
"เกาะเกร็ด" ดินแดนเล็ก ๆ แต่เปี่ยมล้นเสน่ห์ ล้อมรอบด้วยวิถีชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาสัมผัส โดย "สมุนไพรบ้านย่าสา" คือ หนึ่งในกิจการที่อยู่คู่เกาะเกร็ดมายาวนาน ปัจจุบัน ทายาทรุ่นที่ 4 "แคทรียา ไฉยากุล" (แคท) เข้ามาสืบทอด พร้อมต่อยอดด้วยความรู้สมัยใหม่ โดยเฉพาะสร้าง “มาตรฐานการผลิต” ช่วยให้สามารถยืนหยัดในตลาด และการมี SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย คอยเคียงข้าง สนับสนุนผ่านบริการสินเชื่อและการพัฒนา ช่วยให้แม้จะเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ก็สามารถมีพลังที่ยิ่งใหญ่ได้
คุณแคท เล่าถึงความเป็นมาของ “สมุนไพรบ้านย่าสา” มีประวัติยาวนานมากกว่า 40 ปี เริ่มตั้งแต่รุ่นคุณทวด ที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน มีความรู้ด้านสมุนไพรและตำรับยาโบราณ ถ่ายทอดภูมิปัญญามาถึงรุ่นคุณยาย (สาคร ไฉยากุล) จนมาถึงรุ่นคุณแม่ (นภัค ไฉยากุล) เริ่มผลิตออกขายเป็นสินค้าโอทอปประจำชุมชนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ขณะที่ส่วนตัว เริ่มเข้ามาช่วยกิจการครอบครัว เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ก่อนจะรับไม้ต่อดูแลอย่างจริงจังเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว
จุดเด่นของ "สมุนไพรบ้านย่าสา" มาจากสูตรที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ มีกลิ่นหอมละมุนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทุกขั้นตอนล้วนมาจากรากฐานของ “ชุมชนเกาะเกร็ด” ไม่ว่าจะวัตถุดิบสมุนไพรหลากหลายชนิดที่เพาะปลูกขึ้นเองในพื้นที่ วัตถุดิบสดใหม่ ปลอดสารเคมี รวมถึง ใช้แรงงานในพื้นที่ ส่งเสริมเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ
เมื่อเข้ามาสานต่อธุรกิจอย่างจริงจัง สิ่งแรกให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสินค้า ที่สามารถใช้งานได้สะดวก ควบคู่กับรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมเอาไว้แปรรูปเป็นสินค้านานาชนิด เช่น ยาดมสมุนไพร ยาหม่องสมุนไพร และน้ำมันนวด เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เส้นทางธุรกิจ "สมุนไพรบ้านย่าสา" เกือบจะต้องถึงทางตัน เพราะเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 จำนวนนักท่องเที่ยวมาเกาะเกร็ดน้อยลงอย่างน่าใจหาย กระทบรายได้ตกอย่างรุนแรง จนเกิดคำถามสำคัญขึ้นในใจว่าธุรกิจของครอบครัวจะเดินต่อไปได้อย่างไรในวันที่สถานการณ์ภายนอกเป็นเช่นนี้!!!
