หุ้นทอง
TISCO วิเคราะห์แนวโน้มตลาดวันนี้ ไซด์เวย์ - แม้มีพัฒนาการในเชิงบวกต่อการยุติสงครามมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างแท้จริง (สักที)


ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ขึ้นเป็น 1.8% รับอานิสงส์ไตรมาสแรกโตดีกว่าคาดและมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ทว่าหั่นเป้าปีหน้าเหลือ 1.7% ชำแหละไส้ในเศรษฐกิจสุดเปราะบาง โตแบบ K-Shaped เตือนอย่าเพิ่งชะล่าใจ พายุของจริงจาก "วิกฤตตะวันออกกลาง-ราคาพลังงาน" กำลังจะโถมเข้าใส่ ชี้ลดดอกเบี้ยเป็น "กระสุนด้าน" คาด กนง. ตรึงดอกเบี้ย 1.00% ตลอดปี มองเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าแตะ 34.00 บาท/ดอลลาร์
 
 
นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr. Methas Rattanasorn, Head of Economics, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU) เปิดเผยว่า TISCO ESU ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ขึ้นเป็น 1.8% จากเดิมที่คาดไว้ 1.2% หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกออกมาดีกว่าคาด และภาครัฐมีการออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" อย่างไรก็ตาม สำหรับมุมมองเศรษฐกิจไทยในปีหน้า (2027F) ประเมินว่าจะเติบโตชะลอลงเหลือ 1.7% จากเดิมคาด 2.4% เนื่องจากผลของฐานที่สูงขึ้นและการหมดมาตรการกระตุ้นแบบชั่วคราวของภาครัฐ

ชำแหละไส้ในเปราะบาง โตแบบ K-Shaped Recovery
นายเมธัส กล่าวว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกจะดูดี แต่เมื่อเจาะลึกลงไปกลับพบสัญญาณความเปราะบางและการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียม (K-shaped recovery) อย่างชัดเจน
 
ในด้าน "การส่งออก" แม้ภาพรวมจะขยายตัวดีโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับ AI และ Data Center แต่พบว่าดุลการค้าในไตรมาส 1/69 กลับมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส สะท้อนว่าสินค้าหลายรายการเข้าข่ายเป็นสินค้าทางผ่าน (Transshipment) หรือแค่รับจ้างประกอบ โดย TISCO ESU พบว่าสินค้าหมวด “ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์” (HS Code 854159) และ "หน่วยประมวลผลข้อมูลแบบดิจิทัล" (HS Code 847150) มีความเกี่ยวโยง (Correlation) ระหว่างการนำเข้าและส่งออกในรอบ 10 ปีสูงถึง 0.85 และ 0.92 ตามลำดับ อีกทั้งยังมีคะแนนความน่าสงสัย และ Re-routing Index สูงสุด 2 ลำดับแรกจากทั้งหมด 104 รายการที่เป็นสินค้าในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวกับ AI ซึ่งที่ผ่านมาสินค้ากลุ่มเหล่านี้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของภาคการส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าการส่งออกที่โตดี แทบไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจหรือกระจายรายได้สู่ภาคส่วนอื่นในประเทศเลย
 
ด้าน "การลงทุนรวม" ที่ดูเหมือนจะเป็นพระเอกด้วยการเติบโต 9.9% YoY (การลงทุนภาคเอกชนโต 10.1% สูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง) จากเงินลงทุนต่างชาติและการตื่นตัวเรื่อง AI แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ มีจำนวนโรงงานที่ "ปิดกิจการ" มากกว่า "เปิดใหม่" เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส โดยเฉพาะโรงงานขนาดเล็ก สวนทางกับโรงงานขนาดใหญ่และกลางที่ขยายกิจการ ภาพนี้ตอกย้ำว่าธุรกิจดั้งเดิม (Traditional Industry) กำลังย่ำแย่ ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งโดยมากเป็นรายใหญ่ มีเงินทุนมาก โตกระจุกตัว และยังได้อานิสงส์จากอุปสงค์โลกที่มีต่อสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ AI และ Data Center ที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เตือน "พายุของจริง" กำลังจะมา
สำหรับนโยบายแจกเงิน "ไทยช่วยไทยพลัส" TISCO ESU ประเมินว่าจะช่วยบวกจีดีพีได้ราว 0.3 ppt ซึ่งมองว่าเป็นการประคองมากกว่ากระตุ้น และมีผลแค่ชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากรูปแบบโครงการมีตัวทวีคูณทางการคลังต่ำ แม้จะช่วยให้เม็ดเงินวิ่งเข้าหาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น ซึ่งช่วยคนตัวเล็กในสภาวะที่ยากลำบากได้บาง แต่ขาดความยั่งยืน
 
