แบงก์-นอนแบงก์
Weekly Brief : เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันจากพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ไทยกำลังเข้าสู่ภาวะเติบโตต่ำ - ต้นทุนสูง และเร่งใช้การคลังเพื่อประคองเศรษฐกิจ


• ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะตะวันออกกลางและเส้นทางขนส่งพลังงานโลก กำลังกลับมาเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก
 
• IMF เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงเผชิญภาวะ “โตต่ำ-เงินเฟ้อสูง” หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ
 
• เงินเฟ้อเริ่มกลับมาในลักษณะ “Cost-Push Inflation” ทำให้ไทยเริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากต้นทุนพลังงาน หนี้ครัวเรือน และกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ ขณะที่การเติบโตปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลง
 
• แนวคิดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทสะท้อนการเปลี่ยนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไปสู่การรักษาเสถียรภาพและลดความเปราะบางของประเทศ
 
• ภาคธนาคารเริ่มกังวลความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี
 
• ไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการประคองเศรษฐกิจระยะสั้น พร้อมกับการเร่งลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจและพลังงานในระยะยาว

1. เศรษฐกิจโลก: ช่องแคบฮอร์มุซกำลังกลายเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่โลกหลีกเลี่ยงได้ยาก
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มส่งผลต่อมุมมองเศรษฐกิจโลกมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สำคัญที่สุดของโลก ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น แม้ยังไม่ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งโดยตรง แต่เริ่มกระทบต่อการประเมินความเสี่ยงของตลาด ทั้งในด้านราคาพลังงาน ต้นทุนค่าระวางเรือ ต้นทุนประกันภัย และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานโลก

ขณะเดียวกัน ตลาดยังให้ความสำคัญกับความเปราะบางของเส้นทางขนส่งในเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญของระบบการค้าและพลังงานโลก เนื่องจากมีเรือผ่านมากกว่า 100,000 ลำต่อปี และเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันประมาณ 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของการค้าน้ำมันทางทะเลโลก

ในช่วงที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงของเส้นทางขนส่งและความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น แนวคิดโครงการ Land Bridge ของไทยเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะหนึ่งในทางเลือกด้านโลจิสติกส์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ในอดีต ในอดีต แนวคิด Land Bridge มักถูกอธิบายในมิติของการลดระยะเวลาและต้นทุนขนส่งเป็นหลัก แต่ในบริบทปัจจุบัน ประเด็นดังกล่าวเริ่มเชื่อมโยงกับเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน ความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการดึงดูดปริมาณการขนส่งจากเส้นทางเดิม การเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค ตลอดจนความชัดเจนด้านนโยบาย การลงทุน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่

ทั้งนี้ แม้ความพยายามเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะช่วยลดแรงกดดันของตลาดบางส่วน แต่ภาพรวมยังสะท้อนว่า ความไม่แน่นอนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์จะยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป โดยเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันพร้อมกันทั้งด้านอุปทานและอุปสงค์ กล่าวคือ ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นกำลังกดดันต้นทุนเศรษฐกิจ ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภคเริ่มอ่อนลง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำแต่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงอาจเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า

2. เงินเฟ้อกำลังกลับมาในรูปแบบ “Cost-Push Inflation”
แรงกดดันเงินเฟ้อในระยะนี้เริ่มมีลักษณะแตกต่างจากช่วงที่ผ่านมาอย่างชัดเจน โดยปัจจัยหลักไม่ได้มาจากอุปสงค์ที่ร้อนแรง แต่เกิดจากต้นทุนพลังงาน อาหาร และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความเปราะบางของเส้นทางขนส่งพลังงานโลก สำหรับประเทศในเอเชียซึ่งยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและ LNG ในระดับสูง ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจึงสามารถส่งผ่านเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็ว ทั้งผ่านค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

ประเด็นสำคัญคือ เงินเฟ้อในลักษณะนี้มีลักษณะเป็น Cost-Push Inflation ซึ่งทำให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจหลายประเทศเริ่มชะลอลงในช่วงที่แรงกดดันด้านราคายังไม่ลดลงเต็มที่ ส่งผลให้ธนาคารกลางมีข้อจำกัดมากขึ้นในการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ภาคขนส่ง และอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เริ่มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในช่วงที่กำลังซื้อยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่

สำหรับประเทศไทย ความเสี่ยงดังกล่าวมีนัยสำคัญมากกว่าหลายประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง และภาคครัวเรือนยังมีข้อจำกัดจากภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ทำให้ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นสามารถส่งผ่านไปยังกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ค่อนข้างรวดเร็ว ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ไทยไม่ได้เผชิญเพียงความผันผวนของราคาพลังงานในระยะสั้น แต่กำลังเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างด้านต้นทุน ซึ่งอาจจำกัดทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและพื้นที่ในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไป

