เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Special Report : สหรัฐ - อิหร่าน ขยายเวลา "MOU 60 วัน" อาจไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ แต่คือการซื้อเวลาให้เศรษฐกิจโลก


 

รายงานข่าวเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระยะเวลา 60 วัน ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยลดความกังวลของตลาดการเงินโลกในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าฝั่งอิหร่านจะยังไม่ได้ยืนยันการยอมรับข้อตกลงดังกล่าวอย่างเป็นทางการก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชียปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มคลายตัวจากระดับที่เคยปรับขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น
 
ปฏิกิริยาดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดไม่ได้มอง MOU ฉบับนี้เป็นเพียงข้อตกลงทางการทูต แต่กำลังมองว่าเป็นความพยายามลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านพลังงาน เงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งการระบาดของโควิด-19 ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความผันผวนของตลาดพลังงาน แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะเริ่มลดลงจากจุดสูงสุดในอดีต แต่ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงที่ราคาพลังงานอาจกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง นั่นทำให้ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก น้ำมันดิบจากประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลางจำนวนมหาศาลต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้ก่อนส่งไปยังตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศในเอเชีย อย่าง จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย

หากเส้นทางดังกล่าวเผชิญการปิดกั้นหรือถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปยังต้นทุนการขนส่ง ค่าประกันภัยทางทะเล ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าในหลายอุตสาหกรรม นั่นคือเหตุผลที่นักลงทุนจำนวนมากไม่ได้มอง MOU 60 วัน ผ่านมุมของสงครามเพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองผ่านเลนส์ของเงินเฟ้อโลก

ภายใต้รายละเอียดที่มีการเปิดเผยออกมา มีการพูดถึงการเปิดเสรีการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การกำจัดทุ่นระเบิดทางทะเล การลดข้อจำกัดต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และการเจรจาเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรในระยะต่อไป หากกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ปริมาณน้ำมันจากอิหร่านที่เข้าสู่ตลาดโลกอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงในการขนส่งพลังงานผ่านตะวันออกกลางก็จะลดลง

ผลลัพธ์ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลานี้ เพราะราคาพลังงานถือเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางเงินเฟ้อ สำหรับ Fed สถานการณ์ดังกล่าวมีความหมายไม่น้อย ตลอดช่วงที่ผ่านมา Fed พยายามรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากราคาน้ำมันกลับมาพุ่งขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง ภารกิจดังกล่าวจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น

ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นสามารถส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในวงกว้าง ทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาได้ แม้เศรษฐกิจจะไม่ได้ขยายตัวอย่างร้อนแรงก็ตาม สถานการณ์ลักษณะนี้เป็นสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากกังวล เพราะมีลักษณะคล้ายกับภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตชะลอตัว แต่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง หรือที่เรียกว่า Stagflation ด้วยเหตุนี้ การลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางจึงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่หลายคนคิด

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะมีรายงานเกี่ยวกับ MOU 60 วันออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ฝั่งอิหร่านยังไม่ได้ยืนยันการยอมรับข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่สหรัฐยังคงเดินหน้าคว่ำบาตรเครือข่ายการขนส่งน้ำมันของอิหร่านเพิ่มเติมในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าความขัดแย้งที่เป็นรากฐานของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นประเด็นโครงการนิวเคลียร์ การเสริมสมรรถนะยูเรเนียม มาตรการคว่ำบาตร หรือบทบาทของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ด้วยเหตุนี้ MOU 60 วันจึงอาจไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของความขัดแย้ง หากแต่เป็นความพยายามชะลอความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่กำลังก่อตัวขึ้นในระยะสั้น ตลาดอาจตอบรับเชิงบวกต่อโอกาสที่การขนส่งพลังงานจะกลับมาเป็นปกติ และความเสี่ยงของราคาน้ำมันจะลดลง แต่ในระยะยาว เสถียรภาพที่แท้จริงยังคงขึ้นอยู่กับว่าการเจรจาหลังจากนี้จะสามารถนำไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืนได้มากเพียงใด

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในสนามรบ แต่สามารถส่งผ่านไปยังราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และตลาดการเงินทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่า ในบางช่วงเวลา แรงกดดันทางเศรษฐกิจอาจกลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้คู่ขัดแย้งต้องกลับมาสู่โต๊ะเจรจา แม้ว่าความไว้วางใจระหว่างกันจะยังไม่กลับคืนมาก็ตาม

LastUpdate 31/05/2569 22:40:13 โดย : Admin
01-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (29 พ.ค.69) ลบ 0.60 จุด ดัชนี 1,568.37 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (29 พ.ค.69) บวก 8.45 จุด ดัชนี 1,577.42 จุด

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (28 พ.ค.69) บวก 50.90 ดอลลาร์ รับเงินเฟ้อต่ำกว่าคาด-อิหร่าน-สหรัฐฯ ขยายดีลหยุดยิง

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (28 พ.ค.69) บวก 24.69 จุด รับข่าวอิหร่าน-สหรัฐฯ ขยายดีลหยุดยิง

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (29 พ.ค.69) ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ 60-70% กรุงเทพปริมณฑล และทุกภาค 60%

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 พ.ค.69) ปรับขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,350 บาท

7. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 130 เหรียญ จากจุดต่ำสุด หลังจากราคาลงไปแตะบริเวณ 4,366 เหรียญ ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ก่อนสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-32.65 บาท/ดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (29 พ.ค. 69) บวก 9.49 จุด ดัชนี 1,578.46 จุด

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (29 พ.ค.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.55 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (28 พ.ค.69) ลบ 1.98 จุด ดัชนี 1,568.97 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 พ.ค.69) ลบ 11.57 จุด ดัชนี 1,559.38 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า (28 พ.ค.69) ลบ 11.57 จุด ดัชนี 1,559.38 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงและหลุดระดับสำคัญบริเวณ 4,500 เหรียญ อีกครั้ง โดยราคาลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,400 เหรียญ ซึ่งทำจุดต่ำในรอบ 9 สัปดาห์

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (28 พ.ค.69) ลบ 3.23 จุด ดัชนี 1,567.72 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 1, 2026, 4:11 am