ท่ามกลางช่วงเวลาที่ดูเหมือนจะตีบตัน ความนิยมสมุนไพรไทยกลับได้รับความนิยมดีขึ้น จากกระแสเด็กรุ่นใหม่หันมาใช้ตามบุคคลผู้มีชื่อเสียงในหลายวงการ ซึ่งสินค้าจาก "สมุนไพรบ้านย่าสา" มักถูกแนะนำต่อบอกปากต่อปากส่งผลให้ฐานลูกค้าขยายตัวกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงช่วยให้กิจการกลับมามีรายได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยเติมกำลังใจให้คนทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่เคยเกือบหมดแรงที่จะประคองกิจการครอบครัว สามารถกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง และมีแรงที่จะยกระดับพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการ “สร้างมาตรฐาน”
คุณแคท ระบุว่า จากเดิมที่เป็นสินค้า OTOP ผลิตลักษณะครัวเรือน เมื่อกิจการมีความเข้มแข็งขึ้น เดินหน้าสร้างรากฐานเพื่ออนาคตที่แข็งแรงทันที ด้วยการนำพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านมาปรับปรุงเป็นสถานที่ผลิต แม้เนื้อที่จะมีจำกัด แต่สามารถใช้สอยอย่างคุ้มค่า และที่สำคัญ ถูกต้องตามหลักมาตรฐานโรงงานผลิตขนาดเล็กในชุมชน
ด้วยความมุ่งมั่นหาความรู้ และเข้ารับคำแนะนำจากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เช่น กรมการพัฒนาชุมชน อุตสาหกรรมจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด จนสามารถพัฒนาสถานที่ผลิตผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สินค้าทุกชิ้นของสมุนไพรบ้านย่าสา เป็นไปตามมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า และยังส่งเสริมด้านการตลาด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว สามารถซื้อไปเป็นของฝากของขวัญได้อย่างมั่นใจ
อีกแรงสนับสนุนที่เข้ามาช่วยให้ธุรกิจขยับตัวได้คล่องแคล่ว คือ เข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสม คุณแคท ระบุว่า ก่อนหน้านี้ต้องเผชิญปัญหาคล้ายผู้ประกอบการรายย่อยอีกจำนวนมาก ที่ขาดความพร้อมทำให้ยากจะเข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงิน จนต้องหันไปพึ่งเงินกู้ส่วนบุคคล อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง เพื่อนำมาใช้ในธุรกิจ
กระทั่ง มีโอกาสได้พบธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ที่ให้คำปรึกษาและช่วยเตรียมพร้อม จนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนสำเร็จ ในโครงการ “สินเชื่อปลุกพลังSME” ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการรายเล็กโดยเฉพาะ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% คงที่ 3 ปีแรก ช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุนทางการเงินลงไปได้ อีกทั้ง ยังมีเงินทุนเพียงพอ นำไปจัดซื้อบรรจุภัณฑ์ปริมาณมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนค่าบรรจุภัณฑ์ต่อหน่วยได้
"เดิมเราจะซื้อบรรจุภัณฑ์ครั้งละประมาณร้อยกระปุก ซึ่งราคาค่อนข้างสูง แต่พอเราได้ทุนจาก SME D Bank ก็ซื้อบรรจุภัณฑ์จำนวน 5 พันกระปุกเลย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากเลย ช่วยให้มีกำไรมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนสินค้าลดลง" คุณแคท เล่าอย่างเห็นภาพ
แม้วันนี้ สมุนไพรบ้านย่าสา จะยังเป็นกิจการขนาดเล็ก แต่คุณแคท ระบุว่า จากแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เริ่มมองเห็นอนาคตธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น และพร้อมจะพัฒนาไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเรื่องทำระบบบัญชี ยกระดับเป็นนิติบุคคล เพื่อวางรากฐานเติบโตต่อไปได้ในระยะยาว
คุณแคท ทิ้งท้ายเปรียบธุรกิจของตัวเองอย่างน่ารักว่า “ถึงตอนนี้ สมุนไพรบ้านย่าสา จะยังเป็นธุรกิจเล็กมากๆ ในชุมชน แต่เริ่มมีความมั่นคงขึ้น เราก็อยากจะพัฒนาทำให้แข็งแรงขึ้นไปอีก ถึงจะจิ๋ว แต่ก็เป็นมดจิ๋วที่มีขาแข็งแรงขึ้น” ประโยคสั้น ๆ ดังกล่าว สะท้อนหัวใจอันยิ่งใหญ่ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจะพัฒนาและรักษากิจการของครอบครัวที่อยู่มากว่า 40 ปีให้เข้มแข็งขึ้นไปอีก และพร้อมอยู่คู่ชุมชนเกาะเกร็ดตลอดไป
ข่าวเด่น