
คาด SET ฟื้นตัว ราคาน้ำมันร่วงแรง Bond Yield ปรับลง จากข่าวสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลง สร้างความคาดหวังช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดให้เดินเรือได้อีกครั้ง แม้กดดันหุ้นพลังงานต้นน้ำ แต่หนุน Sentiment โดยรวมโดยเฉพาะหุ้น Anti-Oil และหุ้นได้ประโยชน์จาก Bond Yield ที่ปรับลง วันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อไทย ก.ค. ตลาดคาดที่ 2.55%YoY ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน ก.ค. คาดที่ 1.42%YoY ทางเทคนิคดัชนีย่อลง แต่ระยะสั้นยังมองแกว่งผันผวนในกรอบรอเลือกทาง
ประเด็นสำคัญ
• รมว. คลังสหรัฐฯ เผยว่าสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มจะบรรลุข้อตกลงซึ่งจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็วๆ นี้ ทำให้ราคา Brent ปรับลงต่ำกว่าระดับ US$80/bbl มองบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-oil อย่างสายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (ERW CENTEL) แต่ลบต่อพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)
• วันนี้ติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อไทยเดือน ก.ค. 2026 ซึ่งตลาดคาดขยายตัว 2.55%YoY หากออกมาต่ำกว่าคาด จะสะท้อนแรงกดดันค่าครองชีพที่ชะลอลง และเปิดช่องให้ กนง. ผ่อนคลายนโยบายการเงิน ซึ่งจะเป็นบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR) จากต้นทุนทางการเงินที่มีแนวโน้มลดลง และกลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC CPN)
• FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนหน้าพุ่งเกณฑ์ร้อนแรง คาดขึ้นต่อ 1-2 ปี ลุ้น SET ปีนี้แตะ 1,700 จุด รับแรงหนุนจาก Fund Flow ไหลเข้า, มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ และ FDI ย้ายฐานการผลิต โดยกลุ่มธนาคารได้รับความสนใจสูงสุด หนุน Sentiment การลงทุนในภาพรวม
• รัฐจ่อคลอดระเบียบสำนักนายกฯ คุม Data Center 3 กลุ่ม ป้องกันแย่งไฟ-น้ำ เล็งจัดโซนนิ่งลดกระจุกตัว EEC ชูแม่เมาะมีศักยภาพพร้อม ชงตั้งคณะทำงานรื้อยุทธศาสตร์เข้า ครม. มองเป็นกลางถึงบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM) ที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับแบบบูรณาการ
• BOI เดินหน้าดึงการลงทุนอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะรองรับกระแส AI และ Data Center พร้อมจัดงาน THECA 2026 เชื่อมห่วงโซ่การผลิต ขณะที่คลื่นทุน Data Center ทยอยเข้าไทยและดันดีมานด์การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA KCE HANA) และโรงไฟฟ้า (GULF GPSC)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่สร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันดิบและแรงกดดันเงินเฟ้อ ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก รวมทั้งตลาดอยู่ระหว่างจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ (การจ้างงาน และ PMI ภาคการผลิต) ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาด EM แต่คาดยังมีปัจจัยบวกช่วยพยุงดัชนีจากการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งช่วยหนุนแรงเก็งกำไรรายตัว ตลอดจนค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่าซึ่งเอื้อต่อการไหลกลับของ Fund Flow กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการรอจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (การจ้างงาน, PMI) ที่กระทบ Fund Flow ในตลาด EM แต่ยังมีปัจจัยพยุงจากการเก็งกำไรงบ 2Q26 กลุ่ม Real Sector และค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่า กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ GLOBAL TRUE ADVANC GULF 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ เน้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP (เน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด) และ 4) Bond Yield Play รับอานิสงส์หากเฟดเริ่มส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ ได้แก่ BLA TLI KBANK KTB
Daily Top Picks
GPSC: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง และมี Upside จากความเป็นไปได้การต่อสัญญา PPA, ธุรกิจ Data Center ผ่านการเช่าพื้นที่และสาธารณูปโภค, การ IPO ของ AEPL ในอินเดีย และ Direct PPA และ PDP2026 ที่เปิดโอกาสเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ เป้าหมายระยะสั้นที่ 53.75 บาท
TIDLOR: ปัจจัยสนับสนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลง คาดกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.5 พันลบ. (+15%YoY) และกำไรสุทธิปี 2026 จะเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มจาก NIM ที่สูงขึ้น, Credit Cost ที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่มีโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยแรงสนับสนุนราคาหุ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 19.80 บาท
ข่าวเด่น