คาด SET แกว่งตัวในกรอบ จากความคืบหน้าในการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านและความคาดหวังการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ราคาน้ำมันทรงตัวในแดนลบ หนุน sentiment การลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้น Anti-Oil อย่างไรก็ตาม ยังอาจต้องระมัดระวังความผันผวนจากแรงขายทำกำไรรวมทั้งการสลับกลุ่มลงทุน ทำให้เห็นแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติมีเข้ามาบ้าง สร้างความผันผวนให้กับดัชนี ทางเทคนิคดัชนีย่อลง แต่ระยะสั้นยังมองแกว่งผันผวนในกรอบรอเลือกทาง
ประเด็นสำคัญ
• อิหร่านและโอมานจ่อบรรลุข้อตกลงจัดการเส้นทางเดินเรือดันความหวังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หนุนบรรยากาศลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง มองบวกต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก โดยเฉพาะกลุ่ม Anti-oil อย่างสายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (ERW CENTEL) แต่ลบต่อพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)
• ครม.อนุมัติตั้งบอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ เร่งกำกับดูแลการลงทุน พร้อมกำหนดแนวปฏิบัติประกอบกิจการดาต้าเซนเตอร์ ส่งเสริมเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมอนุมัติสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7.2 พันลบ. รองรับใช้น้ำ EEC มองบวกต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) และโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM WHAUP)
• สนค. เผยเงินเฟ้อไทย ก.ค. 2026 ขยายตัว 1.95%YoY ชะลอจากเดือนก่อนและต่ำกว่าตลาดคาด จากราคาน้ำมันที่ผ่อนคลายลง พร้อมคงประมาณการเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 1.5-2.5% ด้าน กกร.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปีนี้โต 1.6-2% (เดิม 1.2-1.6%) หลังส่งออก-ลงทุนฟื้น ช่วยลดแรงกดดันต่อกำลังซื้อภายในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN CRC) และกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)
• คณะทำงาน ปธน. ทรัมป์เผยได้คืนเงินที่เก็บจากภาษีศุลกากรสหรัฐฯ แล้วกว่า US$1 แสนล้าน หรือราว 60% ของการจัดเก็บในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ไทยเตรียมผลักดันสินค้าส่งออกสำคัญ 13 รายการเจรจาขอยกเว้นภาษีเพิ่มในรอบหน้า มองบวกต่อกลุ่มส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ (TU ITC)
• รมว. คลังเผยได้ดำเนินการปรับทัพ BOI เพื่อขับเคลื่อนลงทุนไทย ดันปีนี้ลงทุนจริง 7 แสนลบ. รวมถึงจะผลักดัน BOI to IPO ดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาจดทะเบียนใน SET เพื่อดึง Fund Flow ให้ไหลเข้าประเทศอย่างยั่งยืน มองบวกต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในระยะยาว
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่สร้างความผันผวนต่อราคาน้ำมันดิบและแรงกดดันเงินเฟ้อ ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก รวมทั้งตลาดอยู่ระหว่างจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ (การจ้างงาน และ PMI ภาคการผลิต) ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาด EM แต่คาดยังมีปัจจัยบวกช่วยพยุงดัชนีจากการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบ 2Q26 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งช่วยหนุนแรงเก็งกำไรรายตัว ตลอดจนค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่าซึ่งเอื้อต่อการไหลกลับของ Fund Flow กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการรอจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (การจ้างงาน, PMI) ที่กระทบ Fund Flow ในตลาด EM แต่ยังมีปัจจัยพยุงจากการเก็งกำไรงบ 2Q26 กลุ่ม Real Sector และค่าเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่า กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 3 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ GLOBAL TRUE ADVANC GULF 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU และ 3) Anti-Oil Play ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย อย่างสายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) วัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC)
Daily Top Picks
GULF: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง คาดกำไรปกติ 2Q26 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.1 หมื่นลบ. (+60%YoY, +22%QoQ) จากความต้องการใช้ไฟฟ้าและเงินปันผลสูง และมี Upside การเติบโตผ่านโครงการ Data Center และ PDP2026 เป้าหมายระยะสั้นที่ 67.75 บาท
MTC: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลงต่อเนื่องและเงินเฟ้อไทยที่ชะลอลงสนับสนุนคุณภาพสินทรัพย์ คาดกำไรสุทธิ 2Q26 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.87 พันลบ. (+14%YoY, +3%QoQ) จากสินเชื่อที่มีแนวโน้มเติบโตและ NIM ที่ดีขึ้น และคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2026 จะเติบโต 12% เป้าหมายระยะสั้นที่ 36.25 บาท
ข่าวเด่น