ประกัน
BLA เตือนคนไทยเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องเกษียณ รับสังคมอายุยืน ชี้เร่งออม ลงทุน และโอนความเสี่ยงผ่านประกันตั้งแต่วันนี้


 

BLA เตือนคนไทยเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องเกษียณ รับสังคมอายุยืน แนะตั้งเป้าใช้ชีวิตถึง 100 ปี ชี้อยากมีเงินใช้เดือนละ 2 หมื่นบาทหลังเกษียณ ต้องมีเงินออมแตะ 10 ล้านบาท พร้อมเร่งออม ลงทุน และโอนความเสี่ยงผ่านประกันตั้งแต่วันนี้

นางสาวสกาว สำราญคง CFP ผู้บริหารฝ่ายฝึกอบรม บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2569 หัวข้อ “วางแผนประกัน-ลงทุน รับเกษียณสุข” ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ขณะที่คนไทยมีอายุยืนขึ้นต่อเนื่อง แต่ “อายุสุขภาพ” (Healthspan) กลับไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน ส่งผลให้หลายคนต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณยาวนานขึ้น พร้อมเผชิญภาระค่ารักษาพยาบาลและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

 
ดังนั้น ประชาชนควรปรับแนวคิดการวางแผนเกษียณใหม่ โดยตั้งสมมติฐานว่าจะมีอายุยืนถึง 100 ปี หรือมากกว่านั้น เพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับช่วงชีวิตหลังเกษียณ ซึ่งอาจยาวนานกว่า 30-40 ปี ทั้งนี้ สามารถประเมินอายุขัยเบื้องต้นจากสมาชิกในครอบครัวที่อายุยืนที่สุด แล้วบวกเพิ่มอีกประมาณ 8 ปี เพื่อใช้เป็นกรอบในการวางแผนการเงิน

ดังนั้น ประชาชนควรปรับแนวคิดการวางแผนเกษียณใหม่ โดยตั้งสมมติฐานว่าจะมีอายุยืนถึง 100 ปี หรือมากกว่านั้น เพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับช่วงชีวิตหลังเกษียณ ซึ่งอาจยาวนานกว่า 30-40 ปี ทั้งนี้ สามารถประเมินอายุขัยเบื้องต้นจากสมาชิกในครอบครัวที่อายุยืนที่สุด แล้วบวกเพิ่มอีกประมาณ 8 ปี เพื่อใช้เป็นกรอบในการวางแผนการเงิน

ปัจจัยสำคัญที่คนมักมองข้าม คือ เงินเฟ้อ ซึ่งจะค่อยๆ ลดกำลังซื้อของเงินในระยะยาว โดยอาหารจานเดียวราคา 50 บาทในปัจจุบัน หากเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี อีก 20 ปีอาจมีราคาสูงเกือบ 100 บาท ขณะที่ เงินเฟ้อทางการแพทย์ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 10% ต่อปี สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญของคนวัยเกษียณ

 
ทั้งนี้ แนะนำให้โอนความเสี่ยงผ่านการทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพ เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดคิด เงินออมอาจหมดไปกับค่ารักษาพยาบาล ยกตัวอย่างผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องพักฟื้นในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน หรือกว่า 600,000 บาทต่อปี

สำหรับการเตรียมเงินหลังเกษียณ หากต้องการมีค่าใช้จ่าย 20,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 25 ปี ภายใต้สมมติฐานเงินเฟ้อ 4% ควรมีเงินออมประมาณ 10 ล้านบาท ขณะที่ผู้ที่ต้องการใช้เงิน 50,000 บาทต่อเดือน ควรมีเงินสะสมราว 25 ล้านบาท โดยยังไม่รวมรายได้จากประกันสังคมหรือเงินบำนาญ

นอกจากนี้ ประชาชนควรตรวจสุขภาพทางการเงินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ด้วยการจัดทำงบดุลส่วนบุคคลและบัญชีรายรับ-รายจ่าย มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่น้อยกว่า 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย หรือ 12 เดือนสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ควบคุมภาระหนี้ไม่ให้เกิน 45% ของรายได้ และออมเงินอย่างน้อย 10% ของรายได้ทุกเดือน

“การวางแผนการเงินควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพราะยิ่งเริ่มเร็ว ดอกเบี้ยทบต้นก็ยิ่งมีเวลาสร้างผลตอบแทนให้เงินออมเติบโต แต่หากเป็นหนี้ ดอกเบี้ยทบต้นก็จะยิ่งเพิ่มภาระและทำให้เงินไหลออกจากกระเป๋ามากขึ้น” นางสาวสกาว กล่าว

นางสาวสกาว กล่าวอีกว่า หลักสำคัญไม่ใช่การแสวงหาผลตอบแทนสูงสุด แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่าง ผลตอบแทน (Return) และ ความเสี่ยง (Risk) ให้เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้ โดยผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามการลงทุนสามารถใช้กองทุนรวมเป็นเครื่องมือ เพราะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพช่วยบริหารและกระจายการลงทุน

 
ทั้งนี้ การจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ถือเป็นหัวใจของการบริหารความเสี่ยง โดยผู้ลงทุนแบบระมัดระวังควรลงทุนในตราสารทุน 20% ตราสารหนี้ 40% และกองทุนตลาดเงิน 40% ซึ่งให้ผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ย 3.6% ต่อปี ส่วนผู้ลงทุนความเสี่ยงปานกลางควรลงทุนในตราสารทุน 30% ตราสารหนี้ 50% และตลาดเงิน 20% ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.6% ต่อปี ขณะที่ผู้ลงทุนเชิงรุกสามารถเพิ่มสัดส่วนตราสารทุนเป็น 70% ตราสารหนี้ 20% และตลาดเงิน 10% เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนเฉลี่ย 6.5% ต่อปี

ด้านเงินสำหรับวัยเกษียณ ควรจะมาจาก 3 แหล่งหลัก ได้แก่ ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการออม-การลงทุนของตนเอง พร้อมแนะนำให้วางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปี โดยใช้สิทธิลดหย่อนผ่านประกันชีวิต กองทุน RMF และเครื่องมือออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออมระยะยาว

“ผู้มีรายได้ปีละ 1 ล้านบาท หากไม่ได้วางแผนภาษี อาจเสียภาษีประมาณ 68,900 บาท แต่หากใช้สิทธิลดหย่อนอย่างเหมาะสม ภาษีอาจลดลงเหลือประมาณ 20,700 บาท หรือประหยัดภาษีได้มากกว่า 40,000 บาท ซึ่งสามารถนำเงินส่วนดังกล่าวไปลงทุนต่อเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว” นางสาวสกาว กล่าว

นางสาวสกาว กล่าวทิ้งท้ายว่า การสร้างความมั่งคั่งไม่ได้หมายถึงการทำให้เงินเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการสร้างและการปกป้องทรัพย์สิน เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีอิสรภาพทางการเงินตลอดช่วงวัยเกษียณ

LastUpdate 19/07/2569 19:14:57 โดย : Admin
20-07-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 22 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหลถนนบรรทัดทอง

2. ประกาศ กปน.: 22 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนประเสริฐมนูกิจตัดถนนนวมินทร์

3. ประกาศ กปน.: 22 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดกระบัง

4. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (17 ก.ค.69) บวก 3.75 จุด ดัชนี 1,639.04 จุด

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (17 ก.ค.69) บวก 0.76 จุด ดัชนี 1,636.05 จุด

6. MTS Gold คาดราคาทองคำกลับมาปรับตัวลดลงและหลุดระดับ 4,000 เหรียญ อีกครั้ง ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อต่อเนื่องเป็นวันที่ 6

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (16 ก.ค.69) ลบ 105.67 จุด หุ้นชิปร่วงฉุดตลาด

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (16 ก.ค.69) ร่วง 59.70 ดอลลาร์ กังวลสงครามหนุนเงินเฟ้อสูง-กดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (17 ก.ค.69) ลบ 2.83 จุด ดัชนี 1,632.46 จุด

10. ทองเปิดตลาดวันนี้ (17 ก.ค.69) ลดลง 600 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 64,300 บาท

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (17 ก.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45-33.70 บาท/ดอลลาร์

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ค.69) กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนอง 40% ภาคอื่นๆ 30%

14. ประกาศ กปน.: 21 ก.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนกิ่งแก้วตัดถนนหนามแดง-บางพลี

15. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (16 ก.ค.69) บวก 5.08 จุด ดัชนี 1,635.29 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ July 20, 2026, 2:08 am