เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
The Spillover Effect ความยั่งยืนของประเทศหนึ่ง อาจแลกมาด้วย "ต้นทุน" ของอีกประเทศ


 
• SDG Index วัดความสำเร็จด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในประเทศ แต่ไม่ได้สะท้อนผลกระทบที่ประเทศนั้นสร้างต่อประเทศอื่น
 
• International Spillover Index จัดทำขึ้นเพื่อวัดว่าการดำเนินนโยบาย การผลิต และการบริโภคของประเทศหนึ่ง ส่งผลต่อ
 
• ความสามารถของประเทศอื่นในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมากน้อยเพียงใด
 
• ประเทศรายได้สูงหลายแห่ง แม้ติดอันดับต้น ๆ ของ SDG Index แต่กลับมีคะแนน Spillover ต่ำ เพราะการบริโภคและห่วงโซ่อุปทานยังผลักต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมไปยังประเทศผู้ผลิต
 
• ในเศรษฐกิจโลก ความยั่งยืนไม่ได้วัดเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในพรมแดนของประเทศ แต่ต้องพิจารณาต้นทุนที่ประเทศนั้นส่งต่อให้โลกผ่านห่วงโซ่อุปทานด้วย
 
เมื่อพูดถึง "ประเทศที่ยั่งยืนที่สุดในโลก" หลายคนน่าจะนึกถึงฟินแลนด์ สวีเดน เดนมาร์ก หรือกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งครองอันดับต้น ๆ ของดัชนี SDG Index มาอย่างต่อเนื่อง
 
รายงาน Sustainable Development Report 2026 ก็ยังสะท้อนภาพเดิม โดยฟินแลนด์ครองอันดับ 1 ของโลกด้วยคะแนน 87.4 จาก 100 ตามด้วยสวีเดน (86.3) และเดนมาร์ก (85.7) ขณะที่ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 43 ด้วยคะแนน 75.4 จากทั้งหมด 169 ประเทศ
 
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ประเทศเหล่านี้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความยากจน พัฒนาระบบสาธารณสุข การศึกษา และสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
แต่ความยั่งยืนอาจมีอีกมิติหนึ่งที่ซ่อนอยู่
 
เพราะประเทศหนึ่งอาจรักษาสิ่งแวดล้อมภายในประเทศไว้ได้ แต่ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมกลับถูกผลักไปยังประเทศผู้ผลิตแทน
 
ความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพรมแดนประเทศ
 
เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเชื่อมโยงกันผ่านห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน
 
เสื้อผ้าที่เราใส่ อาจออกแบบในยุโรป ใช้ฝ้ายจากแอฟริกา ผลิตในเอเชีย และขนส่งผ่านอีกหลายประเทศก่อนถึงมือผู้บริโภค
 
โทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องอาจใช้แร่จากหลายทวีป ประกอบในอีกประเทศหนึ่ง และจำหน่ายไปทั่วโลก
 
ดังนั้น แม้ประเทศหนึ่งจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ มีอากาศสะอาด หรือมีระบบจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ก็ไม่ได้หมายความว่ารูปแบบการบริโภคของประเทศนั้นจะไม่สร้างผลกระทบต่อโลก
 
การตัดไม้ทำลายป่า การใช้ทรัพยากรน้ำ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือการใช้แรงงานต้นทุนต่ำ อาจเพียงย้ายไปเกิดในประเทศผู้ผลิตแทน
 
กล่าวอีกนัยหนึ่ง โลกอาจไม่ได้ปล่อยมลพิษน้อยลง เพียงแต่ย้ายมลพิษไปเกิดในอีกประเทศหนึ่ง
 
ด้วยเหตุนี้ Sustainable Development Solutions Network (SDSN) จึงพัฒนา International Spillover Index หรือ "ดัชนีผลกระทบข้ามพรมแดน" เพื่อประเมินว่า การดำเนินนโยบาย การผลิต และการบริโภคของประเทศหนึ่ง ส่งผลต่อความสามารถของประเทศอื่นในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมากน้อยเพียงใด
 
ดัชนีดังกล่าวประเมินผลกระทบใน 3 มิติหลัก ได้แก่
 
• ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่แฝงอยู่ในการค้า (Environmental & Social Impacts Embodied in Trade) เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แฝงอยู่ในสินค้านำเข้า การตัดไม้ทำลายป่าเพื่อการส่งออก และการส่งออกขยะพลาสติกไปกำจัดในต่างประเทศ
 
• ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการเงิน (Economy & Finance)เช่น การโยกย้ายกำไรของบรรษัทข้ามชาติ การแข่งขันด้านภาษี และการเป็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษี
 
• ผลกระทบด้านความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างประเทศ (Security & UN-based Multilateralism) เช่น การส่งออกอาวุธ และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาระดับโลก
 
คะแนนของ International Spillover Index ยิ่งสูง หมายถึงประเทศนั้นสร้างผลกระทบเชิงลบต่อประเทศอื่นน้อย ในทางกลับกัน คะแนนที่ต่ำสะท้อนว่าประเทศนั้นกำลังผลักต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ หรือสังคมไปให้ประเทศอื่นแบกรับมากกว่า
 
