
คาด SET แกว่งขึ้นตามตลาดภูมิภาค หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ปรับลงต่อ จากความคาดหวังว่า Fed จะคงดอกเบี้ยต่อเนื่องในเดือน ก.ย.-ต.ค. หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำคาด อีกทั้งหุ้น Tech โลกฟื้นขึ้น น่าจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ไฟแนนซ์ ขณะที่ใกล้วันสุดท้ายของการรายงานงบ 2Q26 ทำให้อาจต้องระวังความผันผวนจากหุ้นรายตัวในช่วงท้ายตลาด ส่วนสัปดาห์หน้า 17 ส.ค. ติดตามรายงาน GDP 2Q26 ของไทย ทางเทคนิค ดัชนียังคงไม่ชัดเจน เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบรอเลือกทาง
ประเด็นสำคัญ
• PPI ก.ค. สหรัฐฯ ทรงตัว MoM ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 0.2% ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และเพิ่มความหวังว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. หนุนต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง มองบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงราว 2.2%DoD ปิดที่ $87.07/bbl จากกังวลอุปสงค์อ่อนแอ หลัง IEA และโอเปกปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปีนี้ อีกทั้งสหรัฐฯ เผยสต็อกน้ำมันดิบปรับขึ้นอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่ซบเซาลง ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP) แต่บวกต่อกลุ่ม Anti Oil (THAI AAV BA GPSC BGRIM)
• กบง. มีมตินำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นน้ำมันใน ก.ค. 2026 อุดหนุนราคาดีเซล 2.40 บาท/ลิตร ระหว่างวันที่ 16 ส.ค.-15 ก.ย. 2026 เพื่อบรรเทาค่าครองชีพประชาชน แม้ช่วยหนุนกำลังซื้อระดับฐานราก แต่ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มโรงกลั่น (BCP TOP SPRC)
• ม. หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคใน ก.ค. ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองสู่ 51.8 แรงหนุนหลักจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น และคลายกังวลสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันเริ่มปรับลง มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPN) และไฟแนนซ์ (TIDLOR MTC SAWAD)
• Maersk ปรับเพิ่มเป้ากำไรปีนี้เป็นครั้งที่ 2 รับอานิสงส์ค่าระวางเรือพุ่ง ท่ามกลางปัญหาท่าเรือแออัดทั่วโลก โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้ที่รอเทียบนาน 12 วัน ประกอบกับดีมานด์ส่งออกจีนทะลัก ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานหลายทวีปไม่เพียงพอ มองเป็น Sentiment บวกโดยตรงต่อกลุ่มเรือคอนเทนเนอร์ (RCL) และอานิสงส์ทางอ้อมต่อกลุ่มเดินเรือเทกอง (PSL TTA)
กลยุทธ์การลงทุน
ระยะสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่มีเม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงานตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง เพื่อเข้าสะสมในกลุ่มที่ราคายัง Laggard หรือมีสัดส่วนถือครองของต่างชาติอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาชะลอตัวลงตามตลาดคาด หนุนความคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟด ลดแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามโค้งสุดท้ายประกาศผลประกอบการ 2Q26 ของ บจ. ไทย ซึ่งอาจมีแรงเก็งกำไรสลับแรงขาย Sell on Fact เป็นรายตัว กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ "Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยเริ่มเห็นสัญญาณ Sector Rotation ที่เม็ดเงินหมุนออกจากกลุ่มพลังงาน เพื่อเข้ากลุ่มที่ Laggard อย่างไรก็ดี มีปัจจัยติดตามคือ การเข้าสู่โค้งสุดท้ายรายงานผลประกอบการ 2Q26 ของ บจ. ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA
2. High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL ADVANC TRUE MTC BEM ERW
Trading Idea: 1) Earnings Play ซึ่งคาดจะประกาศกำไร 2Q26 เติบโตดี YoY อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ CPN KCE MTC PR9 AMATA AP BEM CPALL ERW PRM TIDLOR GUNKUL HANA LHSC 2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไร 2Q-4Q26 ที่คาดจะเติบโตได้ YoY ได้แก่ BEM CPALL HMPRO MTC OR TRUE TU 3) Anti-Oil Play ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันปรับลงหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย อย่างสายการบิน (AAV BA) โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) วัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC) และ 4) Declining Bond Yield Play ที่ได้อานิสงส์หากเงินเฟ้อสหรัฐออกมาชะลอตัวลงหรือต่ำกว่าตลาดคาด ได้แก่ MTC SAWAD TIDLOR
Daily Top Picks
AP: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากแรงกดดันด้านนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง ผลประกอบการใน 2H26 คาดจะเติบโตโดดเด่นจากการรับรู้รายได้จาก Backlog ที่แข็งแกร่งราว 4.2 หมื่นลบ. โดยส่วนใหญ่เป็นแนวราบและคอนโด JV และมีแผนเปิดตัว 17 โครงการใหม่ใน 3Q26 มูลค่ารวม 1.8 หมื่นลบ. เป้าหมายระยะสั้นที่ 8.55 บาท
GUNKUL: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากมาตรการภาครัฐสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปและความคาดหวังจะเห็นความคืบหน้าของ PDP2026 ในการประชุมอนุฯ PDP ในวันที่ 17 ส.ค. 2026 คาดกำไรปกติ 2Q26 ที่ 497 ลบ. (+38%YoY, +12%QoQ) ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป้าหมายระยะสั้นที่ 5.20 บาท
ข่าวเด่น