"ตัวเลขไตรมาสแรกที่ดี เป็นภาพก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางที่รุนแรง ต้นทุนต่างๆ ยังไม่พุ่ง รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันได้ แต่ภาพวันนี้ต่างออกไปสิ้นเชิง ขอเตือนว่าอย่าประมาท เพราะพายุของจริงกำลังจะโถมเข้ามา หากสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจดีดขึ้นไปได้อีก 40-50% และเสี่ยงจะขาดแคลน นอกจากนี้ วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลให้ปุ๋ยและเม็ดพลาสติกขาดตลาด ราคาอาหารจ่อจะปรับขึ้น ธุรกิจบางรายขาดของต้องหยุดผลิต ผู้คนเริ่มรัดเข็มขัดและลดรายจ่ายอย่างจริงจัง และอัตราการว่างงานเริ่มถีบตัวสูงขึ้น ดังนั้นต่อจากนี้จะเริ่มเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เราจึงมองว่าความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยยังโน้มไปทางด้านต่ำ" นายเมธัส กล่าว

ลดดอกเบี้ยคือ "กระสุนด้าน" คาดบาทเสี่ยงอ่อนแตะ 34.0
 
ในแง่ของนโยบายการเงิน นายเมธัสมองว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายอาจเป็นเพียง "กระสุนด้าน" ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากฝั่งอุปทาน (Supply-side) ได้ TISCO ESU จึงคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ตลอดทั้งปีนี้ และมีความเสี่ยงที่ปีหน้าดอกเบี้ยอาจต้องกลับมาเป็น "ขาขึ้น" ตามทิศทางโลกและเงินเฟ้อที่ดื้อรั้น
 
ส่วนทิศทางค่าเงินบาท มองว่ามีแนวโน้มอ่อนค่า โดยในช่วง 3 เดือนข้างหน้ามีโอกาสแตะระดับ 34.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 3 ปัจจัยกดดัน คือ:
 
1. ตลาดกังวลเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจทำให้ Fed ขยับขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ปีนี้
2. แนวโน้มดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในช่วงที่เหลือจ่อขาดดุลสูงต่อเนื่อง
3. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี จ่อพุ่งแตะ 2.5% และอาจทะลุไปถึง 2.8% จากความเสี่ยงเงินเฟ้อและปริมาณพันธบัตร (Bond Supply) จากการที่รัฐเตรียมกู้เพิ่ม ซึ่งจะกดดันให้เม็ดเงินต่างชาติไหลออก
 
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ค่าเงินบาทนั้นอาจอ่อนค่าไปได้ไกลกว่าระดับ 34.0 โดยเฉพาะในกรณีที่ราคาน้ำมันพุ่งแรง (Spike) 40-50% ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากสงครามยังหาข้อยุติไม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องทวีความรุนแรง แต่แค่สถานการณ์ยืดเยื้อไปอีก 3-4 เดือน อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ในคลังของประเทศหลักปรับลดลงจนถึงจุดวิกฤติก็เพียงพอแล้วที่ตลาดการเงินจะเกิดความกลัวขึ้น
 

LastUpdate 28/05/2569 13:53:31 โดย : Admin
29-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 พ.ค.69) ลบ 0.60 จุด ดัชนี 1,568.37 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (29 พ.ค.69) บวก 8.45 จุด ดัชนี 1,577.42 จุด

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (28 พ.ค.69) บวก 50.90 ดอลลาร์ รับเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด-อิหร่าน-สหรัฐฯ ขยายดีลหยุดยิง

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (28 พ.ค.69) บวก 24.69 จุด รับข่าวอิหร่าน-สหรัฐฯ ขยายดีลหยุดยิง

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (29 พ.ค.69) ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ 60-70% กรุงเทพปริมณฑล และทุกภาค 60%

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 พ.ค.69) ปรับขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,350 บาท

7. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 130 เหรียญ จากจุดต่ำสุด หลังจากราคาลงไปแตะบริเวณ 4,366 เหรียญ ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ก่อนสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-32.65 บาท/ดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (29 พ.ค. 69) บวก 9.49 จุด ดัชนี 1,578.46 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (29 พ.ค.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.55 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (28 พ.ค.69) ลบ 1.98 จุด ดัชนี 1,568.97 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 พ.ค.69) ลบ 11.57 จุด ดัชนี 1,559.38 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 พ.ค.69) ลบ 11.57 จุด ดัชนี 1,559.38 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงและหลุดระดับสำคัญบริเวณ 4,500 เหรียญ อีกครั้ง โดยราคาลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,400 เหรียญ ซึ่งทำจุดต่ำในรอบ 9 สัปดาห์

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (28 พ.ค.69) ลบ 3.23 จุด ดัชนี 1,567.72 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 29, 2026, 10:46 pm