
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2569 ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 32.24 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วง 31.90–32.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางปัจจัยต่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง หลังมีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อตกลงกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมาเพิ่มขึ้นในตลาดโลก โดยปัจจัยสำคัญที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิดคือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีแนวโน้มตึงเครียดและยืดเยื้อ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอใหม่จากอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แม้ก่อนหน้านั้นในช่วงกลางสัปดาห์จะมีสัญญาณเชิงบวกจากความคืบหน้าในการเจรจาที่ใกล้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นก็ตาม
ขณะเดียวกัน ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% กับประเทศคู่ค้าทั่วโลก ภายใต้กฎหมาย Trade Act ปี 1974 โดยชี้ว่าการใช้มาตรา 122 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย อย่างไรก็ดี คำตัดสินดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวงจำกัด เฉพาะต่อบริษัทโจทก์และรัฐวอชิงตันเท่านั้น จึงยังไม่ส่งผลในวงกว้างต่อทิศทางการค้าระหว่างประเทศในระยะสั้น
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานจากภาคเอกชนตามรายงาน ADP เพิ่มขึ้น 109,000 ตำแหน่ง อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.3% และค่าจ้างเฉลี่ยรายปียังคงขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.6% สะท้อนภาพรวมตลาดแรงงานที่ยังมีความแข็งแกร่ง
ข่าวเด่น