ผลลัพธ์ที่ชวนคิด
 
เมื่อเปรียบเทียบกับ SDG Index ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างจากที่หลายคนคาดไว้
 
5 อันดับแรกของ International Spillover Index ได้แก่ Trinidad and Tobago (97.84), Sierra Leone (97.68), Zambia (97.40), Maldives (97.39) และ Mozambique (97.35)
 
ในทางกลับกัน ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีความยั่งยืนสูงหลายแห่ง กลับมีคะแนน Spillover ต่ำกว่ามาก
 
จากทั้งหมด 169 ประเทศ นอร์เวย์อยู่อันดับที่ 159 ด้วยคะแนน 56.99 เดนมาร์กอันดับ 157 สวีเดนอันดับ 150 และฟินแลนด์อันดับ 144
 
ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่น ๆ เช่น สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ก็มีคะแนนอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเช่นกัน
 
รายงานระบุว่า ผลกระทบเชิงลบข้ามพรมแดนส่วนใหญ่ของโลก ยังคงเกิดจากประเทศรายได้สูง ซึ่งมีการบริโภคในระดับสูงและพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศจำนวนมาก
 
เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของประเทศใดประเทศหนึ่ง
 
ในมุมเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่ International Spillover Index กำลังสะท้อน คือการที่ประเทศหนึ่งสามารถ "ส่งออกต้นทุน" ไปยังประเทศอื่นได้
 
ประเทศหนึ่งอาจรักษาสิ่งแวดล้อมภายในประเทศไว้ได้ เพราะกิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมากหรือก่อมลพิษ ถูกย้ายไปยังประเทศผู้ผลิต ขณะที่ประเทศผู้บริโภคยังคงได้รับประโยชน์จากการผลิตเช่นเดิม
 
หากประเมินความยั่งยืนจากสิ่งที่เกิดขึ้นภายในประเทศเพียงอย่างเดียว เราอาจมองไม่เห็นต้นทุนที่แท้จริงของระบบเศรษฐกิจโลก
 
นี่จึงเป็นเหตุผลที่มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เริ่มให้ความสำคัญกับทั้งห่วงโซ่อุปทานมากกว่าการปล่อยมลพิษภายในประเทศเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป กฎหมายป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า หรือข้อกำหนดด้าน ESG ที่ครอบคลุมถึงซัพพลายเออร์ทั้งห่วงโซ่
 
สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก ประเด็นนี้มีความสำคัญมากขึ้น เพราะการแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันเพียงราคาและคุณภาพสินค้า แต่รวมถึงความสามารถในการพิสูจน์ว่าห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม
 
บทเรียนสำคัญ: ความยั่งยืนไม่ได้จบลงที่พรมแดนของประเทศ
 
ประเทศหนึ่งอาจมีอากาศสะอาด ปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง และมีคะแนน SDGs อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก แต่หากความสำเร็จนั้นเกิดจากการผลักต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือเศรษฐกิจไปให้ประเทศอื่น ความยั่งยืนนั้นก็ยังไม่สมบูรณ์
 
เพราะในโลกที่ทุกประเทศเชื่อมโยงกันผ่านการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน ความสำเร็จของประเทศหนึ่งย่อมส่งผลต่ออีกหลายประเทศเสมอ
 
ความยั่งยืนที่แท้จริงจึงไม่ใช่การทำให้ประเทศของตนเองเติบโตเพียงลำพัง แต่คือการเติบโตโดยไม่ทำให้ประเทศอื่นต้องแบกรับต้นทุนของความสำเร็จนั้น
 
และเมื่อความยั่งยืนถูกวัดตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน คำถามที่ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีความยั่งยืนสูงต้องตอบคือ "ความยั่งยืนนั้นเกิดขึ้นบนต้นทุนของใคร"
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 18 ส.ค. 2569 เวลา : 18:23:21
19-08-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (18 ส.ค.69) ลบ 4.82 จุด ดัชนี 1,621.62 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้(18 ส.ค.69) บวก 1.17 จุด ดัชนี 1,627.61 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 4,400 เหรียญ หลังย่อตัวลงเล็กน้อยจากระดับสูงสุดบริเวณ 4,432 เหรียญ

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (18 ส.ค.69) "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก" ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 40% ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 30%

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (18 ส.ค.69) บวก 3.23 จุด ดัชนี 1,629.67 จุด

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.90-33.15 บาท/ดอลลาร์

7. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (18 ส.ค.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.04 บาทต่อดอลลาร์

8. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (17 ส.ค.69) บวก 17.38 จุด ดัชนี 1,626.44 จุด

9. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (17 ส.ค. 69) บวก 16.96 จุด ดัชนี 1,626.02 จุด

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ส.ค.69) ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผล "ภาคเหนือ-ภาคใต้ ฝั่ง ตต." ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่นๆ 40%

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงทรงตัวเหนือระดับ 4,350 เหรียญ และสามารถ ปิดบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2 หลังวันศุกร์ย่อตัวลงแตะบริเวณ 4,310 เหรียญ

13. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (17 ส.ค. 69) บวก 6.27 จุด ดัชนี 1,615.33 จุด

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (17 ส.ค.69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,700 บาท

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (17 ส.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.12 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ August 19, 2026, 1:05 am