล้านบาท จะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ได้อีกประมาณ 0.5-0.7% ขึ้นอยู่กับรูปแบบของมาตรการ

“ณ จุดนี้ ไทยยังไม่ได้อยู่ในสถานะที่น่ากังวลว่าจะเข้าสู่ภาวะ stagflation ยังไม่เห็นสัญญาณนั้นเพราะต้องมีทั้งเศรษฐกิจชะงักเป็นเวลานาน และเงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง แม้ปีนี้อาจเห็นเงินเฟ้อ 3-4% ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงสิ้นปี แต่เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 2.9% และไม่ได้ต่อเนื่องไปปีหน้า อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังติดตามอย่างใกล้ชิด” นางปราณีกล่าว

หากดูตัวเลขการส่งออกในเดือนมีนาคม 2569 พบว่า การส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบเดือนก่อน มาจากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่องตามการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี อาทิ คอมพิวเตอร์และแผงวงจรพิมพ์ไปยังสหรัฐฯ และมาเลเซีย รวมถึงหมวดอื่นที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยเฉพาะของบางบริษัท อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปตะวันออกกลางยังปรับลดลงมากในทุกหมวดสินค้า

ด้านมูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น 11.5% จากเดือนก่อน จากหมวดสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไม่รวมเชื้อเพลิง ตามการเร่งนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไต้หวัน สอดคล้องกับการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง และหมวดเชื้อเพลิง ตามการนำเข้าน้ำมันดิบ ทั้งการนำเข้าโดยตรงจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เรือขนส่งอยู่ระหว่างเดินทางในช่วงก่อนสงคราม รวมถึงการนำเข้าจากแหล่งอื่น อาทิ มาเลเซียและสหรัฐฯ ขณะที่ปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบสำคัญจากตะวันออกกลางลดลง แม้มีการนำเข้าจากแหล่งอื่นเพิ่มขึ้นทดแทน

ภาคการบริโภคเอกชน ปรับลดลง 0.8% จากเดือนก่อน แม้มีการเร่งซื้อสินค้าโดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา แต่โดยรวมปรับลดลงตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและร้านอาหารเป็นหลัก สอดคล้องกับกิจกรรมในภาคบริการที่ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ส่วนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับลดลงจากความกังวลต่อผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะจากการส่งผ่านราคาพลังงานที่อาจกดดันให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งสูงขึ้น

การลงทุนภาคเอกชนลดลง 3.5% จากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์หลังเร่งไปแล้วในช่วงก่อน แต่ยังไม่เห็นผลกระทบจากสงครามชัดเจน ขณะที่หมวดยานพาหนะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์และการนำเข้าเรือ

ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามการผลิตน้ำตาล และปิโตรเลียมหลังปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นไปในเดือนก่อน โดยผลกระทบจากสงครามยังจำกัด ขณะที่ภาคบริการปรับลดลงจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโร ลดลง 8.7% จากเดือนก่อน อย่างไรก็ดี รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น 7.2% จากผลของการปรับลดเที่ยวบินในช่วงสงคราม และทำให้วันพักในไทยเพิ่มขึ้นชั่วคราว

การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันในปีก่อนจากรายจ่ายการลงทุนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวตามการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านคมนาคมและการเบิกจ่ายงบประมาณเหลื่อมปี สำหรับรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจขยายตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคและการขนส่ง อย่างไรก็ดี รายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางหดตัวเล็กน้อย 2.2%YoY ตามการจัดซื้อสินค้าและบริการที่ลดลง

สำหรับการระดมทุนของภาคธุรกิจโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิเป็นสำคัญ โดยการระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจากบริษัทโฮลดิ้งในกลุ่มเทคโนโลยี พลังงานและเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้การระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้เพิ่มขึ้น จากธุรกิจพลังงาน และการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากธุรกิจภาคบริการเป็นสำคัญ

