
คาด SET แกว่งขึ้น ราคาน้ำมันดิบร่วงลงจากสถานการณ์ ตะวันออกกลางคลี่คลาย หลัง ปธน. ทรัมป์ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านและระบุว่าการเจรจาจะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ อีกทั้งกลุ่ม OPEC+ เพิ่มโควตากำลังผลิตเดือน ก.ย. หนุนหุ้นกลุ่ม Anti-Oil ประเด็นสัปดาห์นี้ในประเทศติดตามการรายงานงบ 2Q69 และตัวเลขเงินเฟ้อ ก.ค. (5 ส.ค.) ส่วนต่างประเทศติดตามตัวเลข NFPs ก.ค. (7 ส.ค.) ทางเทคนิคดัชนีรีบาวด์ขึ้นจากกรอบล่าง uptrend หากกลับไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น
ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์เผยสหรัฐฯ ชะลอแผนโจมตีอิหร่านหลังได้รับการติดต่อจากประเทศแถบอ่าวว่าอยู่ระหว่างเร่งเจรจายุติสงคราม ขณะที่ OPEC+ เตรียมปรับเพิ่มโควตาการผลิต ก.ย. 2569 อีก 1.88 แสนบาร์เรล/วัน เปิดทางให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้นเมื่อสงครามในตะวันออกกลางยุติลงและช่วยหักล้างแผนลดกำลังผลิตโดยสมัครใจเดิม ระยะสั้นช่วยหนุนบรรยากาศลงทุนและมองบวกต่อกลุ่ม Anti-Oil แต่ลบต่อราคาน้ำมันและหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)
• BOI เผยยอดขอส่งเสริมลงทุนอุตฯ โฟโตนิกส์ (สายใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์สื่อสารแสง) รวม 79 โครงการ มูลค่ากว่า 8.27 หมื่น ลบ. ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตอกย้ำรากฐานสำคัญของ Data Center และ AI ทั่วโลก มองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE DELTA)
• สมาคมประกันชีวิตไทยมอง 2H69 ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโต และคาดเบี้ยประกันชีวิตปี 2569 จะเติบโต 2.5-3.5% รับอานิสงส์สังคมสูงวัย ความใส่ใจสุขภาพ และค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น เมื่อรวมกับแนวโน้ม Bond Yield ที่ทรงตัวสูง มองบวกต่อกลุ่มประกันชีวิต (TLI BLA)
• รมว. ท่องเที่ยวฯ เผยใน ส.ค.นี้จะเสนอ ครม. พิจารณา 3 มาตรการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส-ลดค่าตั๋ว-อุดหนุนชาร์เตอร์ไฟลต์" มูลค่าราว 3 พันลบ. โดยจะดึงเงิน พ.ร.ก. กู้เงินฯ มาดำเนินการแทนการรอใช้งบกลางปี 2570 คาดเริ่มดีเดย์ ก.ย. มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (AOT ERW CENTEL MINT) และพาณิชย์ (CPALL CRC CPN)
• กรอ. ตั้ง 3 เป้าหมายเศรษฐกิจ ดัน GDP โตเกิน 3% ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันสู่ 20 อันดับแรกของโลก และดันสัดส่วนลงทุนรวมภาครัฐ-เอกชนเพิ่มเป็น 30% ของ GDP จากปัจจุบัน 22-23% ภายในปี 2572 หนุนการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ มองบวกต่อกลุ่มธนาคาร (BBL KBANK) กลุ่มรับเหมาฯ (STECON CK) และกลุ่มนิคม (AMATA WHA)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่สร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันดิบและแรงกดดันเงินเฟ้อ ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก รวมทั้งตลาดอยู่ระหว่างจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ (การจ้างงาน และ PMI ภาคการผลิต) ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาด EM แต่คาดยังมีปัจจัยบวกช่วยพยุงดัชนีจากการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งช่วยหนุนแรงเก็งกำไรรายตัว ตลอดจนค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่าซึ่งเอื้อต่อการไหลกลับของ Fund Flow กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการรอจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (การจ้างงาน, PMI) ที่กระทบ Fund Flow ในตลาด EM แต่ยังมีปัจจัยพยุงจากการเก็งกำไรงบ 2Q26 กลุ่ม Real Sector และค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่า กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีม เทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ GLOBAL TRUE ADVANC GULF 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ เน้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP (เน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด) และ 4) Bond Yield Play รับอานิสงส์หากเฟดเริ่มส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ ได้แก่ BLA TLI KBANK KTB
Daily Top Picks
CENTEL: Sentiment บวกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายในระยะสั้น หลังสหรัฐฯ ชะลอการโจมตีอิหร่านออกไปเพื่อเปิดทางเจรจา คาดผลประกอบการจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดกำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 2% ขณะที่ราคาหุ้นยัง Laggard เมื่อเทียบกับดัชนี เป้าหมายระยะสั้นที่ 39.25 บาท
GULF: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากต้นทุนพลังงานที่มีแนวโน้มลดลงตามสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายลง และกระแสการลงทุน Data Center ทั้งด้านการร่วมทุนและการจำหน่ายไฟฟ้า คาดกำไรสุทธิจะได้รับการสนับสนุนจากส่วนแบ่งกำไรในธุรกิจย่อยและมี Upside จาก PDP 2026 และ Direct PPA เป้าหมายระยะสั้นที่ 68.00 บาท
ข่าวเด่น