หุ้นทอง
เมย์แบงก์ มอง SpaceX ระยะสั้นผันผวนจาก Valuation สูง แต่ระยะยาวยังเป็นผู้นำเทคโนโลยีอวกาศที่น่าจับตามอง ชี้โอกาสลงทุนผ่านกองทุนและ DR ที่เกี่ยวข้อง


การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ของ SpaceX ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง หลังบริษัทธุรกิจอวกาศอันดับ 1 ของโลกภายใต้การนำของ Elon Musk ก้าวเข้าสู่ตลาดทุนด้วยมูลค่า Market Capitalization สูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งให้ SpaceX ก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของตลาดหุ้นสหรัฐ สูงกว่า Meta และ Tesla สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจอวกาศและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

นายธรรณพ ชำนาญศิลป์ CFP® Vice President Investment Solution , บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า “แม้ SpaceX จะเป็นหุ้นแห่งอนาคตที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมย์แบงก์ มองว่าการลงทุนควรพิจารณาทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยเฉพาะในระยะสั้นที่ราคาหุ้นอาจเผชิญความผันผวนจากระดับ Valuation ที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยที่ราคา IPO หุ้น SpaceX มีอัตราส่วน Price-to-Sales (P/S Ratio) สูงถึงประมาณ 90–95 เท่า สูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีอวกาศและธุรกิจที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ ขณะที่ Price-to-Book Value (P/BV Ratio) อยู่ราว 40 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของอุตสาหกรรม แม้หุ้น IPO ส่วนใหญ่จะมีช่วงเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up Period) ประมาณ 6 เดือนหลังเข้าตลาด แต่สำหรับ SpaceX มีหุ้นประมาณ 5% ของหุ้น IPO ที่สามารถซื้อขายได้ทันทีตั้งแต่วันแรก ส่งผลให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดแรงขายทำกำไรในช่วงเริ่มต้นของการซื้อขาย”

ระยะสั้นระมัดระวัง แต่ระยะยาวยังมองบวกจากศักยภาพการเติบโต

เมย์แบงก์ มีมุมมองเชิงระมัดระวังต่อทิศทางราคาหุ้น SpaceX ในช่วงเริ่มต้นการซื้อขาย เนื่องจากความคาดหวังของตลาดที่สะท้อนผ่านราคาหุ้นในระดับสูงแล้ว อย่างไรก็ตาม ในมุมมองระยะยาวยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ SpaceX จากความได้เปรียบทางเทคโนโลยีและศักยภาพในการสร้างธุรกิจแห่งอนาคต

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีจรวดนำกลับมาใช้ใหม่ (Reusable Rockets) ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงธุรกิจ Starlink เครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) ที่มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องและเป็นฐานรายได้สำคัญของบริษัท

ในระยะยาว Maybank ยังมองว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลระดับวงโคจร (Orbital Data Centers) อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสการเติบโตครั้งใหญ่ โดยสามารถต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยี AI และระบบข้อมูลระดับโลก ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด

คาด SpaceX ทยอยเข้าสู่ดัชนีสำคัญ เพิ่มโอกาสได้รับเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนทั่วโลก

หลังจากเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ SpaceX มีแนวโน้มได้รับการบรรจุเข้าสู่ดัชนีสำคัญหลายรายการ โดยคาดว่าจะเข้าสู่ Nasdaq 100 ประมาณ 15 วันหลังเริ่มซื้อขาย ด้วยน้ำหนักราว 0.4–0.7% ของดัชนี ขณะที่ดัชนี MSCI USA และ MSCI World คาดว่าจะประกาศการบรรจุภายใน 1–3 วันแรก และมีผลภายในประมาณ 10 วัน แม้จะมีน้ำหนักในดัชนียังไม่มากในช่วงแรก

อย่างไรก็ตาม SpaceX ยังไม่สามารถเข้าสู่ดัชนี S&P 500 ได้ในระยะอันใกล้ เนื่องจากยังไม่ผ่านเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ ระยะเวลาการซื้อขายในตลาดอย่างน้อย 12 เดือน รวมถึงเงื่อนไขด้านผลกำไรและสัดส่วน Free Float

เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยมีส่วนร่วมกับการเติบโตของ SpaceX

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการมีส่วนร่วมกับการเติบโตของ SpaceX ปัจจุบันมีกองทุนที่มีการลงทุนในหุ้น SpaceX โดยตรง ได้แก่ กองทุน X-SPACE (กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง สเปซ อินโนเวเตอร์ อิควิตี้) ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนใน SpaceX ประมาณ 7% (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569)

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังสามารถติดตามผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากการเข้าสู่ดัชนีของ SpaceX ในระยะต่อไป ได้แก่ DR ที่อ้างอิง Nasdaq 100 ETF เช่น NDX01 และ QQQM19 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีการลงทุนในหุ้น SpaceX หลังจากหุ้นเข้าสู่ดัชนี Nasdaq 100 รวมถึงกองทุน A-JEDI (กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส สเปซ อินโนเวเตอร์ส) และ LHSPACE-A (กองทุนเปิด แอล เอช สเปซ อีโคโนมี ชนิดสะสมมูลค่า) ที่มีแนวโน้มทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน SpaceX ภายในไตรมาส 3 ปี 2569
แม้ SpaceX จะเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดตัวหนึ่งของโลกในเวลานี้ แต่ Maybank แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาการลงทุนบนพื้นฐานของระดับราคา ความเสี่ยง และระยะเวลาการถือครอง โดยมองว่าระยะสั้นอาจมีความผันผวนจากแรงขายและ Valuation ที่สูง แต่ในระยะยาว SpaceX ยังคงเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอวกาศ การสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของโลกในอนาคต
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 12 มิ.ย. 2569 เวลา : 12:43:27
12-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (12 มิ.ย.69) บวก 16.57 จุด ดัชนี 1,588.89 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำปิดปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายตลาด COMEX หลังจากร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,020 เหรียญ ก่อนดีดกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,200 เหรียญ

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (11 มิ.ย.69) ร่วง 19.30 ดอลลาร์ นักลงทุนเกาะติดสถานการณ์ตอ.กลาง หลังทรัมป์ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (11 มิ.ย.69) พุ่ง 929.97 จุด ขานรับทรัมป์ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (12 มิ.ย.69) ร่องมรสุมพาดผ่าน ส่งผล ภาคเหนือ ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ื (12 มิ.ย.69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,900 บาท

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (12 มิ.ย.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 32.77 บาทต่อดอลลาร์

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ื (12 มิ.ย.69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,900 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (12 มิ.ย. 69) บวก 12.15 จุด ดัชนี 1,572 จุด

10. กปน.: 16 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชปรารภตัดถนนรางน้ำ

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (11 มิ.ย.69) บวก 8.73 จุด ดัชนี 1,572.32 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (11 มิ.ย.69) บวก 13.83 จุด ดัชนี 1,577.42 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่อง หลังหลุดระดับ 4,300 เหรียญ แรงกดดันหลักยังมาจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

14. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (10 มิ.ย.69) ร่วง 153.10 ดอลลาร์ หวั่นสงครามดันเงินเฟ้อพุ่ง-กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (10 มิ.ย.69) ร่วงแรง 953.33 จุด วิตกสงครามอิหร่าน-นัลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มชิป

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 12, 2026, 4:02 pm