
ที่ผ่านมา การมีเงินเก็บครบ 1 ล้านบาทอาจเป็นเป้าหมายสูงสุดของคนวัยทำงานจำนวนมาก แต่ในปัจจุบัน เมื่อโอกาสในการสร้างรายได้เปิดกว้างขึ้น ทั้งจากอาชีพหลัก ธุรกิจส่วนตัว หรือเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยสามารถก้าวไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้เร็วกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ คนจำนวนมากกลับค้นพบว่า "เงินล้านแรก" ไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายของความมั่นคงทางการเงิน เพราะเมื่อมีเงินก้อนแรกแล้ว คำถามใหม่ที่ตามมาคือ จะบริหารเงินอย่างไรให้เติบโตต่อเนื่อง สามารถสร้างผลตอบแทนที่เอาชนะเงินเฟ้อ และต่อยอดไปสู่เป้าหมายทางการเงินที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต
ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากที่มีสินทรัพย์ในระดับ 1-5 ล้านบาท กำลังเผชิญความท้าทายเดียวกัน นั่นคือ แม้จะมีเงินสะสมมากขึ้น แต่กลับยังไม่มั่นใจว่าจะจัดการทรัพย์สินเหล่านั้นอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ข้อมูลสถิติของทีทีบีพบว่า เกือบ 75% ของกลุ่มนี้ยังคงถือสินทรัพย์ในรูปแบบเงินฝากเป็นหลัก และกว่า 60% เป็นบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนระดับต่ำ ทำให้เสียโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง บางคนลงทุนหลายประเภทแต่ไม่เห็นภาพรวมของสินทรัพย์ทั้งหมด ขณะที่บางส่วนรู้สึกกังวลกับความผันผวนของตลาดจนไม่กล้าตัดสินใจลงทุนเพิ่มเติม ผลลัพธ์คือ เงินที่ควรจะเติบโตกลับเติบโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น
เมื่อ "ความมั่งคั่ง" ไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินในบัญชี
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมองตรงกันว่า ความมั่งคั่งในยุคปัจจุบันไม่ได้หมายถึงการมีรายได้สูงเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการมีระบบบริหารเงินที่เหมาะสมกับเป้าหมายชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเงินสำรองฉุกเฉิน การลงทุนที่สอดคล้องกับความเสี่ยง การวางแผนภาษี การจัดการสินทรัพย์ และการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
เพราะแม้จะมีเงินล้านแรกแล้ว แต่หากไม่สามารถวางแผนและบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม การเดินทางสู่เป้าหมายทางการเงินที่ใหญ่กว่าอาจใช้เวลานานกว่าที่ควร
Pain Point ของคนยุคใหม่ "มีเงิน แต่ไม่มีเวลา"
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ คนรุ่นใหม่มีความรู้เรื่องการเงินมากขึ้น แต่กลับมีเวลาน้อยลงในการติดตามการลงทุนและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตนเอง หลายคนมองหาผู้ช่วยทางการเงินและเครื่องมือดิจิทัลที่จะเข้ามาตอบโจทย์ Digital Wealth Advisory เพื่อช่วยมองเห็นภาพรวมสินทรัพย์ทั้งหมดในที่เดียว พร้อมคำแนะนำที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล สถาบันการเงินจึงต้องปรับบทบาทจากการให้บริการแบบดั้งเดิม สู่การเป็นพันธมิตรด้านการสร้างความมั่งคั่งที่ช่วยลูกค้าวางแผนอนาคตได้อย่างครบวงจร
ttb superior กับแนวคิด "ก้าวข้ามเงินล้านแรก"
ทีทีบีจึงได้พัฒนา "ttb superior" ขึ้นเพื่อยกระดับการดูแลลูกค้าที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินรวมกับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ด้วยแนวคิดที่ว่า "เงินล้านแรกไม่ใช่เส้นชัย แต่คือจุดเริ่มต้น" โดยมุ่งสนับสนุนลูกค้าให้สามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างเป็นระบบ ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Superior Solution โซลูชันการเงินที่คุ้มค่ากว่า ทั้งการออม การลงทุน และการคุ้มครอง Superior Digital Wealth Advisory บริการบริหารความมั่งคั่งผ่านฟีเจอร์ My Wealth บนแอป ttb touch และ Superior Privilege เอกสิทธิ์ด้านไลฟ์สไตล์เหนือระดับที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติ
เพราะในวันที่คนรุ่นใหม่เริ่มมีเงินล้านแรกได้เร็วขึ้น ความสำเร็จในระยะยาวจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างรายได้ แต่คือการทำให้เงินก้อนนั้นสามารถทำงานและเติบโตไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าในอนาคต
การก้าวข้ามหมุดหมายเงินล้านแรกจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องเผชิญตามลำพังอีกต่อไป ทีทีบีพร้อมเป็นพันธมิตรเคียงข้างในทุกก้าวความมั่งคั่งผ่าน ttb superior ที่มอบเอกสิทธิ์และโซลูชันทางการเงินที่ครบครัน พร้อมโปรโมชันพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 เพียงมียอดรวมเงินฝากในบัญชี ttb ME save และ/หรือกองทุนรวมครบ 1 ล้านบาท รับสิทธิ์อัปเกรดสถานะ Superior ได้ทันทีในเดือนถัดไป เพื่อร่วมเปลี่ยนโจทย์การบริหารเงินของคุณให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งยังมีโอกาสได้รับดอกเบี้ย ttb ME save สูงสุด 1.50% ต่อปี เพียงมียอดเงินลงทุนในกองทุนรวมเฉลี่ยตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป หรือลงทุนในกองทุนรวมแบบสร้างวินัยการออมสม่ำเสมอ (DCA) ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท/เดือน
#ttbsuperior #ttbprivilege #ttbtouch
#ความสุขที่คุณทัชได้
#ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต
#เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb #MakeREALChange
ข่าวเด่น