คาด SET แกว่งลง บรรยากาศลงทุนถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบเดือน อีกทั้ง Bond Yield ขยับขึ้นหลังตลาดเพิ่มโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม ก.ย. นอกจากนี้กระแส Fund Flow ยังไหลออกระยะสั้น อย่างไรก็ตาม คาดหุ้นพลังงานต้นน้ำ รวมทั้งกลุ่มธนาคาร ประกันฯ น่าจะปรับขึ้นประคองตลาด ประเด็นติดตามสัปดาห์นี้คาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีร่วงลงต่ำกว่า low เดิม เป็นสัญญาณลบต่อ
ประเด็นสำคัญ
• ประชุม Jackson Hole ประธานเฟดย้ำจุดยืนคุมเงินเฟ้อให้ลงสู่เป้าหมายที่ 2% พร้อมระบุตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอลงในช่วงฤดูร้อนยังไม่เพียงพอยืนยันว่าแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานปรับดีขึ้นอย่างมีนัย ทำให้ตลาดตีความเชิง Hawkish ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 4.73% ระยะสั้นเป็น Sentiment ลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง แต่บวกต่อกลุ่มธนาคารและประกันชีวิต (BLA TLI BBL KBANK KTB)
• ล่าสุดเช้านี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 2%DoD หลังกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวดอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากพบอิหร่านกำลังเตรียมปล่อยทุ่นระเบิดปิดเส้นทางขนส่งพลังงานโลก ซึ่งนับเป็นปฏิบัติการครั้งแรกในรอบเดือนฉุดความตึงเครียดตะวันออกกลางพุ่ง ดันความเสี่ยงซัพพลายสะดุด ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)
• รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ทั้งระบบ เพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาว ดันไทยเป็นฮับผลิตและส่งออกในภูมิภาค พร้อมบังคับเพิ่มสัดส่วน Local Content ปกป้องผู้ผลิตในประเทศจากสินค้านำเข้าผ่าน FTA อีกทั้งนายกฯ สั่งให้คลังเร่งหามาตรการภาษีจูงใจสู้ย้ายฐานผลิตไปอินโดนีเซีย คาดจะชัดเจน ก.ย. นี้ ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคมและยานยนต์ (WHA AMATA SAT STANLY AH)
• บอร์ดวิสามัญฯ เตรียมเสนอ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี FY2027 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระที่ 2-3 ในวันที่ 7-9 ก.ย. และคาดจะประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ต.ค. นี้ ซึ่งจะช่วยให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐเป็นไปตามแผน มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC SCCC)
• ร่าง PDP2026 เตรียมเปิดฟังความเห็น 8 ก.ย. นี้ โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น เช่น สัดส่วนพลังงานสะอาดที่ 65%, พัฒนาระบบ Smart Grid, รองรับซื้อขายไฟฟ้าแบบสองทาง รวมถึงการพัฒนาระบบสายส่งเพื่อรองรับการเติบโตของ EV และ Data Center ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนในประเทศจากความคาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส, ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027 และความชัดเจนแผน PDP2026 แต่ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดใน Jackson Hole ที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนจากความคาดหวังการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ตลาดยังถูกกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว สถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ และสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)
2. Consumption Play ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ TTB (XD 7 ก.ย.), BCP (XD 7 ก.ย.), OR (XD 7 ก.ย.), HMPRO (XD 8 ก.ย.) KKP (XD 9 ก.ย.)
Daily Top Picks
BCP: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น ขณะที่ค่าการกลั่นทรงตัวในระดับสูง บริษัทกำลังพัฒนาธุรกิจที่หลากหลายและครบวงจร เช่น ธุรกิจ SAF, Trading, พลังงานต้นน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และสามารถจ่ายปันผลในอัตราน่าสนใจที่ 7% เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.75 บาท
KKP: ปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตที่ก้าวกระโดดผ่านรายได้ค่าธรรมเนียมซึ่งเป็น New S-curve จากบริษัทย่อย “Dime” และธุรกิจธนาคาร คาดกำไรปี 2026 เติบโต 37% และเติบโตต่อเนื่อง 14% ในปี 2027 ล่าสุดได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 3.25 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 9 ก.ย. 2026 เป้าหมายระยะสั้นที่ 122.00 บาท
ข่าวเด่น