เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
บมจ.ไทยออยล์รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ "ตลาดน้ำมันดิบผันผวน ท่ามกลางการเจรจาข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน"


 
รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (8 – 15 พ.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้สหรัฐฯ และอิหร่านมีสัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและลดการเผชิญหน้าทางทหารในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญด้านโครงการนิวเคลียร์และการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมยังไม่ได้ข้อสรุป ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและคูเวตกลับมาอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและน่านฟ้าอีกครั้ง เปิดทางให้สหรัฐฯ เตรียมกลับมาใช้ปฏิบัติการ Project Freedom เพื่อคุ้มกันเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ปะทะระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลต่อความมั่นคงด้านอุปทานน้ำมันโลก นอกจากนี้ ตลาดจับตาการเยือนจีนของโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหารือทั้งประเด็นตะวันออกกลาง การค้า และเทคโนโลยีกับสี จิ้นผิง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและพลังงานโลกในระยะถัดไป ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงตึงเครียด หลังยูเครนเดินหน้าโจมตีโครงสร้างโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในรัสเซีย เพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพอุปทานน้ำมันในตลาดโลก 
 
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้

• สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอน หลังมีสัญญาณบวกว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ระหว่างการเจรจาและมีแนวโน้มใกล้บรรลุข้อตกลงชั่วคราวระยะสั้น โดยข้อตกลงดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบบันทึกความเข้าใจชั่วคราว (MOU) มากกว่าเป็นสนธิสัญญาสันติภาพถาวรเพื่อหยุดการเผชิญหน้าทางทหารชั่วคราวและเปิดทางสู่การเจรจาในระดับลึกต่อไป โดยเป้าหมายของข้อตกลงจะมุ่งเน้นไปที่การเปิดเส้นทางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวไม่ครอบคลุมประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรื่องเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้

• นอกจากนี้ สถานการณ์ปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังคงสร้างความกังวลให้กับตลาด แม้อยู่ระหว่างข้อตกลงหยุดยิง โดยอิหร่านระบุว่าได้โจมตีเรือของกองทัพสหรัฐฯ 2 ลำ ที่กำลังแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนสหรัฐฯ แถลงว่าอิหร่านใช้ขีปนาวุธ โดรน และเรือเร็วโจมตีไปยังเรือพิฆาตสหรัฐฯ 3 ลำ โดยสหรัฐฯ ได้โจมตีตอบโต้ไปยังฐานยิงขีปนาวุธและโดรน รวมถึงท่า Bahman ในเกาะ Qeshm ของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลอยู่และเรียกการโจมตีตอบโต้ของสหรัฐฯ ว่าเป็นเพียงการตักเตือนเล็กน้อยพร้อมเร่งรัดให้อิหร่านรีบบรรลุข้อตกลงสันติภาพโดยเร็ว ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศได้สกัดกั้นขีปนาวุธและภัยคุกคามจากโดรนที่ถูกยิงมาจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลอย่างหนักต่อความมั่นคงในภูมิภาค 

• ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียและคูเวตได้ยกเลิกข้อจำกัดต่อการใช้ฐานทัพและน่านฟ้าของกองทัพสหรัฐฯ  ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากที่ทั้งสองประเทศเคยสั่งระงับการเข้าถึงชั่วคราวจนส่งผลให้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต้องหยุดชะงักลง โดยการตัดสินใจครั้งนี้จะเปิดทางให้สหรัฐฯ เตรียมกลับมาใช้ปฏิบัติการ Project Freedom ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่จะส่งเรือรบและเครื่องบินรบเข้าคุ้มกันและนำทางเรือพาณิชย์เพื่อบังคับเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกอิหร่านล้อมไว้ 

• ตลาดจับตาการการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อเข้าพบสี จิ้งผิงประธานาธิบดีจีน ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค. ซึ่งนับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 10 ปี    โดยการหารือครั้งนี้ สหรัฐฯ ต้องการเรียกร้องให้จีนเร่งความพยายามทางการทูตในการโน้มน้าวอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร และมีรายงานว่าผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ได้แก่ Boeing และ Citigroup จะร่วมเดินทางในคณะดังกล่าว เพื่อผลักดันการเจรจาข้อตกลงทางธุรกิจขนาดใหญ่ระหว่างสองประเทศเพิ่มเติม

• สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงตึงเครียด หลังล่าสุดกองกำลังยูเครนได้เปิดปฏิบัติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ Lukoil-Permnefteorgsintez ในเมืองเพิร์ม ประเทศรัสเซียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันออกราว 1,500 กิโลเมตร โดยโรงกลั่นดังกล่าวมีกำลังการผลิต 260,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้รุนแรงบริเวณหน่วยกลั่นน้ำมันดิบ

• ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ คือ ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ รายงานยอดขายบ้านมือสอง ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดดุลงบประมาณรัฐบาลกลาง และยอดค้าปลีก เดือน เม.ย. 69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของยุโรป ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือน มี.ค.69 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ดัชนีคาดการณ์ตัวเลขเปลี่ยนแปลงการจ้างงาน ไตรมาสที่ 1/69 ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีวัดปริมาณการระดมทุนรวมของภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง (TSF) เดือน เม.ย. 69

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-7 พ.ค. 69)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.43 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 100.10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 4.61 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 106.76 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอใหม่เพื่อยุติสงคราม โดยสหรัฐฯ เสนอให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแลกกับการยกเลิกการปิดกั้นท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐฯ ในขณะที่การเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะถูกดำเนินการ    ในขั้นตอนถัดไป ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยผ่าน Truth Social Media ว่าหากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านด้วยการโจมตีที่รุนแรงกว่าที่เคยมีมา ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถที่จะเดินเรือได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ ภายใต้ระเบียบใหม่ซึ่ง IRGC กำหนด อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงหนุนหลังตัวเลขการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในเดือน เม.ย. 69 ปรับลด 0.42 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 20.55 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2533 โดยการผลิตน้ำมันดิบของอิรักปรับลด 0.18 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 3.05ล้านบาร์เรลต่อวัน เช่นเดียวกับการผลิตน้ำมันของคูเวตซึ่งปรับลด 0.47 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 0.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยสองประเทศดังกล่าวถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงที่ผ่านมา

ภายใต้ความผันผวนของราคาพลังงานโลกจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และวางแผนจัดหาน้ำมันดิบอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศอย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 11 พ.ค. 2569 เวลา : 12:46:13
12-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (11 พ.ค.69) ลบ 11.07 จุด ดัชนี 1,489.29 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบบริเวณ 4,690 - 4,720 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (11 พ.ค.69) ลบ 6.61 จุด ดัชนี 1,493.75 จุด

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.25-32.50 บาท/ดอลลาร์

5. ทองเปิดตลาดวันนี้ (11 พ.ค.69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 72,700 บาท

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (11 พ.ค.69) บวก 5.95 จุด ดัชนี 1,506.31 จุด

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (11 พ.ค.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (11 พ.ค.69) อากาศร้อนและมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในภาคเหนือ-ภาคใต้ 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 40% ภาคอีสาน 20%

9. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (8 พ.ค.69) ลบ 7.17 จุดดัชนี 1,500.36 จุด

10. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (8 พ.ค.69) ลบ 1.01 จุด ดัชนี 1,506.52 จุด

11. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมายืนเหนือระดับ 4,700 เหรียญ อีกครั้ง

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.45 บาท/ดอลลาร์

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (8 พ.ค.69) ทั่วไทยฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง / กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝน 60% ภาคกลาง 40%

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (7 พ.ค.69) บวก 16.60 ดอลลาร์ นักลงทุนยังคาดหวังดีลสันติภาพอิหร่าน

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (7 พ.ค.69) ลบ 313.62 จุด กังวลความไม่แน่นอนเจรจาสันติภาพสหรัฐและอิหร่าน

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 12, 2026, 4:59 am