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. เดือน มี.ค. 69 เงินบาทเฉลี่ยอ่อนค่าตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ สรอ. เนื่องจากตลาดปรับลดคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ตามแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่ในเดือน เม.ย. 69 (ข้อมูลถึง 24 เม.ย. 69) เงินบาทเฉลี่ยทรงตัว หลังเริ่มมีการเจรจาและหยุดยิงเป็นระยะ และตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงจากการคาดการณ์ว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดได้เร็วขึ้น

เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงศูนย์จากที่ติดลบในเดือนก่อนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานเป็นหลัก สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกและใกล้เคียงกับเดือนก่อน สะท้อนการส่งผ่านราคาที่ยังจำกัด แม้ราคาอุปกรณ์ทำความสะอาดและค่าโดยสารเครื่องบินปรับเพิ่มขึ้น

ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงจากการขาดดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าที่เร่งขึ้น และดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่เกินดุลลดลง สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้น

ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน ทั้งจากด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยด้านอุปสงค์ปรับดีขึ้นจากการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่โดยรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี และอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นจากการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นตามการเร่งส่งมอบรถยนต์หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 รวมถึงการเร่งซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นราคาในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายภาครัฐ

สำหรับด้านอุปทาน การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นตามการผลิตปิโตรเลียมหลังปิดปรับปรุงโรงกลั่นครั้งใหญ่ไปในไตรมาสก่อน ประกอบกับมีการขยายกำลังการผลิตของบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ส่วนภาคบริการปรับเพิ่มขึ้นจากภาคการค้าเป็นหลัก สอดคล้องกับการผลิตและการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามในช่วงปลายไตรมาส สะท้อนจากการส่งออกไปยังตะวันออกกลางปรับลดลงมาก รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป

เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน จากหมวดพลังงานที่ลดลงตามค่ากระแสไฟฟ้าที่มีผลของฐานสูงในปีก่อน ขณะที่หมวดอาหารสดติดลบน้อยลงตามราคาข้าว สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเริ่มได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส แต่การส่งผ่านต้นทุนไปราคาสินค้าและบริการในหมวดเงินเฟ้อพื้นฐานยังจำกัด ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนเป็นสำคัญ สำหรับตลาดแรงงานปรับแย่ลงจากไตรมาสก่อน

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 30 เม.ย. 2569 เวลา : 18:22:30
05-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง / ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 40% ภาคใต้ 30-40%

2. ทองเปิดตลาดวันนี้ (4 พ.ค.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 71,850 บาท

3. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (30 เม.ย.69) บวก 1.95 จุด ดัชนี 1,493.69 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยเมื่อวานทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,510 เหรียญ ก่อนดีดตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 4,540 เหรียญ

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (30 เม.ย.69) ลบ 5.99 จุด ดัชนี 1,485.75 จุด

6. พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 เม.ย.69) ประเทศไทยตอนบนยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ภาคเหนือ ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคอีสาน-กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 40% ภาคใต้ 10-20%

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (29 เม.ย.69) ร่วง 46.90 ดอลลาร์ กังวลสงครามอิหร่านยืดเยื้อดันราคาน้ำมันพุ่ง

8. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (29 เม.ย.69) ร่วง 280.12 จุด เฟดคงดอกเบี้ย-กังวลราคาน้ำมันพุ่งหนุนเงินเฟ้อสูง

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (30 เม.ย.69) ปรับขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 71,800 บาท

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.90 บาท/ดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยเปิด (30 เม.ย. 69) ลบ 2.42 จุด ดัชนี 1,489.32 จุด

12. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (30 เม.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.76 บาทต่อดอลลาร์

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 เม.ย.69) บวก 11.54 จุด ดัชนี 1,491.74 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (29 เม.ย.69) บวก 7.72 จุด ดัชนี 1,487.92 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงกว่า 100 เหรียญ ในวันก่อนหน้า ลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,556 เหรียญ ก่อนดีดตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 4,585 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 5, 2026, 5:23 am