เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "จีนเพิ่มความเข้มงวดกฎหมายการลงทุนของธุรกิจจีนในต่างประเทศ (ODI) เปิดทางตอบโต้กรณีถูกกีดกันอย่างไม่เป็นธรรม และเน้นปกป้องเทคโนโลยีในประเทศ"


 ?

• จีนยกระดับกฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนต่างชาติของธุรกิจจีน (Outbound Direct Investment) โดยคณะรัฐมนตรีจะเข้ามาเป็นหน่วยงานดูแลตรวจสอบการออกไปลงทุนต่างประเทศของทั้งนิติบุคคล และบุคคลธรรมดาที่มีแหล่งพำนักในจีน จากเดิมที่เป็นเพียงกฎระเบียบดูแลแยกตามหน่วยงาน จึงส่งผลให้การตรวจสอบ อนุมัติ และติดตามการลงทุนในต่างประเทศมีความซับซ้อนและเข้มงวดขึ้น มีการกำกับดูแลตลอดวงจรการลงทุน รวมถึงมีบทลงโทษที่ชัดเจน มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของจีน และเพื่อให้การดำเนินการของผู้ลงทุนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ
 
• การโอนย้ายเทคโนโลยี และการส่งผ่านข้อมูลไปต่างประเทศจะต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มงวด เช่น การส่งบุคลากรไปทำงานต่างประเทศ การฝึกอบรมทางเทคนิค (Technical training) อาจเข้าข่ายเป็นการส่งออกเทคโนโลยีภายใต้กฎหมายควบคุมการส่งออกของจีน  นอกจากนี้ จีนเพิ่มอำนาจการใช้มาตรการตอบโต้ หากการไปลงทุนต่างประเทศเผชิญอุปสรรค หรือถูกกีดกันอย่างไม่เป็นธรรมในตลาดต่างประเทศ โดยอาจตอบโต้โดยการขึ้นบัญชีคว่ำบาตรองค์กรต่างชาติที่ต้องรับผิดชอบ หรือ ห้ามองค์กรและบุคคลต่างชาติที่เป็นเป้าหมายไม่ให้เดินทางหรือมาลงทุนในจีน
 
• แนวทางการยกระดับกฎหมายดังกล่าวคาดว่าจะผลกระทบต่อธุรกิจจีนที่ลงทุนในไทย ดังนี้
 
  • ธุรกิจที่พิจารณากำลังจะมาลงทุน เม็ดเงินการลงทุนจีนในโครงการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หรืออุตสาหกรรมเป้าหมายของจีนอาจไหลเข้ามาลงทุนได้ช้าลง เนื่องจากกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น และแนวทางปฏิบัติที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
  • ธุรกิจเดิมที่มีการลงทุนแล้ว
- ต้นทุนด้านกฎระเบียบ และการกำกับดูแลมีแนวโน้มสูงขึ้น เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี การส่งผ่านข้อมูล หรือบุคลากรต่าง ๆ โดยเฉพาะหากเดิมมีกระบวนการส่งผ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หรืออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของจีน หรือมีการส่งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาปฏิบัติงาน
 
- หากมีการขยายการลงทุน/เพิ่มทุนคาดจะต้องใช้เวลาในกระบวนการอนุมัตินานขึ้น รวมถึงเผชิญเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่มากขึ้น
 
อย่างไรก็ดี แม้จีนจะเพิ่มความเข้มงวดในกฎหมาย ODI แต่ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจำกัดการออกมาลงทุนนอกประเทศ นับเป็นการกำกับและคัดกรองการลงทุนในอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ โดยจีนยังระบุว่าจะเดินหน้าความร่วมมือระหว่างประเทศโดยเฉพาะในโครงการ Belt and Road ที่ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 11 มิ.ย. 2569 เวลา : 20:18:52
13-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 17 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนรามอินทรา

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (12 มิ.ย.69) บวก 20.09 จุด ดัชนี 1,592.41 จุด

3. บช.น. แจ้งเส้นทางเคลื่อนพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ไปยังพระบรมมหาราชวัง

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (12 มิ.ย.69) บวก 16.57 จุด ดัชนี 1,588.89 จุด

5. MTS Gold คาดราคาทองคำปิดปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายตลาด COMEX หลังจากร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,020 เหรียญ ก่อนดีดกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,200 เหรียญ

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (11 มิ.ย.69) ร่วง 19.30 ดอลลาร์ นักลงทุนเกาะติดสถานการณ์ตอ.กลาง หลังทรัมป์ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (11 มิ.ย.69) พุ่ง 929.97 จุด ขานรับทรัมป์ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (12 มิ.ย.69) ร่องมรสุมพาดผ่าน ส่งผล ภาคเหนือ ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ื (12 มิ.ย.69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,900 บาท

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (12 มิ.ย.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.77 บาทต่อดอลลาร์

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ื (12 มิ.ย.69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,900 บาท

12. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (12 มิ.ย. 69) บวก 12.15 จุด ดัชนี 1,572 จุด

13. กปน.: 16 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชปรารภตัดถนนรางน้ำ

14. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (11 มิ.ย.69) บวก 8.73 จุด ดัชนี 1,572.32 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (11 มิ.ย.69) บวก 13.83 จุด ดัชนี 1,577.42 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 13, 2026, 10:32 am