เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ "เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปิดลบเป็นสัปดาห์ที่สาม"


สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

· เงินบาททยอยอ่อนค่ากลับมา หลังแข็งค่าหลุดแนว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงต้นสัปดาห์

เงินบาทแข็งค่าผ่านระดับ 33.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังคงเผชิญแรงขาย หลังตัวเลขตลาดแรงงานและข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอลง ซึ่งทำให้ตลาดลดโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนก.ย. นี้

อย่างไรก็ดี เงินบาทล้างช่วงบวกทั้งหมดและทยอยอ่อนค่ากลับมาสอดคล้องกับแรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติและจังหวะแรงขายทำกำไรในตลาดทองคำ หลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกไม่สามารถยืนเหนือแนว 4,400 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ได้ นอกจากนี้ สกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียยังขยับอ่อนค่าลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ไร้ข้อสรุปของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสัญญาณความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


 
· ในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (7 ส.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 10-14 ส.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 418 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรไทย 13,832 ล้านบาท

· สัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-21 ส.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.90-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทย ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดรอบ 28-29 ก.ค. (พ.) และการประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน (พฤ.)

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และ PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนส.ค. ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนก.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของญี่ปุ่น ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนก.ค. อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค. ของอังกฤษ ยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมถึงรายงาน PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนส.ค. ของหลาย ๆ ประเทศ
 
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

· ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน ก่อนจะพลิกตัวลงช่วงท้ายสัปดาห์

SET index ดีดตัวขึ้นในช่วงแรกตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค ซึ่งมีแรงหนุนจากคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร

เดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้นนำตลาด รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลกที่ฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงในเวลาต่อมาก่อนวันหยุดของตลาดในประเทศ (12 ส.ค.) โดยตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เนื่องจากประเมินว่า การเจรจาข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่น่าจะบรรลุได้ในเร็ว ๆ นี้


 
ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบก่อนจะปรับตัวลงในช่วงท้ายสัปดาห์ โดยแม้จะมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.ค. ของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ซึ่งกระตุ้นคาดการณ์ที่ว่าเฟดมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือนก.ย. แต่รายงานข่าวซึ่งระบุว่าสหรัฐฯ ประกาศเตือนว่าจะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนต่ออิหร่าน ส่งผลให้ตลาดกลับมาระมัดระวังในการลงทุน โดยเกิดแรงขายทำกำไรหุ้นหลายกลุ่ม นำโดย กลุ่มแบงก์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทยซึ่งจะประกาศในสัปดาห์หน้าด้วยเช่นกัน

· ในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,609.06 จุด ลดลง 0.18% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 72,828.53 ล้านบาท ลดลง 6.67% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.19% มาปิดที่ระดับ 227.76 จุด

· สัปดาห์ถัดไป (17-21 ส.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,585 และ 1,560 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,620 และ 1,630 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. (เบื้องต้น) บันทึกการประชุมเฟด รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของญี่ปุ่น การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนส.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนก.ค. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการ

ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนส.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ส.ค. 2569 เวลา : 21:04:11
16-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ กปน.: 17 ส.ค. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล สถานีสูบจ่ายน้ำลาดกระบัง

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (14 ส.ค.69) ลบ 5.30 จุด ดัชนี 1,609.06 จุด

3. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.10 - 33.35 บาท/ดอลลาร์

4. MTS Gold คาดราคาทองคำเช้านี้ปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไร ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมกว่า 400 เหรียญ แตะระดับสูงสุดบริเวณ 4,450 เหรียญ

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (13 ส.ค.69) บวก 69.72 จุด เงินเฟ้อชะลอตัวหนุนความหวังเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (13 ส.ค.69) ลบ 47.10 ดอลลาร์ นักลงทุนขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง

7. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (14 ส.ค.69) บวก 5.25 จุด ดัชนี 1,619.61 จุด

8. พยากรณ์อากาศวันนี้ (14 ส.ค.69) "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต." ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 ส.ค.69) ร่วงลง 750 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,800 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ส.ค.69) บวก 4.88 จุด ดัชนี 1,619.24 จุด

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (14 ส.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.17 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (13 ส.ค.69) บวก 1.74 จุด ดัชนี 1,614.36 จุด

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดทั้งสัปดาห์ โดยวันนี้ขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,450 เหรียญ

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (13 ส.ค.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,617.25 จุด บวก 4.63 จุด

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.95 - 33.20 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 16, 2026, 12:41 am