หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ฟื้นตัวได้บ้าง แต่กรอบบนยังจำกัด"


คาด SET รีบาวด์ฟื้นตัว หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงจากการปะทะกันรอบใหม่ของสหรัฐฯ - อิหร่าน แม้มีข่าวว่าสหรัฐฯ พยายามควบคุมไม่ให้สงครามลุกลามบานปลายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. ยังเป็นปัจจัยจำกัดกรอบการฟื้นตัว โดยคาดตลาดยังคง Selective Buy ในหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว และหุ้นที่ปรับลงแรงในช่วงก่อนหน้า ทางเทคนิคดัชนีปรับลงทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน อาจมีจังหวะรีบาวด์แต่ยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน

ประเด็นสำคัญ

• GRM เบนซินในยุโรปพุ่งแตะระดับ $62/bbl เข้าใกล้จุดสูงสุดใน มิ.ย. 2022 จากแรงกดดันด้านอุปทานโลกที่ตึงตัวตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและยูเครน ขณะที่สัญญาล่วงหน้าดีเซลยังทรงตัวในระดับสูง มองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP SPRC BCP)

• รมว. คลังเตรียมประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. กระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯในวันที่ 4 ก.ย. 2026 เพื่อพิจารณาแนวทางกำกับดูแล ลดช่องโหว่ทางกฎหมาย และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และได้สั่ง BOI ยุติการส่งเสริมการลงทุนโครงการใหม่ตั้งแต่ เม.ย. ที่ผ่านมา มองผลกระทบจำกัดต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) เพราะได้อานิสงส์การลงทุนส่วนใหญ่ในพื้นที่นอกเมืองและใน EEC 

• กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 2.1-2.5% พร้อมขยายเป้าส่งออกเป็น 12-16% แรงหนุนจากคำสั่งซื้อและยอดคำขอรับการส่งเสริมลงทุนดีกว่าคาด รวมถึงศึกษาแผนลงทุน Data Center ทุกๆ 100MW ที่คาดจะสร้างเม็ดเงินลงทุนกว่า 6 หมื่นลบ.  มองบวกต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM)

• ตลท. เตรียมบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ ก.ย.-ต.ค. นี้ หลัง ก.ล.ต. พิจารณาอนุมัติปรับปรุงคุมเข้มการทำชอร์ตเซล, Uptick และ HFT ควบคู่กับการยกระดับเกณฑ์กำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ระยะกลาง-ยาวมองบวกต่อเสถียรภาพของตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นใน SET50 

• รมว. พาณิชย์สหรัฐฯ พิจารณาขยายอัตราภาษีศุลกากรรอบใหม่ต่อกลุ่มเซมิฯ ขั้นสูงให้ครอบคลุมสินค้าที่มีชิปเป็นส่วนประกอบจากเดิมในอัตรา 25% เว้นแต่จะตั้งฐานและผลิตในสหรัฐฯ เพื่อเร่งดึงฐานผลิตกลับสหรัฐฯ มองผลกระทบจำกัดต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) เพราะปกติสามารถส่งผ่านภาษีที่สูงขึ้นให้ลูกค้าได้หมด

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนในประเทศจากความคาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส, ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027 และความชัดเจนแผน PDP2026  แต่ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดใน Jackson Hole ที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนจากความคาดหวังการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ตลาดยังถูกกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว สถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ และสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)

2. Consumption Play ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)

3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR

4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ TTB (XD 7 ก.ย.), BCP (XD 7 ก.ย.), OR (XD 7 ก.ย.), HMPRO (XD 8 ก.ย.) KKP (XD 9 ก.ย.)

Daily Top Picks

HANA: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการฟื้นตัวของราคาหุ้นเทคฯ โลก และยอดส่งออกเกาหลีใต้ใน ส.ค. 2026 เติบโต 69%YoY คาดผลิตภัณฑ์ AI-related จะเริ่มผลิตได้ใน 2H26 และผลิตในปริมาณมากใน 2Q-4Q27 ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวใน 2H26 และเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2027 เป้าหมายระยะสั้นที่ 46.75 บาท

KTB: ปัจจัยสนับสนุนจากความกังวลเงินเฟ้อสูงที่กลับมา ทำให้นโยบายการเงินมีแนวโน้มตึงตัวขึ้น สินเชื่อเติบโตทั้ง MoM และ YTD ต่อเนื่องใน ก.ค. 2026 และคาดมี Upside จากกำไร FVTPL เพิ่มเติมจาก THAI ประเมินกำไรปี 2026F เติบโต 1%YoY และอัตราปันผลคงอยู่ในระดับสูงที่ 2.77 บ./หุ้น (6.4%) เป้าหมายระยะสั้นที่ 44.50 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 ก.ย. 2569 เวลา : 13:18:35
03-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (3 ก.ย.69) บวก 5.60 จุด ดัชนี 1,580.67 จุด

2. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 ก.ย.69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 70,000 บาท

3. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (3 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 33.18 บาทต่อดอลลาร์

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 ก.ย.69) "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต." ฝนฟ้าคะนอง 60% ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (3 ก.ย.69) บวก 11.57 จุด ดัชนี 1,586.64 จุด

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 ก.ย.69) บวก 295.07 จุด นักลงทุนแห่ช้อนซื้อหลังหุ้นร่วงหนัก

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (2 ก.ย.69) บวก 18.20 ดอลลาร์ ขานรับบอนด์ยีลด์ชะลอตัว จับตาจ้างงานสหรัฐฯ

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.05-33.30 บาท/ดอลลาร์

9. ประกาศ กปน.: 3 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนพระรามที่ 2

10. ประกาศ กปน.: 3 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนเอกมัย

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (2 ก.ย.69) ลบ 13.61 จุด ดัชนี 1,575.07 จุด

12. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (2 ก.ย.69) ลบ 10.27 จุด ดัชนี 1,578.41 จุด

13. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (1 ก.ย.69) ร่วง 85.10 เหรียญ เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง-ดอลลาร์แข็งทุบตลาด

14. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (1 ก.ย.69) ร่วง 419.02 จุด วิตกบอนด์ยีลด์-ราคาน้ำมันพุ่ง

15. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (1 ก.ย.69) ร่วง 85.10 เหรียญ เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง-ดอลลาร์แข็งทุบตลาด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 3, 2026, 4:07 pm