หุ้นทอง
Dividend Universe 2026 : ตัวช่วยในการเลือกหุ้นปันผล


 ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้นำเสนอ  "กลุ่มหุ้น Dividend Universe"  เพื่อเป็นตัวช่วยหนึ่งในการคัดเลือกหุ้นสำหรับการลงทุนหุ้นปันผล โดยคัดเลือกจากบริษัทจดทะเบียนที่มีผลประกอบการดี มีกำไรสุทธิ มีสภาพคล่องในการดำเนินงานโดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกตลอดช่วง 5 ปี และมีคะแนนบรรษัทภิบาลในระดับ “ดี” ขึ้นไป และนำเสนอรายชื่อบริษัท / หลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกในทุกปี โดยต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ซึ่งผลการคัดเลือก “กลุ่มหุ้น Dividend Universe 2026” สรุปได้ตามรายละเอียดดังนี้


• มีบริษัทจดทะเบียนผ่านเกณฑ์ 160 บริษัท จากทั้งหมด 840 บริษัท โดยเป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET 136 บริษัท และใน mai 24 บริษัท เพิ่มขึ้นจาก 150 บริษัท จากการคัดเลือกในปีก่อน 

• กลุ่มธุรกิจบริการมีบริษัทจดทะเบียนผ่านเกณฑ์ฯ มากที่สุด จำนวน 40 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และบริษัทจดทะเบียนใน mai  เท่ากันที่ 24 บริษัท ตามมาด้วยกลุ่มทรัพยากรและกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่มีบริษัทผ่านเกณฑ์เท่ากัน คือ 18 บริษัท 

• เมื่อเทียบกับจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มีบริษัทจดทะเบียนอยู่ใน Dividend Universe ในสัดส่วนที่สูงกว่าอุตสาหกรรมอื่น เมื่อเทียบกับจำนวนบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น ๆ และพบว่า บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ที่อยู่ในกลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน มีค่าเฉลี่ยของอัตราผลตอบแทนจากเงิน   ปันผลเฉลี่ย 5 ปี อยู่ที่ 5.25% และ 5.06% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ

• บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe  มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 5 ปี อยู่ที่ 4.46% ขณะที่ตลาดมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 2.97%

• จากรายชื่อบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ชุด 5 ปี พบว่า 59 บริษัท จากทั้งหมด 160 บริษัท มี Dividend Yield เฉลี่ย 5 ปี สูงกว่า 5% ต่อปี  

• บริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ชุด 5 ปี ที่มี Dividend Yield เฉลี่ย 5 ปี สูงสุด 15 อันดับแรก มี Dividend yield เฉลี่ย 5 ปี อยู่ในช่วง 7.06% ถึง 12.26% หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 8.43%

• โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า การคัดเลือกหุ้นปันผลคุณภาพดีผ่านเกณฑ์ 'Dividend Universe 2026' ถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับนักลงทุน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง นักลงทุนควรพิจารณาข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ของบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้สามารถคัดสรรหุ้นปันผลที่ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุน และตรงกับความคาดหวังของตนเอง

Disclaimers:

ข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และแนวคิดแก่ผู้อ่าน มิใช่การให้คำแนะนำด้านการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมิได้ให้การรับรองในความถูกต้องของข้อมูล และไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น อันเนื่องจากการนำข้อมูลไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้อ้างอิง หรือเผยแพร่ไม่ว่าในลักษณะใด นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูลไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดตามหลักเกณฑ์ที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ความเห็นที่ปรากฎในรายงานฉบับนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเห็นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทจดทะเบียน 160 บริษัท จากทั้งหมด 840 บริษัท เป็นบริษัทที่มีกำไรสุทธิและมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก มีการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง 5 ปี และมีคะแนนบรรษัทภิบาล (CG Score) อยู่ในระดับตั้งแต่ “ดี” ขึ้นไป

ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้นำเสนอหุ้นปันผลเพื่อให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักลงทุน โดยได้คัดเลือกกลุ่ม  หุ้นปันผลและเปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์หุ้นปันผลที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก “กลุ่มหุ้น Dividend Universe”  มาอย่างต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 2559 โดย “กลุ่มหุ้น Dividend Universe” เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์จะต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีผลประกอบการดี มีกำไรต่อเนื่อง มีสภาพคล่องในการดำเนินงาน จ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง และมีบรรษัทภิบาลที่ดี 

