หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งขึ้น คลายกังวล Fed ขึ้นดอกเบี้ย"


มอง SET แกว่ง sideways-up คาด sentiment ลงทุนดีขึ้นจากคลายกังวล Fed ขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด แต่อาจมีแรงขายหุ้นในกลุ่ม  อิเล็กฯ ตามหุ้น Tech สหรัฐฯ ที่ปรับลง ทำให้น่าจะยังเห็นการสลับกลุ่มลงทุนไปยังหุ้นที่ Laggard และหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการวันนี้อาจทำให้มูลค่าซื้อขายบางตาลง ทางเทคนิคดัชนีปรับขึ้น โดยยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นได้ ทำให้ภาพรวมยังดีอยู่

ประเด็นสำคัญ

• สหรัฐฯ เผยการจ้างงานนอกภาคเกษตร มิ.ย. เพิ่ม 5.7 หมื่นตำแหน่ง ต่ำกว่าตลาดคาด สะท้อนตลาดแรงงานชะลอตัว ทำให้ตลาดปรับลดคาดการณ์แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด มองเป็น Sentiment บวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจากช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มไฟแนนซ์ โรงไฟฟ้า และนิคม

• กระทรวงการคลังเตรียมรื้อฟื้นกองทุน TFFIF โดยจะคัดเลือกโครงการที่มีอยู่แล้วเป็นสินทรัพย์อ้างอิงเพื่อระดมทุนสร้างโครงการใหม่ พร้อมลดภาระหนี้สาธารณะ ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการในปีงบ 2570 มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้างจากโอกาสประมูลงานใหม่ รวมถึงเพิ่มทางเลือกให้กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

• กระทรวงพาณิชย์กำลังหารือกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับการลดราคาสินค้า หลังราคาปุ๋ยยูเรียและเม็ดและบรรจุภัณฑ์พลาสติกเริ่มทยอยปรับลงตามสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและไฟแนนซ์ จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวหนุนการจับจ่ายใช้สอย

• Apple เตรียมเร่งเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่อย่างน้อย 5 รุ่น ในช่วง 2H69-1H70 พร้อมแจ้งซัพพลายเออร์ให้เตรียมกำลังผลิต iPhone จอพับเพิ่มเป็น 10 ล้านเครื่อง (เดิม 7-8 ล้านเครื่อง) สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทต่ออุปกรณ์ใหม่นี้ มองเป็น Sentiment บวกต่อการเก็งกำไรในกลุ่มจำหน่ายสินค้าไอที (COM7 SYNEX)

• สคร. เผยกระทรวงการคลังมุ่งเน้นสะสางพอร์ตหุ้นทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ที่ไม่จำเป็น เพื่อเปลี่ยนให้เป็นรายได้ส่งคืนรัฐและปรับพอร์ตไปสู่สินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม มองอาจเกิด Overhang ระยะสั้นในหุ้นที่คลังถือน้อยกว่า 50% จากความกังวลแรงขายปรับพอร์ต แต่ระยะยาวดีต่อวินัยการคลังรัฐ

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1565 – 1620 จุด โดยตลาดมีแนวโน้มจะเผชิญแรงกดดันจากการปรับสัดส่วนลงทุนใน DELTA ของกองทุนอิงดัชนี และการทำ Window Dressing ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ผสานกับปัจจัยต่างประเทศจากความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่กลับมาปะทุขึ้นและความกังวลเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินตึงตัว อย่างไรก็ดี ยังคาดหวังมีแรงซื้อช่วยพยุงจากการทำ Sector Rotation ในกลุ่มหุ้น Laggard/Defensive/มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ขณะที่ในประเทศยังมีปัจจัยบวกจากความคืบหน้าจัดทำร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570 และการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass ที่ช่วยเร่งการเบิกจ่ายภาครัฐและดึงดูดเม็ดเงิน FDI กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ผันผวนในกรอบ โดยแม้คาดถูกกดดันจากแรงปรับพอร์ตหุ้น DELTA, Window Dressing ปลาย มิ.ย. รวมทั้งกังวลดอกเบี้ยเฟดและความตึงเครียดตะวันออกกลาง แต่ยังหวังแรงหนุนจาก Sector Rotation กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT

2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)

3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA

Trading Idea: 1) Weak Baht Play ซึ่งได้อานิสงส์จากเงินบาทอ่อนตามนโยบายการเงินของเฟดที่ตึงตัว ได้แก่ กลุ่มส่งออกอาหาร (TU ITC) อิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE) และกลุ่มท่องเที่ยว (AOT MINT) 2) El Niño Play หุ้นที่ได้อานิสงส์จากสภาพอากาศร้อนหนุนยอดขาย ได้แก่ กลุ่มจำหน่ายเครื่องดื่ม (CBG OSP ICHI) และกลุ่มจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น (HMPRO GLOBAL) 3) Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงและ Bond Yield ทรงตัวสูง  ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI) และ 4) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และ Short Covering ได้แก่ BDMS MINT HMPRO BEM CPALL TIDLOR MTC

Daily Top Picks

CPALL: ปัจจัยกระตุ้นจากคาดได้อานิสงส์ Sector Rotation หลังราคาหุ้นยัง Laggard และมีพื้นฐานแกร่ง โดย 2Q69 ยอดขายสาขาเดิมและมาร์จิ้นคาดยังดี จากอากาศร้อน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น การขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไทยยังได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลโลก เป้าหมายระยะสั้น 49.75 บาท

GULF: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากกำไรปกติ 2Q69 คาดทำสถิติสูงสุดใหม่ แรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นและส่วนแบ่งจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ รวมทั้งรับรู้รายได้เงินปันผลจำนวนมากจาก KBANK นอกจากนี้ระยะยาวยังคาดได้ประโยชน์จาก PDP2026 และกระแสลงทุน Data Center เป้าหมายระยะสั้น 64.50 บาท
 
 

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 ก.ค. 2569 เวลา : 12:01:53
03-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (3 ก.ค.69) บวก 17.72 จุด ดัชนี 1,611.28 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (3 ก.ค.69) บวก 20.77 จุด ดัชนี 1,614.33 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำฟื้นตัวแข็งแกร่งในสัปดาห์นี้โดยราคาได้ลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,940 เหรียญ ก่อนดีดตัวขึ้นทำจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่ 4,195 เหรียญ

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์

5. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (3 ก.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.26 บาทต่อดอลลาร์

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 ก.ค.69) พุ่งขึ้น 1,550 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,450 บาท

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (3 ก.ค.69) บวก 6.65 จุด ดัชนี 1,600.21 จุด

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 ก.ค.69) ประเทศไทยมีฝนตกหนักในภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 80% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก 70% ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 60%

9. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 ก.ค.69) พุ่ง 594.83 จุด คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย หลังจ้างงานต่ำกว่าคาด

10. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (2 ก.ค.69) บวก 43.30 เหรียญ จ้างงานต่ำกว่าคาด ลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย

11. ประกาศ กปน.: 7 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนราชปรารภ

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 ก.ค.69) บวก 5.33 จุด ดัชนีื 1,593.56 จุด

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (2 ก.ค.69) บวก 3.99 จุด ดัชนี 1,592.22 จุด

14. MTS Gold คาดราคาทองคำฟื้นกลับขึ้นมายืนเหนือแนวรับจิตวิทยา 4,000 เหรียญ หลังเมื่อวานร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,960 เหรียญ และทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,115 เหรียญ

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.45 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 3, 2026, 7:21 pm