3. เศรษฐกิจไทย: เติบโตต่ำท่ามกลางแรงกดดันภายนอกและปัญหาที่สะสมมานาน
เศรษฐกิจไทยเริ่มเผชิญแรงกดดันพร้อมกันจากทั้งปัจจัยภายนอกและข้อจำกัดภายในประเทศ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อที่ฟื้นตัวได้จำกัด มีการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 อาจเติบโตเพียงประมาณ 1.5% สะท้อนว่าแรงส่งของเศรษฐกิจเริ่มอ่อนลงมากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้า ขณะที่แรงกดดันด้านค่าครองชีพเริ่มส่งผ่านเข้าสู่เศรษฐกิจจริงชัดขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าเดินทาง และต้นทุนด้านการศึกษาที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน

ภาคธุรกิจเริ่มเผชิญแรงกดดันจากทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์ที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะธุรกิจที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานและกำลังซื้อในประเทศ ขณะเดียวกัน ภาคธนาคารเริ่มประเมินว่าความเสี่ยงด้านคุณภาพสินเชื่อและการเติบโตของสินเชื่อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่มที่เริ่มอ่อนแอลง ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันไม่ได้เผชิญเพียงความผันผวนระยะสั้น แต่กำลังเผชิญข้อจำกัดที่สะสมมานาน ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง ผลิตภาพเศรษฐกิจที่เติบโตช้า และความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตที่ลดลงเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค

แม้ภาคท่องเที่ยวยังเป็นแรงพยุงสำคัญของเศรษฐกิจ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับเพิ่มขึ้นจากแรงหนุนของวันหยุดยาวและ Golden Week แต่แรงส่งดังกล่าวอาจถูกจำกัด หากราคาพลังงานและต้นทุนการเดินทางยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เพราะจะกระทบทั้งต้นทุนสายการบิน ค่าเดินทาง และกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีแรงหนุนจากภาคการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และ Data Center หลัง BOI อนุมัติโครงการลงทุนใหม่จำนวนมาก สะท้อนว่าไทยยังมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนระยะยาว แม้เศรษฐกิจระยะสั้นยังเผชิญความเปราะบางเพิ่มขึ้นก็ตาม

4. เศรษฐกิจไทย: นโยบายเศรษฐกิจกำลังอยู่ระหว่างการประคองระยะสั้นและการปรับโครงสร้างระยะยาว
ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอลงและแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลเริ่มให้น้ำหนักกับนโยบายการคลังมากขึ้น โดยเฉพาะแนวคิดการกู้เงินเพิ่มเติมวงเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท เพื่อดูแลเศรษฐกิจและลดผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในระยะนี้อาจไม่ได้อยู่ที่ขนาดของวงเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือทิศทางของการใช้จ่ายว่าจะสามารถช่วยลดความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้มากเพียงใด ทั้งนี้ รายละเอียดเบื้องต้นของกรอบเงินกู้สะท้อนว่า รัฐบาลพยายามแบ่งบทบาทของเม็ดเงินออกเป็นทั้งการเยียวยาเศรษฐกิจระยะสั้น และการลงทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะการลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
 
มุมมองจากภาคตลาดทุนและภาคการเงินเริ่มสะท้อนในทิศทางเดียวกันว่า หากภาครัฐจะใช้งบประมาณขนาดใหญ่ ควรให้น้ำหนักกับการลงทุนที่ช่วยยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและลดต้นทุนระยะยาวของประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซสะท้อนชัดว่า ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูงจะเผชิญความเปราะบางมากขึ้นเมื่อเกิดความขัดแย้งด้านพลังงานหรือความผันผวนของราคาน้ำมันโลก
 
ในอีกด้านหนึ่ง ภาครัฐยังคงเดินหน้ามาตรการประคองเศรษฐกิจระยะสั้น ทั้งผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัส มาตรการช่วยเหลือ SMEs การค้ำประกันสินเชื่อ และการฟื้นฟูลูกหนี้ เพื่อพยุงกำลังซื้อและเสริมสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจในช่วงที่ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ภาคท่องเที่ยวยังเป็นแรงพยุงสำคัญของเศรษฐกิจจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ยังมีลักษณะเป็นการประคองเศรษฐกิจในระยะสั้นมากกว่าการแก้ปัญหาพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย ซึ่งยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูง ผลิตภาพเศรษฐกิจที่เติบโตช้า และต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายด้าน