 
โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกหุ้นปันผลในปีนี้ได้เพิ่มเงื่อนไขการคัดเลือกส่วนจากปีที่ผ่านมา ในส่วน “ระดับคะแนนบรรษัทภิบาล” โดยไม่พิจารณาบริษัทจดทะเบียนมีเหตุการณ์หรือข้อมูลด้านธรรมาภิบาลที่มีนัยสำคัญ หรือ มีเครื่องหมายดอกจัน (*) ตามหลังคะแนนบรรษัทภิบาล ได้แก่ 3* 4* และ 5*

และเพื่อให้มีความสอดคล้องกับช่วงระยะเวลาในการลงทุนที่แตกต่างกันของนักลงทุน ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยรายชื่อ “กลุ่มหุ้น Dividend Universe 2026” จำนวน 3 ชุด ได้แก่ ชุดข้อมูล 3 ปี ชุดข้อมูล 5 ปี และชุดข้อมูล 7 ปี ด้วยเงื่อนไข ดังแสดงในตารางที่ 1 ซึ่งจากศึกษาข้อมูลชุดล่าสุดในปี 2569 พบว่า มีบริษัทจดทะเบียนผ่านเกณฑ์การพิจารณา “กลุ่มหุ้น Dividend Universe ปี 2569 ชุดข้อมูล 5 ปี” จำนวน 160 บริษัท จากทั้งหมด 840 บริษัท  เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีบริษัทจดทะเบียนผ่านเกณฑ์การพิจารณา 150 บริษัท (ภาพที่ 2)
 

เมื่อพิจารณาบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์ “กลุ่มหุ้น Dividend Universe ปี 2569 ชุดข้อมูล 5 ปี” จำนวน 160 บริษัท พบว่า
 
• 160 บริษัทจดทะเบียนมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การพิจารณากลุ่มหุ้น Dividend Universe (ภาพที่ 3 และภาพที่ 2) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 136 บริษัท และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์    เอ็ม เอ ไอ (mai) 24 บริษัท ตามรายชื่อบริษัทจดทะเบียนใน SET Research website (https://www.set.or.th/th/education-research/research/database/dividend-universe/examples) 

• เมื่อจำแนกบริษัทจดทะเบียนที่จัดอยู่ในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ชุดนี้ ตามกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า

กลุ่มธุรกิจบริการมากที่สุด ด้วยจำนวน 40 บริษัท รองลงมา คือ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรม 24 บริษัท บริษัทจดทะเบียนใน mai  24 บริษัท กลุ่มทรัพยากรและกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมที่มีบริษัทจดทะเบียนผ่านเกณฑ์เท่ากันที่ 18 บริษัท 

 
เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในแต่ละอุตสาหกรรม พบว่า บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มทรัพยากร และกลุ่มบริการ มีบริษัทจดทะเบียนอยู่ใน Dividend Universe ในสัดส่วนที่สูงกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ เมื่อเทียบกับจำนวนบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น ๆ (ภาพที่ 3) นอกจากนี้ ยังพบว่าประมาณ 1 ใน 3 ของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มทรัพยากรเป็นบริษัทจดทะเบียนที่จัดอยู่ในกลุ่มหุ้น Dividend Universe

เมื่อพิจารณาบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ชุดข้อมูล 5 ปี โดยจำแนกตามการเป็นองค์ประกอบดัชนีต่าง ๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ไม่ได้เป็นองค์ประกอบของ SET50 Index และ SETHD Index เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe พิจารณาจากทุกบริษัทจดทะเบียนทั้งใน SET และ mai ขณะที่หลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของ SETHD Index พิจารณาจากบริษัท       จดทะเบียนขนาดใหญ่ที่อยู่ใน SET100 เท่านั้น

บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe  มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 5 ปี อยู่ที่ 4.46% ขณะที่ตลาดมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 2.97%

บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ชุดข้อมูล 5 ปี มีค่าเฉลี่ยของอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย    5 ปี อยู่ที่ 4.46% ต่อปี (สูงกว่าค่าเฉลี่ยของปีที่แล้วที่อยู่ที่ 4.20%) และสูงกว่าตลาด (SET) อยู่ที่ 2.97% และสูงกว่าบริษัทจดทะเบียนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม Dividend Universe (Non-Dividend Universe) ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.33% (ตารางที่ 3)

เมื่อพิจารณารายอุตสาหกรรม พบว่า บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ที่อยู่ในกลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน มีค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนจากเงินปันผลโดยเฉลี่ย 5 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 5.25% และ 5.06% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ (ภาพที่ 4) 

 

 

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ย 5 ปีของบริษัทที่อยู่ในกลุ่มและนอกกลุ่มหุ้น Dividend Universe ในแต่ละอุตสาหกรรม พบว่า บริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม มีค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนจากเงินปันผลโดยเฉลี่ย 5 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนนอกกลุ่มหุ้น Dividend Universe ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน (สังเกตได้จากกราฟสีส้มในแต่ละอุตสาหกรรมยาวกว่ากราฟสีเทาในอุตสาหกรรมเดียวกัน) 

บริษัทจดทะเบียนที่มี Dividend yield เฉลี่ย 5 ปี สูงสุด 15 อันดับแรกในกลุ่มหุ้น Dividend Universe มี Dividend Yield อยู่ในระดับสูง โดยอยู่ในช่วง 7.06% ถึง 12.26%

จากรายชื่อบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ชุด 5 ปี พบว่า 59 บริษัท จากทั้งหมด 160 บริษัท มี Dividend Yield เฉลี่ย 5 ปี สูงกว่า 5% ต่อปี  และบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกลุ่มหุ้น Dividend Universe ชุด 5 ปี ที่มี Dividend Yield เฉลี่ย 5 ปี สูงสุด 15 อันดับแรก มี Dividend yield เฉลี่ย 5 ปี อยู่ในช่วง 7.06% ถึง 12.26% หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 8.43% (ตารางที่ 4) 

 
โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า  การคัดเลือกหุ้นปันผลคุณภาพดีผ่านเกณฑ์ 'Dividend Universe 2026' ถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด โดยบริษัทในกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่มีประวัติการทำกำไรและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวกต่อเนื่องยาวนาน อีกทั้งยังมีการรายงานด้านการกำกับดูแลที่สะท้อนความโปร่งใสในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง นักลงทุนควรพิจารณาข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ ของบริษัทจดทะเบียนเพื่อให้สามารถคัดสรรหุ้นปันผลที่ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนและตรงกับความคาดหวังของตนเอง
 

LastUpdate 28/05/2569 16:24:54 โดย :
29-05-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (28 พ.ค.69) ลบ 1.98 จุด ดัชนี 1,568.97 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 พ.ค.69) ลบ 11.57 จุด ดัชนี 1,559.38 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 พ.ค.69) ลบ 11.57 จุด ดัชนี 1,559.38 จุด

4. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงและหลุดระดับสำคัญบริเวณ 4,500 เหรียญ อีกครั้ง โดยราคาลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,400 เหรียญ ซึ่งทำจุดต่ำในรอบ 9 สัปดาห์

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (28 พ.ค.69) ลบ 3.23 จุด ดัชนี 1,567.72 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (28 พ.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,050 บาท

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (28 พ.ค.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 60% ภาคใต้ 60-70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคอีสาน 40%

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (27 พ.ค.69) ร่วง 53.90 ดอลลาร์ กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (27 พ.ค.69) ทำนิวไฮ บวก 182.60 จุด รับแรงซื้อหุ้นเฮลธ์แคร์-สินค้าผู้บริโภค

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (28 พ.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.65 บาทต่อดอลลาร์

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.55-32.80 บาท/ดอลลาร์

12. ประกาศ กปน.: ด่วนมาก!!! คืนวันนี้ 27 พ.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระสุเมรุตัดถนนราชดำเนินกลาง

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (27 พ.ค.69) บวก 17.59 จุด ดัชนี 1,570.95 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (27 พ.ค.69) บวก 22.22 จุด ดัชนี 1,575.58 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลง 64 เหรียญ เมื่อวานนี้ และกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,500 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 29, 2026, 3:09 am