
คาด SET แกว่งขึ้น หลัง ปธน.ทรัมป์ประกาศยกเลิกโจมตีอิหร่าน โดยระบุจะลงนามข้อตกลงสันติภาพได้เร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้ที่ยุโรป จากนั้นจะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อย่างไรก็ตามต้องจับตาดูท่าทีฝั่งอิหร่านเนื่องจากยังไม่ได้ยืนยันข่าวดังกล่าว อาจทำให้ตลาดมีความผันผวนเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาการเข้า IPO ของหุ้น SpaceX ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันนี้ ทางเทคนิคดัชนีฟื้นขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้อีกครั้ง ยังคงประเมินมีแนวโน้มที่ดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงต่ำกว่า US$90/bbl หลัง ปธน. ทรัมป์ ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน และเผยอาจลงนามข้อตกลงสันติภาพสุดสัปดาห์นี้ หนุนช่องแคบฮอร์มุซเปิดสัญจรปกติ มองบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-Oil (สายการบิน, โรงไฟฟ้า, วัสดุก่อสร้าง) แต่กดดันกลุ่มพลังงาน
• ECB มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 25bps สู่ 2.25% ตามตลาดคาด และเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับจากปี 2566 เพื่อลดความเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่งสูงจากราคาพลังงาน ขณะที่สัปดาห์หน้าติดตามการประชุมนโยบายการเงินของ BoJ, FOMC, BoE โดยเฉพาะ Dot Plot ของเฟดเพื่อดูทิศทางดอกเบี้ยช่วง 2H69
• กระทรวงการคลังร่วมกับ FETCO และ ตลท. ชู “Thailand Growth Story” หวังดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติ เน้นเสถียรภาพและอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ด้าน FETCO เสนอคลังดัน “TISA” เป็นโครงการถาวร ระยะยาวมองบวกต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนและหุ้น Big Cap ที่มี ESG Rating สูง
• ส.อ.ท. เผยกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวลดนำเข้าจากตะวันออกกลางเหลือ 30% (เดิม 60%) โดยนำเข้าจากแอฟริกาและสหรัฐแทน หนุนปริมาณสำรองน้ำมันไทยสูงกว่าปกติ 10 วัน มองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่นจากคลายกังวลขาดแคลนวัตถุดิบ และลุ้นปลดล็อก Overhang หากรัฐอนุญาตส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป
• ม. หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ค. 69 อยู่ที่ 49.5 ลดลงต่อเป็นเดือนที่ 3 และต่ำสุดในรอบ 42 เดือน หลังผู้บริโภคกังวลสงครามตะวันออกกลางและราคาน้ำมันสูง พร้อมลุ้นไทยช่วยไทยพลัสหนุนดัชนีเชื่อมั่นฯ มิ.ย. ดีขึ้นและคาด GDP ปีนี้โตเกิน 2% ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought โดยหากดัชนีเข้าใกล้แนวต้าน 1600/1620 จุด แนะนำให้พิจารณาแบ่งขายทำกำไรระยะสั้นในหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรง แล้วรอจังหวะกลับเข้าสะสมใหม่เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาทางแนวรับที่ 1,540-1,550 จุด ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญติดตาม คือ การเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจกลับมาสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และเงินเฟ้อพุ่งสูง อย่างไรก็ดี คาดดัชนีจะมี Downside ที่จำกัด เนื่องจาก Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 69F อยู่ที่ 13 เท่า (-1SD) เอื้อให้เกิดแรงซื้อคืนในลักษณะ Sector Rotation เข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought อย่างไรก็ดี คาด Downside จำกัด โดยจะเกิด Sector Rotation ในกลุ่มที่ยัง Laggard กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC GULF MINT MTC TIDLOR SCGP
2. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE 2) หุ้น Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS 3) หุ้น Anti-Oil & Reopening ซึ่งคาดได้ประโยชน์หากการเจรจาสันติภาพมีพัฒนาการเชิงบวกและราคาหุ้นยังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT) และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากถูกนำเข้าคำนวณ SET50 (BCP MRDIYT TFG THAI) / SET100 (MRDIYT THAI THCOM TVO WHAUP) ในรอบ 2H69 (ประกาศกลาง มิ.ย. 69) ขณะที่ระมัดระวังแรงขายหุ้นที่คาดถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG CENTEL SAWAD) และ SET100 (DOHOME GFPT JAS JMART SISB)
Daily Top Picks
DELTA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีโลกที่มีแรงซื้อกลับหลัง ปธน. ทรัมป์ประกาศยกเลิกการโจมตีอิหร่าน ผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามกระแสการลงทุนด้าน Data Center หนุนความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI เป้าหมายระยะสั้นที่ 369 บาท
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาต้นทุนเชื้อเพลิงตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับลง บริษัทมีโอกาสการเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Data Center, การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการทำ Asset Monetization ในเครือ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.25 บาท
ข่าวเด่น