5. Data Center และ AI: แรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจไทย
แม้เศรษฐกิจไทยโดยรวมยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและการเติบโตที่ชะลอลง แต่เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการลงทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะ AI, Cloud และ Data Center การลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง TikTok รวมถึงการขยายธุรกิจของบริษัทพลังงานไทยอย่าง BGRIM ไปสู่ธุรกิจ Data Center สะท้อนว่าไทยกำลังถูกมองเป็นฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญของภูมิภาค
แนวโน้มดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เนื่องจากเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่การแข่งขันไม่ได้อยู่เพียงภาคการผลิตแบบดั้งเดิม แต่รวมถึงความสามารถในการรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล การประมวลผลข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI มากขึ้น การลงทุนในกลุ่มนี้จึงอาจกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจไทย ในช่วงที่แรงส่งจากภาคเศรษฐกิจดั้งเดิมเริ่มชะลอลง
อย่างไรก็ตาม การลงทุนลักษณะนี้ยังเป็นการลงทุนที่ใช้เงินทุนและเทคโนโลยีเข้มข้น ทำให้ผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในวงกว้างอาจยังเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความท้าทายสำคัญของไทยจึงไม่ได้อยู่เพียงการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน แต่รวมถึงการเชื่อมการลงทุนเหล่านี้เข้ากับแรงงาน ทักษะ เทคโนโลยี และผู้ประกอบการภายในประเทศ เพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มและการยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจในระยะยาว

6. Market Implication: ตลาดกำลังเข้าสู่โลกที่ต้นทุนและความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด
ภาพรวมตลาดการเงินในระยะนี้สะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักกับการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น หลังความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ พลังงาน และเงินเฟ้อกลับมาเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน ตลาดเริ่มปรับมุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอาจไม่ได้ลดลงเร็วเหมือนที่เคยคาดไว้ก่อนหน้า เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อจากต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง และธนาคารกลางหลายแห่งยังมีข้อจำกัดในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน

ในเชิงโครงสร้าง เม็ดเงินลงทุนยังมีแนวโน้มไหลเข้าสู่กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และ Digital Infrastructure มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ธุรกิจที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อ เช่น กลุ่มสายการบิน ขนส่ง และธุรกิจบริโภคบางส่วน อาจยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวได้จำกัด

สำหรับประเทศไทย ภาพเศรษฐกิจยังสะท้อนลักษณะของเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำมากกว่าภาวะวิกฤติ กล่าวคือ ระบบเศรษฐกิจและภาคการเงินยังมีเสถียรภาพ แต่ศักยภาพการเติบโตระยะยาวยังอยู่ในระดับจำกัด ภายใต้บริบทดังกล่าว นโยบายเศรษฐกิจจึงอาจต้องให้ความสำคัญมากกว่าการกระตุ้นระยะสั้น โดยเฉพาะการลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างความทนทานของระบบเศรษฐกิจต่อความผันผวนของโลกในระยะต่อไป ขณะที่ค่าเงินบาทและตลาดการเงินไทยยังมีแนวโน้มผันผวนตามทิศทางราคาพลังงานและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย

สิ่งที่ต้องติดตาม
• ความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
• ความเสี่ยงการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซ และผลต่อราคาน้ำมันโลก 
• ทิศทางเงินเฟ้อโลก หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง รวมทั้งท่าทีของธนาคารกลางต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
• แนวโน้มเศรษฐกิจไทย หลังแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานเริ่มส่งผ่านสู่ภาคธุรกิจและครัวเรือน 
• การใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ต่อการประคองเศรษฐกิจและการลงทุนระยะยาวของประเทศ
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 พ.ค. 2569 เวลา : 16:54:19
08-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (8 พ.ค.69) ลบ 7.17 จุดดัชนี 1,500.36 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (8 พ.ค.69) ลบ 1.01 จุด ดัชนี 1,506.52 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมายืนเหนือระดับ 4,700 เหรียญ อีกครั้ง

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.45 บาท/ดอลลาร์

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (8 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง / กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝน 60% ภาคกลาง 40%

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (7 พ.ค.69) บวก 16.60 ดอลลาร์ นักลงทุนยังคาดหวังดีลสันติภาพอิหร่าน

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (7 พ.ค.69) ลบ 313.62 จุด กังวลความไม่แน่นอนเจรจาสันติภาพสหรัฐและอิหร่าน

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (8 พ.ค.69) ปรับขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 73,000 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (8 พ.ค.69) เวลา 9.56 น. ดัชนีอยู่ที่ 1,502.93 จุด ลบ 4.60 จุด มูลค่าการซื้อขาย 2,852.92 ล้านบาท

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (8 พ.ค.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 พ.ค.69) ลบ 9.38 จุด ดัชนี 1,507.53 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (7 พ.ค.69) บวก 6.61 จุด ดัชนี 1,523.52 จุด

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (6 พ.ค.69) พุ่ง 125.80 ดอลลาร์ นักลงทุนมีความหวังอิหร่าน-สหรัฐฯ บรรลุดีลสันติภาพ

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (6 พ.ค.69) พุ่ง 612.34 จุด รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้จบ

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (7 พ.ค.69) บวก 8.67 จุด ดัชนี 1,525.58 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 8, 2026, 7:37 pm